นายสรพงษ์ ตั้งวิริยโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ม. อมร กรุ๊ป ผู้ผลิตสินค้าเด็กภายใต้แบรนด์ฟาร์ลิน ปาป้าเบบี้ และปาป้าคิดส์ กล่าวว่า สินค้าเด็กได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจไม่มากนัก เนื่องจากพ่อแม่ยอมรัดเข็มขัดอดออมไม่ซื้อสินค้าให้ตัวเอง จากการที่ปัจจุบันครอบครัวสมัยใหม่จะนิยมมีลูกน้อยลง จึงเลือกซื้อสินค้าที่ดีให้กับลูก ทำให้สินค้าเด็กไม่ซบเซาไปตามเศรษฐกิจเหมือนสินค้าประเภทอื่น
ดังนั้น ในขณะที่สินค้าอื่นๆ ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ในส่วนของบริษัทเอง คาดว่าจะมียอดขายโดยรวมเติบโตลดลงเพียง 10-15% เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้รวมของปี 2549 ที่เติบโต 20% จากปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 300-400 ล้านบาท จากสินค้าทั้ง 3 แบรนด์ในปัจจุบัน โดยแบรนด์ที่ทำรายได้ให้กับบริษัทสูงที่สุดคือ แบรนด์ฟาร์ลิน และปาป้าเบบี้ อย่างละ 40% ที่เหลือมาจากแบรนด์ปาป้าคิดส์ที่ 20%
สำหรับปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทแตกไลน์สินค้าใหม่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์เบบี้พูล และลูนี่ตูนมาผลิตสินค้าสำหรับเด็ก รวมทั้งการจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องตลอด ทั้งปี เช่น การโรดโชว์ไปตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วง ไตรมาสแรก และไตรมาส 4 เป็นช่วงที่สินค้า เด็กมียอดขายดีที่สุด คือมีอัตราการเติบโตถึง 60-70% ดังนั้นบริษัทจึงใช้งบในการส่งเสริมการตลาด ณ จุดขาย ประมาณ 10-15 ล้านบาท ในช่วงดังกล่าว เพื่อกระตุ้นยอดขายตลอดปี
"เส้นกราฟของผลประกอบการในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานั้น มีลักษณะแปลกที่สุดในรอบ 30 ปี ของบริษัท คือมีลักษณะพุ่งสูงขึ้นและดิ่งลงสลับ ไปมาตามสถานการณ์บ้านเมือง" นายสรพงษ์ กล่าว

















