ปัจจุบัน จีนมีมณฑลในปกครองทั้งสิ้น 31 มณฑล และมีมหานคร 4 แห่ง คือ ปักกิ่ง เทียนสิน เซี่ยงไฮ้
และที่กำหนดขึ้นใหม่เมื่อ 3 ปีก่อนได้แก่ ฉงชิ่ง
อย่างไรก็ตาม มหานครแห่งมหานคร ก็คือ "เซี่ยงไฮ้" ซึ่งหากในอนาคตจีนได้ชื่อว่าคือจุดศูนย์กลางของ
โลกแล้ว มหานครแห่งมหานครและศูนย์กลางแห่งศูนย์กลางของโลก ก็คือเซี่ยงไฮ้แห่งนี้นี่เอง
มหานครแห่งอนาคต
เซี่ยงไฮ้ ออกเสียงตามสำเนียงจีนแมนดารินว่า ชางไฮ มหานครแห่งความหลังที่มีประวัติยาวนาน ด้วย
เป็นเมืองท่าใหญ่ พ่อค้าวาณิชย์เดินทางมาจากหลายมุมโลกเพื่อเจรจาค้าขายพบปะกันที่นี่ เซี่ยงไฮ้ซึม
ซับวัฒนธรรมที่หลากหลาย นอกจากนี้ สิ่งที่เซี่ยงไฮ้มีแต่เมืองใหญ่อื่นไม่มี ก็คือจำนวนประชากรที่หนา
แน่นถึง 25 พันล้านคน ถือเป็นเมืองที่มีจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลก และทำให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมือง
ที่ใหญ่ที่สุดของโลกในเวลานี้ด้วย
"เซี่ยงไฮ้ คือ สถานที่ที่จีนได้จัดเตรียมไว้เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งโลกอนาคต ทั้งของจีนเอง
และของโลก" จากข้อมูลของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) สำนักนายกรัฐมนตรี "Workers
(With Money) Unite! China's Shopping Revolution" ระบุ
ตึกสูงระฟ้ารูปทรงแปลกหลายร้อยแห่งที่ตกแต่งอย่างพิลึกพิลั่น คือสัญลักษณ์ของการพัฒนาเมืองใหม่
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบัน ศูนย์กลางของเมืองได้รับการออกแบบและจัดวางให้เข้ากับจังหวะเมือง
ใหม่ ผู้คนเดินบนถนนอย่างเร่งรีบ การจราจรในนครเซี่ยงไฮ้จอแจไม่แพ้เมืองใหญ่ทุกเมืองในโลก รถติด
ในกรุงเทพฯ ยังออกจะแพ้ๆ ด้วยซ้ำ โดยถนนที่มีความสำคัญเชิงพาณิชย์ คือ ผู่ตง ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาด
หลักทรัพย์แห่งเซี่ยงไฮ้ และธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง นอกจากนี้ก็คือเขต French Concession ซึ่ง
ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างและแหล่งบันเทิงจำนวนมาก
ที่มหานครแห่งนี้ ผู้คนอยู่ร่วมกันในสิ่งแวดล้อมแบบผสมผสาน ถนนหลายสายมีที่ให้ทั้งร้านสตาร์บัคส์
และแผงลอยขายแมลงทอด ตามถนนจะเห็นชายแก่ตั้งโต๊ะรับสอนการเขียนพู่กันจีน ขณะที่เด็กหนุ่มสาว
(เปรี้ยวมาก-ขอบอก) เดินพูดโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด หญิงสาวชาวเซี่ยงไฮ้กลัวแดดสุดๆ จะดูแลผิว
พรรณให้ขาวผ่องด้วยเครื่องประทินผิว (จริงๆ ก็ขาวอยู่แล้วนะ) ชายหนุ่มนิยมทำสีผมทองและเพาะกล้าม
ทั่วทั้งเมืองจึงเห็นป้ายโฆษณาเป็นหนุ่ม (ตี๋ชนิดหล่อ) ยืนเปลือยอก อวดความฟิตเปรี๊ยะล่อคนอยากหุ่น
แมนเต็มไปหมด
ยุวชนออนไลน์
30 ปี หลังการปฏิวัติวัฒนธรรมและการยุบหน่วยเรดการ์ด หรือยุวชนแดงในจีน อินเทอร์เน็ตกลายเป็นคู่
มือเล่มใหม่ของยุวชนแทนคัมภีร์เหมาเล่มแดงไปเสียแล้ว ทุกวันนี้ประชากรวัยรุ่นของจีนจำนวนกว่า 200
ล้านคน อยู่ระหว่างการค้นหาตัวตนผ่านการบริโภค โดยใช้จ่ายเงินเพื่อการนี้ถึงปีละ 1.3 พันล้านบาท
จากครั้งหนึ่งที่วัยรุ่นหนุ่มสาวเคยฝึกซ้อมการใช้ปืนยาว แต่วันนี้ทุกคนหันมาสนุกกับการกระหายไล่ล่า
ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันวัยรุ่นจีนใช้เวลาเฉลี่ย 17.9 ชั่วโมงต่อคนต่อสัปดาห์ ในการแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นผ่านเว็บบล็อกภาษาจีนกว่า 120 ล้านบล็อก และที่เป็นภาษาอื่นอีกนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม
รัฐบาลจีนไม่ได้ให้เสรีภาพในการใช้อินเทอร์เน็ตมากนัก โดยจะมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยตรวจพิจารณาและกลั่น
กรองเว็บไซต์ทั้งสิ้นกว่า 1 แสนคน ซึ่งมากกว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักข่าวกรองของสหรัฐ หรือซีไอเอทั้ง
หน่วยงานเสียอีก
ไม่มีอะไรที่จะสร้างความประหลาดใจได้อีกแล้ว จากข้อมูลพบว่า เด็กจีน 87% ใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน
โดยนอกจากเข้าไปท่องเว็บเพจที่มากมายก่ายกองเป็นล้านบล็อกดังกล่าวแล้ว ก็ยังนิยมเข้าไปเล่มเกม
ออนไลน์ ที่ฮิตสุดในจีนเวลานี้คือ เกมสตรอมไวลด์ ซึ่งเป็นเกมแฟนตาซีผจญภัยที่เลือกเล่นตัวละครที่
ต้องการได้ นักเรียนอาชีวะคนหนึ่งชื่อ หยูเซิ่นเหริ่น บอกว่า รู้ว่าเกมไม่ใช่ชีวิตจริง อยากเรียนให้จบ และ
ได้ทำงานเร็วๆ จะได้ออกไปใช้ชีวิตมันส์ๆ
คนรุ่นใหม่ สวย-รวย-เก่ง
ด้วยนโยบายให้มีลูกคนเดียว หรือ One Child Policy ตั้งแต่ปี 2522 ทำให้เด็กส่วนใหญ่ที่มีอายุไม่เกิน 28
ปี วันนี้ กลายเป็นลูกโทนที่ได้รับความทุ่มเทเอาใจใส่จากพ่อแม่ การได้รับการศึกษาที่ดี และสัมผัสวิถี
ชีวิตชาวตะวันตกผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้หนุ่มสาวยุคใหม่มีทัศนคติที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงผู้ชายสนุกกับชีวิต
โสดนานขึ้น ไม่มีใครรีบแต่งงานเหมือนสมัยก่อน ทุกคนมีความตั้งใจสูงมากที่จะเรียนหนังสือให้เก่ง เรียน
คอมพิวเตอร์ให้เก่ง หลายคนมุ่งเรียนภาษาอังกฤษ และหวังว่าจะได้งานที่มีค่าตอบแทนสูง ทุกคนอยาก
รวยและสนุกกับการใช้ชีวิตในโลกทุนนิยม
ผู้หญิงและผู้ชายชาวจีนปัจจุบันคลั่งไคล้สินค้าที่มีรูปแบบเฉพาะเพื่อแสดงออกถึงตัวตน เขาและเธอสนุก
ที่จะดึงดูดใจเพศตรงข้าม สินค้าแบรนด์เนมในจีนแพงมากแต่ก็ขายดี เช่น แฟร์รากาโม่ โดลเช แอนด์
กาบบาน่า จากการสำรวจพบว่า หนุ่มสาวใช้จ่ายเงินสูงสุดกับค่าเครื่องแต่งกายทันสมัย เสื้อผ้าที่มีสไตล์
กลิ่นอายเมืองนอก ตามด้วยอาหารเสริมสุขภาพและการบำรุงความงาม ปัจจุบันจีนเป็นตลาดเครื่องสำอาง
ขนาดใหญ่อันดับ 8 ของโลกด้วยมูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท (อ้างอิงจากผลสำรวจของ ออสเตรเลียน ไฟ
แนนเชียล รีวิว เดือนมกราคม 2547)
บริษัทเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายจากห้องเสื้อดีไซเนอร์ชื่อดังทั่วโลกเวลานี้ ต่างรีบเข้ามาเจาะช่อง
ทางการตลาดในจีน ไม่ว่าจะเป็นคาเทียร์ของฝรั่งเศส บูลการีของอิตาลี หรือที่เราคุ้นชื่อ เช่น ชาแนล กุ
ชชี่ หรือปราดา ก็มาหมด ล่าสุดคือ หลุยส์ วิตตอง ผู้ผลิตระดับตำนานของวงการเครื่องหนังโลก ได้เปิด
ร้านค้าสาขาที่ 12 บนพื้นที่กว่า 1.7 หมื่นตารางเมตร ณ กรุงปักกิ่ง สินค้าหลุยส์ วิตตอง ในจีนราคา 1.4
หมื่น-8 ล้านบาท ไม่ได้ถูกเลยนะ แต่ก็ขายดิบขายดี "แบร์นาร์ด อาร์โนลด์" ประธานกรรมการบริษัท
หลุยส์ วิตตอง คนปัจจุบัน กล่าวว่า มีแผนจะเปิดสาขาในจีนปีละ 3 แห่ง และเชื่อว่า 20 ปีข้างหน้า จีนจะ
เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงสุดของหลุยส์ วิตตอง
อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าแบรนด์เนมจะมีตลาดใหญ่ แต่กับประชาชนระดับล่างก็มีตลาดใหญ่ไม่แพ้กัน นั่น
คือตลาดของปลอม หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ของก๊อบ" โดยสินค้าแบรนด์เนมก๊อบปี้ที่ก๊อบได้เหมือน
จริงมากเหล่านี้ ราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ บรรดากระเป๋า (ปลอม) ซึ่งมีทั้งของหลุยส์ วิตตอง ปราดา กุชชี่
และอีกเพียบ ราคาคิดเป็นเงินไทยอยู่ในราวใบละ 350-500 บาทเท่านั้น (ถ้าต่อเก่งๆ จะถูกกว่านี้) เสื้อผ้า
กระเป๋าแบรนด์นอกทั้งหลายเดินทางจากต้นแบบในยุโรปมาถึงเซี่ยงไฮ้ใช้เวลาไม่เกิน 1 วัน ของก๊อบที่
เหมือนจริงเด๊ะก็วางขายพรึบในตลาด (เจ้าของแบรนด์เป็นลมลงไปเดี๋ยวนั้น)
ในเมื่อจีนคือตลาดใหญ่และใครต่อใครก็พากันไปเดินขวักไขว่เต็มไปหมด สำหรับไทยจะมองตลาดเพื่อน
บ้านอย่างไร?
ไลฟ์สไตล์ของจีนคือกุญแจสำคัญในการทำธุรกิจกับจีน ทีซีดีซีมีข้อมูลที่ดี "Workers (With Money)
Unite! China's Shopping Revolution" สนใจโทร. 02-664-8448

















