Switch to: uk
10 February 2012 14:17PM
14 May 09

ไทยส่ง"ผ้าไหมอินทรีย์"บุกงานแฟร์ฝรั่งเศส-สวิส

Written by www.matichon.co.th3
Rate this item
(1 vote)
สถาบันหม่อนไหมฯนำร่องเปิดตัวสินค้าใหม่ "ไหมอินทรีย์" เจาะตลาดอียู สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าไหมธรรมดาถึง 30% ตั้งเป้าเร่งขยายกำลังผลิตไหมอินทรีย์ภายใน 5 ปี เผยแนวโน้มส่งออกผ้าไหมไทยปี 2552 ลดเหลือ 1,000 ล้านบาท จากปี 2551 อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท

นายประทีป มีศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ (สมมช.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทางสถาบันเตรียมเปิดเผยตัวสินค้าใหม่ "ผ้าไหมอินทรีย์" ในระหว่างการจัดงาน "ไหมไทย สายใยแห่งแผ่นดิน" (Thai Silk : Culture Heritage) เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมผ้าไหมของไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตามคำรับเชิญจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคมนี้

สำหรับผ้าไหมอินทรีย์ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ของไทย มีลักษณะเด่น คือเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อสุขภาพ ผ่านกระบวนการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่การปลูกใบหม่อน มาเลี้ยงตัวไหม เส้นไหมถูกย้อมด้วยสีจากธรรมชาติ ไปจนถึงขั้นตอนการทอเป็นผ้าไหม ไม่ได้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้ใช้ สำหรับปีนี้ทางสถาบันวางแผนแนะนำสินค้าใหม่นี้เข้าสู่ตลาดโลก ผ่านงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และแอฟริกาใต้ เป็นต้น นอกจากนั้นยังวางแผนเปิดเว็บไซต์เพื่อแสดงถึงที่มาที่ไปของผ้าไหมไทย รวมทั้งมีการเปิดห้องเจรจาซื้อขายผ่านทาง อินเทอร์เน็ตเป็นเวลา 1 ปี

ทางสถาบันมั่นใจว่า สินค้าผ้าไหมอินทรีย์จะเป็นที่สินค้าของตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและกลุ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ ในเบื้องต้นของการสำรวจตลาดพบว่าสินค้าผ้าไหมอินทรีย์สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าผ้าไหมปกติทั่วไปถึง 30%

ปัจจุบันมีการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เชียงใหม่ อุบลราชธานี นราธิวาส โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าจะเร่งขยายกำลังผลิตไหมอินทรีย์ในสัดส่วน 3% ของการผลิตผ้าไหมทั่วประเทศ รวมทั้งเร่งวิจัยแปรรูปไหมอินทรีย์เพื่อสร้างมูลค่าในลักษณะต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น ผ้าอ้อมเด็กอินทรีย์ ผงไหมอินทรีย์สำหรับใช้อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ฯลฯ

"ผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ส่งผลทำให้การส่งออกผ้าไหมของไทยมีแนวโน้มปรับตัว ลดลง โดยคาดว่ามีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 900-1,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่มีตัวเลขการส่งออกอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันมั่นใจว่าสินค้าผ้าไหมไทยยังมีลู่ทางการส่งออกที่แจ่มใสในระยะยาว เพราะสินค้าผ้าไหมของไทยมีจุดขายที่สำคัญ คือเป็นสินค้างานหัตถกรรมที่บ่งบอก ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติไทย ขณะที่คู่แข่งขันสำคัญคือ จีน อินเดีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 และ 2 ของโลกมุ่งผลิตผ้าไหมเชิงพาณิชย์ที่เน้นผลิตสินค้าได้จำนวนมากในระบบเครื่องจักรเป็นหลัก เพื่อให้มีต้นทุนต่ำและขายได้ในราคาถูก" นายประทีปกล่าว

ส่วนสถานการณ์ตลาดการค้าผ้าไหมไทยภายในประเทศที่มุ่งจำหน่ายคนไทยและต่างชาติในปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ประมาณปีละ 3,000 ล้านบาท และผลการสำรวจรายได้ของเกษตรกรที่ประกอบอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในปีนี้ พบว่ามีรายได้เพิ่มจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10-15% ทำให้อาชีพนี้กลายเป็นที่พึ่งของเกษตรกรจำนวนมากได้เป็นอย่างดี และผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ยังทำให้แรงงานภาคอุตสาหกรรมที่ตกงานกลับมาสู่อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคอีสาน เช่น จังหวัดอุบลราชธานี ฯลฯ ดังนั้นทางสถาบันจึงวางเป้าจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ด้านการผลิตหม่อนไหมอย่างถูกวิธีแก่แรงงานคืนถิ่นทั่วประเทศในปีนี้

Last modified on 30 Nov 99