Switch to: uk
27 March 2017 19:01PM
14 Dec 06

“Pink Dollar” แจ่มแจ๋วจริงสินค้าเดินทัพลุยตลาดแบบเลิกเหนียม

Written by ผู้จัดการรายสัปดาห์
Rate this item
(0 votes)
หลายสินค้าของไทยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดคนรักเพศเดียวกัน หรือที่ถูกขนานนามใหม่ว่า "พิงค์ดอลลาร์" มากขึ้น และเปิดเผยต่อสาธารณชนเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ต้องหลบๆซ่อนๆทำตลาด เพราะเกรงจะเสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ และฐานลูกค้าเดิมๆ

        วันนี้เบียร์สิงห์ ฟินันซ่าประกันชีวิต ถุงยางอนามัยวันทัช เครื่องดื่มบาคาร์ดี้ ฯลฯ กระโดดออกมาทำกิจกรรมกับกลุ่ม LGBT อย่างจริงจัง หวังจะได้ใจของคนกลุ่มนี้ไปครองก่อนใครๆ เพราะเป็นที่รู้กันว่าพลังในการจับจ่ายใช้สอย กับความจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าของคนกลุ่มนี้นั้นมีมากมาย และยืนยาวเพียงใด
       
       กระแสความสนใจ"พิงค์ดอลลาร์" เป็นที่ฮือฮาในต่างประเทศมาเป็นเวลากว่า 5 ปี แต่จะเป็นเรื่องใหม่ในการตลาดของเมืองไทย เพราะคนในแวดวงการตลาด นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ หรือเอเยนซี่โฆษณา เริ่มไม่มองข้ามตลาดนี้ไป เพราะหมายถึงพลาดโอกาสทางธุรกิจโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย
       
        ส่วนหนึ่งของการเติบโตของ "พิงค์ดอลลาร์" มีความเกี่ยวพันโดยตรง กับการเปิดรับอุณหภูมิทางสังคมที่ให้คนอิสระเป็นตัวของตัวเองได้ไม่จำกัดรูปแบบแคบในสังคมเดิม การเปิดรับรูปแบบการดำเนินวิถีชีวิตหลากหลายแบบมากขึ้น
       
        การสำรวจในต่างประเทศล่าสุดพบว่า ปัจจุบันกิจการในสหรัฐฯ พยายามแสดงท่าทีให้เห็นว่าเป็นมิตรและยินดีต้อนรับกลุ่มชาวเกย์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยออกมาในรูปของการเสนอสิทธิประโยชน์ และการปกป้องคุ้มครองชาวเกย์ ทั้งที่เป็นพนักงาน และลูกค้าของกิจการ เท่าเทียมกับบุคคลปกติทั่วไป
       
        บริษัทที่ว่านี้เพิ่มขึ้นเป็น 137 ราย จากที่เคยมีการสำรวจพบเพียง 101 รายในปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากเพียง 13 บริษัท ในปี 2002 การแสดงท่าทีต้อนรับทำให้ชาวเกย์ได้รับสวัสดิการเท่าเทียมกัน การลาพักผ่อนกับคู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกันได้ และไม่มีการกีดกันที่แสดงความแตกต่างกันในด้านการทำงาน
       
        การประเมินการใช้จ่ายเงินของกลุ่มรักร่วมเพศล่าสุด พบว่ามีจำนวนรวมกันกว่า 6.41 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี บริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ คือ ไอบีเอ็ม เจพี มอร์แกน ลีวายส์ และไนกี้ หลังจากที่พบว่ากลุ่มรักร่วมเพศเป็นกลุ่มที่มีความไหวตัวและใส่ใจในนโยบายด้านการกีดกันพนักงานของกิจการ และมีระดับของความจงรักภักดีต่อตรายี่ห้อสูงกว่าลูกค้าที่มีพฤติกรรมปกติทั่วไป
       
       ส่งผลทำให้ตลาดหรือโอกาสที่จะขายมีความกว้างและหลากหลายขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดตลาดไปในตัวของคนแต่ละกลุ่ม ความหลากหลายของคน สร้างตลาดใหม่ๆเกิดขึ้นมา อย่างเช่นมีอาหารมังสวิรัติ หรืออาหารเจ มีสินค้าทำหรือร้านอาหารที่เปิดเพื่อตอบสนองคนกลุ่มนี้ เพราะมองเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่ได้มีเฉพาะกินเนื้อสัตว์เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของการแข่งขันทางการตลาดในยุคปัจจุบันที่ต้องหานิช มาร์เก็ต ที่เฉพาะ
       
       กลุ่มนี้เป็นนิชมาร์เก็ตในแง่ที่ว่า มีการให้นิยามตัวเองว่าเป็น LGBT หรือกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ (Lesbian Gay Bisexsual Trangender )หญิงรักหญิง เกย์ ไบเซ็กชวล และกลุ่มที่ข้ามเพศโดยแปลงเพศแล้ว การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มนี้จะมีแนวทางที่แตกต่างออกไปจากตลาดแมสทั่วไป เพราะลักษณะเฉพาะเป็นของตัวเอง ซึ่งในส่วนหนึ่งก็รู้สึกภาคภูมิในความเป็นตัวตนของเค้า ดังนั้นในส่วนหนึ่งเมื่อสังคมยังไม่ยอมรับทั้งหมดทำให้กลุ่มนี้มีความตระหนักสูงในแง่ความเป็นตัวตนของตัวเอง
       
       อย่างไรก็ตาม เพราะความที่ไม่มีพื้นที่ในสังคม ดังเมื่อนั้นเมื่อสินค้าหรือบริษัทไหนที่หันมาสื่อภาษากับกลุ่ม LGBT แล้วแสดงอาการเข้าใจและยอมรับในตัวตนที่มองตัวเองก็สามารถจะซื้อใจไปได้เยอะแล้ว ซึ่งคนขายจะรู้ว่า ถ้าซื้อใจได้แล้วจะขายอะไรก็ขายได้ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ค่อยมีคนมาเอาใจ ซึ่งก็จะรู้สึกประทับใจและรักกันไปอีกนาน เพราะว่ามี Brand Loyalty สูง
       
       นั่นก็เป็นความเกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างทางสังคมที่ดูเหมือนว่าตอนนี้สังคมไทยเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น แต่ยังเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน อัญชนา สุวรรณานนท์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง "กลุ่มอัญจารี" องค์กรเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศลดความเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย ฉายภาพให้หนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ว่าการเปิดรับที่เกี่ยวเนื่องกับกำลังซื้อของกลุ่ม LGBT ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นและเปิดกว้างกว่าเดิมเมื่อหลายปีก่อน การที่อายุเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วเป็นที่วัยเริ่มทำงานช่วงอายุ 20 กว่าๆ ตอนนี้ก็ 30 - 40 ปี ซึ่งก็มีฐานะดีขึ้น
       
        ประกอบกับหญิงรักหญิง และชายรักชายหลายคนก็มีความกล้าที่จะเลือกทางเดินของตนเองมากขึ้น ไม่กลัวที่จะแสดงตนหรือยอมรับตัวเองในขั้นต้น ขั้นที่สองดำเนินชีวิตตามที่ตนเองยอมรับ มีความสามารถในการทำงาน มีรายได้สูงขึ้น และมีกำลังซื้อ
       
       ดังนั้นคนกลุ่มนี้ก็เริ่มที่จะมีความต้องการซื้อสินค้า หรือบริการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ซึ่งในตัวของบริษัทที่ผลิตสินค้าส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจและมองไม่เห็นความสำคัญ เพราะสังคมไทยยังอยู่ในสถานการณ์กำลังก่ำกึ่ง แม้กรรมสุขภาพจิตจะออกมารับรองสถานภาพทางจิตใจของกลุ่ม LGBT แต่สังคมเริ่มเปิดแต่ยังเปิดไม่หมด เพราะฉะนั้นสินค้าหรือแบรนด์ไหนที่มาจับตลาด LGBT คงต้องคิดหน้า คิดหลัง
       
       เพราะลูกค้าที่มี Brand Loyalty ก็อาจจะเกรงสังคมอยู่ทั้งๆที่ข้างในภูมิใจอยู่ข้างในลึกๆแต่ไม่กล้าแสดงออกด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์โดยเปิดเผยว่าเป็น หญิงรักหญิง หรือชายรักชาย ในแง่หนึ่ง เกี่ยวกับภาพลักษณ์สินค้า กลุ่มที่เกลียด LGBT ก็อาจจะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้นก็ได้ ซึ่งอาจจะต้องสร้างแบรนด์ให้ชัดแยกออกไปว่าเป็น แบรนด์สำหรับกลุ่มไม่ปนกันในการตลาด
       
       ในจุดนี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป เพราะว่ายังไม่มีสินค้า แบรนด์ไหนนำหน้าออกไปทางนี้อย่างชัดเจน แต่ในต่างประเทศมีการโฆษณารถยนต์ 2-3 ค่ายแล้ว โดยสื่อออกมาในทำนองที่ว่ารถเอสยูวีเหมาะกับการดำเนินชีวิตที่เอาท์ดอร์ สปอร์ต และเป็นไลฟ์สไตล์แบบหนึ่งที่ต้องการความคล่องแคล่วว่องไว
       
       โฆษณาบัตรเครดิต ก็ชู "มาร์ติน่า นาฟาร์ติโลว่า" นักเทนนิสชื่อดังและเปิดเผยตัวเองว่า เป็นหญิงรักหญิงอย่างภาคภูมิใจ และเหมือนกับคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพการงานของตัวเองมาเป็นมีพรีเซ็นเตอร์โฆษณาซึ่งการวางตำแหน่งสินค้าไม่ได้สื่อว่า เครดิตการ์ดนี้เจาะตลาดเฉพาะ
       
       แต่การที่มีหญิงรักหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงในการทำงานมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็บ่งบอกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้าไปทำการตลาดด้วย ที่สำคัญยังมีการลงสื่อนิตยสารที่กลุ่มหญิงรักหญิงนิยมอ่านด้วย เพราะเชื่อว่าจะมีลูกค้าที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกในจำนวนไม่น้อย
       
       สำหรับสินค้า บริการ ในบ้านเรา ที่เริ่มเล็งเห็นความสำคัญมาทำการตลาดกับกลุ่ม LGBT ที่ผ่านมามีการแข่งขันกันอย่างชัดเจนในเรื่องสถานบันเทิง ซึ่งมีจุดขายที่โดดเด่นตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ กลุ่มหญิงรักหญิงส่วนหนึ่งที่ชอบไปเที่ยวปาร์ตี้ที่ผับเฉพาะ เพราะเป็นสถานที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนี้ ทำให้คนที่มีความคิดเหมือนกันได้พบปะกัน
       
       กิจการเปิดร้านอาหารและผับ สถานที่บันเทิงเหล่านี้ได้มองเห็นโอกาสทางตลาด จากช่องว่างในตลาดที่สังคมค่อนข้างจะบีบ และไม่ได้ยอมรับในทุกๆที่ทำให้ต้องไปเสาะหาที่เฉพาะเพื่อความสบายใจ ซึ่งการเติบโตของธุรกิจสถานบันเทิงเฉพาะกลุ่มที่เปิดเพิ่มขึ้นนั้น เริ่มเป็นช่องทางใหม่ของสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มที่เข้าไปโฆษณาประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มนี้ เพราะเอาตัวสินค้าไปนำเสนอได้เข้าถึงกลุ่ม
       
       ทว่ามีกลุ่ม LGBT อีกจำนวนมากที่ไม่ชอบไลฟ์สไตล์แบบนี้ และต่อต้าน ซึ่งการใช้สินค้ามีทั้งทั่วๆไป และความต้องการสินค้าเป็นไปตามวัย ถ้าเป็นกลุ่มวัยรุ่นสนใจเรื่องเสื้อผ้าและแฟชั่น ขณะที่กลุ่มมีอายุจะสนใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญๆในชีวิตทางด้านเจ็บป่วย การตาย การดูแลซึ่งกันและกันในชีวิตคู่ หรือการซื้อบ้าน ที่เวลาทำไฟแนนซ์ 2 คนกู้ร่วมกันไม่ได้ ซึ่งยังไม่ค่อยมีกฎหมายที่เค้ามารับรองโดยปริยาย และในกฎหมายไฟแนนซ์ก็มองข้ามจุดนี้ไป
       
       ปัจจุบันต้องมาดูกันอีกว่าทุกวันนี้ในหลายๆคู่แก้ปัญหา หรือปรับวิถีการดำเนินชีวิตยังไง มีหลายคนที่เป็นคู่กันเวลาซื้อช่วงที่อยู่กันดีก็ไม่มีปัญหา แต่เมื่อแยกทางกันก็ทำให้เกิดปัญหาว่าจะแบ่งแยกกันยังไง หรือว่าบางครั้งใครสักคนเกิดเสียชีวิตไปอย่างกระทันหัน ซึ่งคนเรามันก็ไม่รู้สมบัติที่สร้างมาด้วยกันจะไปอยู่ตรงไหน ซึ่งยังเป็นประเด็น ซึ่งในฐานะของกลุ่มอัญจารีจะเข้าไปดูว่า สินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิต และเกี่ยวข้องกับหญิงรักหญิงมีอะไรบ้าง
       
        ที่น่าสนใจคือ กรณีการซื้อประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ หลายบริษัทจะให้ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการประกันต้องเป็นพี่น้องกันเท่านั้น หรือคู่ที่แต่งงานกันถูกกฎหมายซึ่งต้องเป็นเพศตรงข้ามกัน เพราะฉะนั้นก็จะเป็นจุดหนึ่งที่คนรักเพศเดียวกันจะรู้สึกว่าหาสินค้าที่ตัวเองต้องการและมีความจำเป็นไม่ได้ อัญชนากล่าว
       
       ฟินันซ่า ขอเข้าตลาดนี้ด้วยคน
       
       ศักดิ์ชัย วัลภานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส (บริหารงานขาย) บริษัทฟินันซ่า ประกันชีวิต กล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์"ว่า ฟินันซ่า เป็นบริษัทประกันชีวิตเดียวในประเทศไทย ที่มองเห็นช่องว่างในตลาดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ลอนซ์แพกเก็จสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากกลุ่มนี้ไม่ค่อยมีใครเห็นตัวตนของเค้า ซึ่งถ้ามีสินค้าตัวไหนเข้าไปทำตลาดด้วย จะมี Brand Loyalty จะภักดีต่อแบรนด์
       
       ที่สำคัญเป็นเซกเมนต์ใหม่ที่เกิดขึ้นมีรายได้ กำลังซื้อสูง และมีการประกอบอาชีพที่ดี เป็นคนในระดับหัวหน้างาน ผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการ
       
       ถ้ามองไปข้างหน้า มีการเปิดรับของสังคมมากขึ้น จะทำให้บรรดาสินค้าหลั่งไหลเข้าจับตลาดในเซกเมนต์นี้ เพราะเริ่มมีผู้นำทำขึ้นมาสำหรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเป็นตลาดเฉพาะหรือนิช มาร์เก็ต อย่างเช่นตลาดของคนมุสลิมซึ่งมีประชากรประมาณ 9 ล้านกว่าคนทั่วประเทศ ซึ่งมีแห่งเดียวเช่นกัน
       
       ตลาดทั่วไปทำอยู่แล้ว แต่มามองตลาดนิชมาร์เก็ตนี้ น่าจะมีอะไรเฉพาะนั่นเป็นที่มาของการจับตลาด LGBT อยู่ในนโยบายบริษัทที่ต้องการจะตอบสนองกลุ่มลูกค้าทุกเซกเมนต์อยู่แล้ว และคิดว่ามีความเป็นไปได้ โดยตั้งสมติฐานขึ้นมา เชื่อว่าทุกคนรักชีวิต และทุกคนมีความรักจริง คนหลากหลายทางเพศมีความรัก ความรักของเค้าก็เป็นความรักที่แท้จริงและไม่มีความแตกต่างกับหญิงกับชาย ที่แต่งงานกัน 2-3 เดือนแยกทางกัน ทั้งๆที่เป็นเพศที่บอกว่าพระเจ้าสร้างมา
       
       การออกแพกเก็จสำหรับสังคมของกลุ่ม LGBT โดยตรง ข้อเด่นคือ สามารถยกผลประโยชน์ให้กับใครก็ได้ ซึ่งบริษัทอื่นไม่ให้เด็ดขาด จุดนี้เป็นช่องว่างในตลาดนอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้รับผลประโยชน์สามารถให้กับคนที่รู้ใจได้ ซึ่งในความรักของชีวิตคู่ที่อยู่ดูแลกันดีมาก เมื่อไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็อยากจะตอบแทนกัน โดยซื้อสินทรัพย์ในรูปประกันไว้ และเมื่อเป็นอะไรคนรักจะได้รับผลประโยชน์ และนั่นก็เป็นจุดขายและเป็นข้อที่แตกต่างจากบริษัทประกันชีวิตทั่วไปจะต้องมอบให้บุคคล 5 ประเภทคือ สามี ภรรยา พ่อ แม่ และลูก
       
       "ตอนแรกบริษัทคิดมากเรื่องนี้ ใช้เวลา 3-4 เดือน มีการถกเถียงกันนานว่า การยกผลประโยชน์นี้ มันจะขัดต่อการดำเนินงานการประกันของบริษัท หรือไปแย้งกับบริษัทประกันชีวิตต่างๆที่ทำกันอยู่ เมื่อเปิดกฎหมายดูทุกข้อ บอกว่าขึ้นอยู่กับบริษัทจะมีความเชื่อกับลูกค้าของเรามากแค่ไหน นอกจากนั้นยังกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ว่า ผู้รับผลประโยชน์ลอบฆ่า หรือ ลอบทำร้ายผู้ทำประกัน เค้าจะไม่ได้ทุนประกัน และมีความผิดติดคุกในแง่กฎหมายถูกคุ้มครองอยู่แล้วในกรมธรรม์ "
       
       การคิดรูปแบบของแพ็กเกจนี้ ออกแบบให้เหมือนลูกค้ากลุ่มทั่วไป เนื่องจากเบี้ยประกันให้ทั้งอุบัติเหตุ เจ็บป่วย และให้ค่าชดเชยรายวันในโรงพยาบาลและการเกษียณอย่างมีความสุข เพราะมนุษย์ทุกเพศต้องมีการหยุดการทำงาน และสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับตอนนี้คือคนอายุยืนขึ้น ทำให้คนทำประกันมีคอนเซปต์เปลี่ยนไป ซึ่งมีการกังวล 2 ข้อ เพื่อตัวเองอยู่นานขึ้นแล้วอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไรคือการมีเงินเก็บเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้ไม่มีการแยกเพศ
       
       นอกจากนั้นยังมีความแตกต่างจากทั่วไป ที่บริษัทจะรับได้เฉพาะสัญญาหลักคือ ประกันชีวิตอย่างเดียวไม่มีสวัสดิการในทุกๆรูปแบบ หรือบางบริษัทจะไม่รับเลยกับลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงสูง ซึ่งเสี่ยงด้านความเป็นอยู่ อารมณ์ หรือความเสี่ยงทางด้านอาชีพก็มีส่วนเหมือนกันอันที่จริงในต่างประเทศไม่มีการปิดกั้นเรื่องนี้ เหมือนปกติทุกอย่าง แต่เมืองไทยอ่อนไหว เพราะมีการออกข่าวสารว่ารักเป็นพิษจริงๆเพ่งเล็งมาที่ผู้มีหลากหลายทางเพศ มีอารมณ์รุนแรง ความจริงรักหึงหวง มีทั้งเพศชายจริง หญิงแท้ก็มีด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงมีความแตกต่างทางด้านความมั่นคง และการเก็บออมไปสนองตอบลูกค้ากลุ่ม
       ที่มีความหลากหลายทางเพศ
       
       ในส่วนแนวทางการตลาด ระยะแรกเน้นจับตลาดระดับบน กลุ่มผู้มีรายได้สูงประมาณ 3 หมื่นบาทต่อเดือนในรูปแบบสะสมทรัพย์แบบ 10 ปี และ 20 ปี ซึ่งเป็นการสะสมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการในอนาคตเมื่อรีไทร์ หรือมีอายุสูงขึ้นอีกด้วย ส่วนวิธีการทำตลาดพยายามเข้าไปทางสมาคมฟ้าสีรุ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรที่ทำด้านสิทธิความเสมอภาคของชายรักชาย แพ็กเกจที่เริ่มจัดออกไปแล้วนั้น เป็นการาทดลองตลาดเพื่อรับฟังคำติชมจากลูกค้าคนกลุ่มนี้อีก ซึ่งจะต้องมีการดัดแปลงพัฒนาต่อไป
       
       ทั้งนี้จากสถิติมีกลุ่ม LGBT ที่แสดงตัวอยู่ในประเทศไทยประมาณ 9 แสนคน ส่วนที่ไม่เปิดเผยตัวนั้น ไม่สามารถจับสถิติได้ ในแง่การตลาด ฟินันซ่า ในช่วงแรกถึงกลางปีหน้า ตั้งเป้ายอดทำประกัน 4 หมื่นกว่ากรมธรรม์ หรือสัดส่วน 5% ของคนกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามหลังโปรเจคที่กำลังทดลองตลาดมีความสำเร็จ ในอนาคตจะมีการออกแบบแพ็กเกจที่มีเบี้ยประกันต่ำลง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้คนตลาดระดับล่างทำได้และตลาดระดับกลางซื้อได้
       
       
คอมมูนิตี้& อีเวนท์
       เข้าถึงกลุ่มลูกค้าตรงๆ

       
       หากสังเกตกิจกรรมงานอีเวนต์ต่างๆที่จัดขึ้นทุกปีนั้น จะเห็นว่าที่ผ่านมาทั้งในต่างประเทศและในบ้านเรา มักมีงานพาเหรดใหญ่ประจำปีซึ่งเป็นงานพาเหรดแสดงพลังของกลุ่ม LGBT นักธุรกิจและเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างให้ความสนใจในอีเวนต์นี้มากขึ้นทุกที
       
        แม้ว่าในอดีตการเข้าสนับสนุนเงิน หรือเป็นสปอนเซอร์ผลิตภัณฑ์แบบหลังฉาก โดยไม่แสดงตัวชัดเจนไม่มีการประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะ เพราะมีความกังวลในผลกระทบที่จะเสียหายกับภาพลักษณ์ของแบรนด์เช่นการสูญเสีย Loyalty ของกลุ่มผู้บริโภคเดิมที่มีอคติต่อกลุ่ม LGBT
       
        แต่ทว่าปัจจุบัน ดูเหมือนว่าจะได้รับการเข้ามาสนับสนุนแบบหลังฉากเริ่มลดดีกรีลงเรื่อยๆ กรณีตัวอย่างในหลายๆภาคพื้นเอเชียอาทิเช่น โอเปอร์เรเตอร์มือถือรายใหญ่ ในนิวซีแลนด์ลงโฆษณา 2 หน้าหนังสือพิมพ์เพื่อลูกค้ากลุ่มนี้โดยตรง น้ำหอมD&G ลอริอัล สายการบินแควนตัส รถซูบารุ วอดก้าสเมอร์นอฟ ยกขบวนกันเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานเทศกาลพาเหรดของ LGBT ที่ประเทศสิงค์โปร์ เหล่านี้เป็นกรณีที่น่าสนใจ
       
       สำหรับในบ้านเรา มีสินค้าและบริการหลายๆประเภทที่เริ่มให้ความสนใจที่เข้าถึงกลุ่ม LGBT โดยงานเทศกาลไพร์ด ซึ่งเป็นงานที่แสดงพลังแห่งความภาคภูมิใจในการเป็นคนรักเพศเดียวกัน ซึ่งจัดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก และสำหรับในประเทศไทยก็มีจัดการติดต่อกันประจำทุกปี โดยนี้จะจัดขึ้นในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน เป็นบิ๊กอีเวนต์ที่มีสินค้าเข้ามาสร้าง Brand Awareness ในงานเพิ่มขึ้นทุกๆปี
       
       ปีนี้สินค้าแบรนด์ดังๆที่เริ่มส่งสัญญาณที่จะเข้ามาปักธงตลาดกลุ่ม LGBT อย่างเช่น เบียร์สิงห์ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ และแฟร์ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ให้เป็นรายเดียวในกลุ่มคอนดอม จากปีก่อนเป็นดูเร็กซ์ วัน และวิสกี้ หลายแบรนด์เริ่มสนใจตลาดนี้ โดยเข้ามาชิมลางตลาด บาคาร์ดี้ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนสินค้า ให้ กับบางร้านอาหารผับที่ร่วมกิจกรรม ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 69 แห่ง
       
       โทนี่ คิงส์ กรรมการการจัดงานงาน บางกอกไพรด์ บอกว่า แมสโพรดัคส์ ที่ไม่ได้เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม LGBT หลายๆบริษัทตอบรับที่จะเป็นสปอนเซอร์ในปีหน้า ซึ่งไม่ใช่กลุ่มสินค้าเหล้า เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นคอนเนคชั่นที่ใกล้ชิดมากที่สุดเท่านั้น มีทั้งสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น รถยนต์ เพราะมองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาทำการตลาดได้ถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยปี 2002 รถยนต์มาสด้า เคยเข้ามาเป็นสปอนเซอร์โดยนำรถเปิดประทุนเข้ามาร่วมขบวนพาเหรดในงานบางกอกไพรด์ แต่หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่ออย่างต่อเนื่อง เพราะคณะกรรมการจัดงานมีการหมุนตลอดทุกปี
       
       ทั้งนี้ การเกิดภาพลักษณ์ทางลบนั้น ก็ไม่เคยมีสินค้าแบรนด์ไหนที่เข้ามาสนับสนุนแล้วเกิดภาพลักษณ์ต่อแบรนด์ที่เสียหาย "ในต่างประเทศมีสินค้า แบรนด์ดังหลายประเภทเข้ามาเป็นสปอนเซอร์กันมาก ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องภาพลลักษณ์ไม่ใช่ปัญหา เพราะ "พิงค์ดอลลาร์" เป็นกลุ่มเป้าหมายตลาดขนาดใหญ่ และมีกำลังซื้อสูงมาก"
       
       ที่น่าสนใจ ในปัจจุบันการขยายตัวของธุรกิจที่จับตลาดกลุ่มหญิงรักหญิง มีการเติบโตที่พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเพียงแค่ 1 ปี ธุรกิจที่จับกลุ่มเกย์มีการเติบโตแบบเรื่อยๆ ล่วงหน้าไปก่อนธุรกิจของกลุ่มหญิงรักหญิงก็เพราะวัฒนธรรมทางสังคมแต่เดิมมา จะให้ความเป็นอิสระกับเพศชายเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต การแสดงออกได้อย่างเปิดเผยมากกว่าเพศหญิง
       
       สำหรับธุรกิจเกย์มีเปิดให้บริการประมาณกว่า 200 แห่งในกรุงเทพฯ และมีสปา โรงแรมอย่างเช่นโรงแรมตะวันเพลส ที่วางตำแหน่งทางการตลาดยินดีต้อนรับเกย์ และ ร้านบักแอนด์บี ที่จัดให้เป็นเป็นเกย์เฟรนด์ลี่
       
       ขณะที่ธุรกิจจับตลาดกลุ่มหญิงรักหญิง มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆก้าวเข้ามามาก ที่เห็นชัดเจนคือการขยายตัวของการเปิดผับบาร์มีการเปิดใหม่ตามกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่า อนาคตของธุรกิจที่เจาะกลุ่มหญิงรักหญิงจะเติบโตมากขึ้น ซึ่งถ้ายังมีการเติบโตแบบนี้ จะเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากขึ้น เพราะเมื่อตลาดมีการเติบโตมากแล้ว ความต้องการมีสินค้าให้เข้ามาตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ เชื่อว่าจะมีธุรกิจเข้ามาโฟกัสลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อจะได้เข้ามาช่วงชิงกำลังซื้อของลูกค้ากลุ่มนี้ที่ต้องการสินค้า บริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตนเอง
       
       นันนิญา เอส. ฮาร์ดี้ ผู้บริหารร้านชีล่า ผับที่เปิดบริการเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น (Exclusively for all ladies only) กล่าวกับ "ผู้จัดการ รายสัปดาห์"ว่า มองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาจับตลาดของลูกค้ากลุ่มนี้หลายปีแล้ว ถ้าย้อนกลับไป 7-8 ปีที่แล้ว ในกลุ่มเบบี้บูม ที่ยังไม่มีคนเห็นช่องว่างเข้ามาเปิดร้านเฉพาะขึ้นมา แต่ปัจจุบันมีออกมามากหลากหลายรูปแบบทั้งสถานบันเทิงของกลุ่มหญิงรักหญิง และชายรักชาย ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งเป็นการตอบสนองตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
       
       ทั้งนี้ ก่อนลงมาจับตลาดนี้เปิดร้านอาหารผับที่ให้บริการในรูปแบบทั่วไป แต่ในระยะหลังเริ่มมีผับเฉพาะเปิดขึ้นมาเพื่อบริการลูกค้ากลุ่มหญิงรักนี้ และมีร้านทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ที่เปิดตัวใหม่เริ่มลงมาเซกเมนต์นี้
       
       ประกอบกับการหาโลเคชั่นที่อยากเปิดในย่านที่เรียกว่าเทรนดี้โซนได้ ล่าสุดขยายฐานลูกค้ามาเปิดผับแอนด์ เรสเทอรองค์ เฉพาะกลุ่ม ซึ่งก็เปิด เซต้า เป็นแห่งแรก ในย่านอาร์ซีเอขึ้นมาก่อน
       
       หลังจากนั้น ขยายมาเปิดอีกร้านในย่านหลังสวน ซึ่ง Difference ด้วยการแบ่งแยกกลุ่มด้วยอายุ เพราะลูกค้าที่อยู่ในเซกเมนต์ที่ต่างกันด้วยอายุ ความต้องการจะมีความต่างกันออกไป ซึ่งจะมีการวางโพซิชันนิงต่างกันทั้ง ส่วนของที่นั่งในร้าน วงดนตรีที่เล่น และบรรยากาศภายในร้าน เพลงดีเจ อาหารทุกอย่างทำให้ออกมาในรูปแบบที่ต่างกัน ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การโพซิชันนิงตัวเอง บวกกับกระแสในตลาดที่กำลังเข้ามา
       
       เห็นได้ชัดว่า มีค่ายเครื่องดื่มอาร์ทีดี วิสกี้ เบียร์ ไวท์สปิริต และเครื่องดื่มซอฟต์ดริงค์จำนวนมาก ที่ติดต่อเข้ามาเพื่อจัดกิจกรรมกับทางร้าน เพราะเห็นตลาดของกลุ่มผู้บริโภคที่ร้านข้าไปเจาะว่าเป็นโอกาสทางการตลาดที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มไลท์เบียร์ที่กำลังวางตลาดเช่น ซานมิเกลไลท์ ที่วางตำแหน่งเบียร์เซกเมนต์นี้ให้เป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้หญิง
       
       
"ดาเมน"จับตลาด
       แฟชั่นสาวห้าว

       
       หลังจากที่ "ดาเมน" แบรนด์แฟชั่นสำหรับสาวห้าวและทอมบอย ซึ่งเป็นผลงานของนิสิตรั้วเกษตรศาสตร์ ภายใต้โครงการ "New Brand New Market 2006 " เปิดตัวที่สยามเซ็นเตอร์แล้ว ล่าสุดก็มีบริษัทในวงการเสื้อผ้าที่ต้องการสร้างแบรนด์ใหม่ และต้องการเปิดตลาดใหม่เพื่อจับกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์นี้ ติดต่อเข้ามา 3-4 ราย ต้องการพัฒนาแบรนด์นี้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น
       
       "ดาเมน" เป็นแนวเสื้อผ้าที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจนว่าเป็น ทอมบอยแวร์ จับกลุ่มนักศึกษา จนถึงวัยรุ่น กลุ่มคนเริ่มทำงาน ราคาไม่สูงมาก
       
       อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าตลาดเสื้อผ้าสำหรับกลุ่มหญิงรักหญิงอย่างจริงจัง ก็เตรียมใช้งานบางกอกไพรด์ เป็นช่องทางในการทดสอบตลาด แนวโน้มโอกาสที่จะสามารถขยายต่อไปได้ และวัดผลของกระแสการตอบรับในงานด้วยการเข้าไปเปิดแฟชั่นโชว์ และออกบูธสินค้าจำหน่ายที่เป็นคอลเลคชั่นซึ่งเป็นเสื้อผ้าสำหรับหญิงรักหญิงประมาณ 60 แบบ รวมถึงการออกแบบสอบถามว่าต้องการให้พัฒนาสินค้าตรงจุดไหน จะเป็นการสำรวจในงานด้วยเช่นกัน
       
       ทั้งนี้ หนึ่งในทีมที่สร้างสรรค์โครงงานนี้ขึ้นมา ศตวรรษ หงษ์หิน กล่าวว่า ถ้าเข้าไปจับตลาดนี้ โอกาสที่คนจะซื้อหรือรู้จัก จะมีค่อนข้างสูงและทำการตลาดได้ง่ายมากกว่าเสื้อผ้าทั่วๆไป "สำหรับในตลาดเสื้อผ้าสำหรับลูกค้ากลุ่มหญิงรักหญิง ถ้าเปิดตัวเร็วและ เปิดตัวก่อน จะกลายเป็นอันดับหนึ่งของตลาดนี้ เพราะเป็นผู้นำเสนอตลาดก่อน ระหว่างนี้อยู่ในช่วงศึกษาตลาด แนวโน้มโอกาสที่จะสามารถขยายต่อไปได้ และจุดคุ้มทุน เพราะเป็นความเสี่ยงการสร้างแบรนด์ต้องใช้งบการตลาดสูง "
       
       
อินเทอร์เน็ต จุดเปลี่ยน
       เปิดตัวเองในโลกกว้าง

       
       การจับตลาดของคนในกลุ่ม LGBT ที่ยังไม่มีการแสดงตัวตน และข้อมูลทางตลาดที่แสดงบอกสถานะทางเพศโดยตรงใช้การสื่อสารผ่านนิตยสาร เว็บไซด์ และเพื่อนแนะนำบอกต่อกันไป หรือผ่านคอมมูนิตี้สื่ออินเตอร์เนต ซึ่งนอกจากจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนสังคมทั่วไปแล้ว สังคมกลุ่ม LGBT ทั้งกลุ่มหญิงรักหญิง และชายรักชาย ก็มีจุดเปลี่ยนที่เกิดเพราะ สื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งมีข้อดีที่ไม่ต้องแสดงตัวตนว่าเค้าเป็นใครเช่นกัน
       
       ปัจจุบัน เฉพาะเวบไซด์ของกลุ่มหญิงรักหญิง มีอยู่ประมาณ 10 เวบไซด์ โดยแต่แห่งก็เปิดให้คนที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายตามความสนใจของแต่ละคนได้เข้าไปร่วมพบปะพูดคุยกัน มีทั้งสำหรับกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มคนที่อายุ 35 ปีขึ้นไป กลุ่มวัยทำงาน กลุ่มที่ชอบอ่านนิยาย ชอบอะไรเฉพาะด้าน การท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ ตัวแทน "กลุ่มสะพาน" กล่าวและให้มุมมองอีกว่า
       
       นอกจากนั้น เวบไซด์เหล่านั้น ยังมีส่วนทำให้สังคม LGBT มีความคลี่คลาย สบายใจมากขึ้น เพราะเมื่อออนไลน์เมื่อไหร่ ก็ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ดังนั้นเวลามีชีวิตอยู่ในเว็บไซด์ซึ่งเป็นพื้นที่อิสระมาก ทำให้ความเป็นได้อย่างที่อยากเป็น ในขณะที่เวลาการใช้ปกติสุขอยู่ข้างนอก จะไม่สามารถแสดงตัวตนได้
       
       ระยะหลังมีการสื่อสารจากโลกภายนอกไหลเข้ามาในเว็บไซด์ ซึ่งเป็นสินค้าต่างๆที่ไม่ได้จับเฉพาะกลุ่มที่เราเห็นทั่วไป มีความพยายามที่จะเข้ามาเจาะตลาด ซึ่งเห็นได้ว่าเริ่มเข้ามาลงโฆษณาเข้าถึงตัวลูกค้าในเว็บไซด์มากขึ้น แต่การเปิดรับของหญิงรักหญิงจะอบอุ่นเฉพาะภายในของกลุ่มเค้าเอง ยังไม่มากเท่ากลุ่มชายรักชาย
       
       แต่ยังเห็นได้ชัดว่าสื่ออินเทอร์เน็ตก็มีอิทธิพลกับการเปิดตัวกับสังคมของกลุ่มหญิงรักหญิงที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่มีไลฟ์สไตล์สนุกสนานเฮฮากับชีวิตแบบสุดฤทธิ์ สุดเดช และรู้สึกว่าไม่ต้องถูกกดดันจากสังคม ขณะที่ผู้ใหญ่และวัยทำงานจะใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ที่ต้องระมัดระวังกับผลกระทบที่จะมีต่อหน้าที่การงาน
Last modified on 30 Nov 99