นายฮู ซี คอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทเลอร์ เนลสัน ซอฟเฟรส (ไทยแลนด์) หรือทีเอ็นเอส กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "อิน เสิร์ช ออฟ อะ ไลต์เฮาส์ ฟอร์ เอาเออร์ ฟิวเจอร์" ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันนิยมซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน หรือไลฟ์สไตล์ส่วนบุคคลมากขึ้น ตามแนวโน้มรายได้ที่สูงขึ้น แม้ภาพรวมจะประหยัดมากขึ้นจากความไม่มั่นใจทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เจ้าของสินค้าและนักการตลาดยังต้องรอดูสถานการณ์ครึ่งปีหลังอีกครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นที่จะส่งผลถึงอารมณ์และกำลังซื้อผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไทยยังให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ เห็นได้จากอัตราเติบโตในธุรกิจกลุ่มเพื่อสุขภาพ กีฬา ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตส่วนบุคคล ทำให้สินค้ากลุ่มนี้มีการ จับจ่ายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงวิถีชีวิตคนเมืองสมัยใหม่ที่เริ่มต้องการที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบายมากขึ้น จากการเติบโตของโครงการคอนโดมิเนียมกลางเมือง ที่ให้บริการสระว่ายน้ำ หรือคอนโด มิเนียมริมน้ำ เป็นต้น
สำหรับสถานการณ์ที่บ่งชี้ว่ากำลังซื้อผู้บริโภคลดลงนั้นพบว่า ในกลุ่มคนเมืองยังมีกำลังซื้อสูง แต่อาจจำกัดงบ ในการซื้อลดลง ทำให้ผู้ประกอบการ หันมาใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายมากขึ้น และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดและโฆษณาใหม่ๆ
ด้านนายเรย์โนลด์ ดี ซิลวา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ระดับโลก พอนด์ส บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้นทำให้เจ้าของสินค้าและนักการตลาดต้องทำข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก หรือคอนซูเมอร์ อินไซด์ มากขึ้น ทั้งการแบ่งกลุ่มสินค้าหรือลูกค้า การเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก ที่นักการตลาดต้องเข้าถึงให้มากที่สุด การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตราสินค้า ขณะสื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มมีอิทธิพลสูง
ด้าน น.ส.ลี ไรอัน ผู้อำนวยการระดับภูมิภาค ทีเอ็นเอส เอเชียแปซิฟิก ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กล่าวถึงการสร้างความผูกพันให้กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ จำเป็นต้องเชื่อมตราสินค้าและผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยการประสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน การนำเสนอไปยังผู้บริโภค การนำตราสินค้าเข้าไปมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ผู้บริโภค และการสร้างสรรค์เพื่อให้สร้างการรับรู้แล้วบอกต่อในที่สุด
ด้านนายสรณ์ จงศรีจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ ยังก์ แอนด์ รูบิแคม หรือวายแอนด์อาร์ กล่าวว่า ผู้บริโภคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้แนวคิดการทำตลาดตามความต้องการเฉพาะกลุ่มในวงกว้าง หรือแมส คัสโตไมเซชัน เริ่มมีบทบาทการทำตลาดมากขึ้น อาทิ ยาสระผมที่มีหลากหลายสูตรตามแต่ละประเภทของผู้ใช้ เป็นต้น ที่สำคัญคือ นักการตลาดหรือเจ้าของสินค้าจำเป็นต้องใช้ฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความต้องการที่ชัดเจนและกระตุ้นอารมณ์ตลอดจนกำลังซื้อผู้บริโภค

















