Switch to: uk
24 May 2012 03:09AM

มั่นใจ 3 แสนล้าน "เอาอยู่" กยน.กล่อมนักลงทุนเชื่อมือบริหารน้ำ

16 Jan 12 ,  ไทยรัฐออนไลน์
  • 0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาเรื่อง “การบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยาแบบบูรณาการ”


โดยเชิญนักลงทุนไทยและต่างประเทศ นิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บริษัทประกันภัย สมาชิกหอการค้าต่างประเทศองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น (เจโทร) เข้าร่วมกว่า 1,000 คน โดยที่ประชุมได้เริ่มต้นให้นักวิชาการและผู้บริหารองค์กรที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริหารจัดการน้ำของญี่ปุ่น ตลอดจนไจก้า นำเสนอวิธีการของประเทศญี่ปุ่นในการป้องกันปัญหาอุทกภัย ซึ่งในอดีต 65 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเคยเกิดปัญหาอุทกภัยคล้ายกับกรณีของประเทศไทยในปี 2554 มาก

ขณะที่นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล คณะกรรมการ กยน. กล่าวว่า การทำงานของ กยน. 2 เดือนที่ผ่านมาได้จัดทำแนวทางและแผนปฏิบัติการ โดยเอาปริมาณน้ำในปี 2554 และความเสียหายที่เกิดขึ้นของอุทกภัยที่มีต่อทรัพย์สิน 1.4 ล้านล้านบาท มากำหนดยุทธศาสตร์ ด้วยการสร้างระบบบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พร้อมกับการบริหารให้เกิดการเพิ่มรายได้ของภาคเกษตรกรรม และเป็นการบริหารจัดการป้องกันน้ำท่วมไปพร้อมกับการรับมือภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในอีก 2-3 เดือน โดยได้ใช้องค์ประกอบหลักที่ใช้ในการบริหารจัดการอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา หรือเรียกว่า backbone (กระดูกสันหลัง) ใช้เงินลงทุน 300,000 ล้านบาท ที่จะบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา แบ่งเป็น 3 พื้นที่ คือ 1.พื้นที่ต้นน้ำ จะใช้การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและดิน เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่สมดุล 10,000 ล้านบาท, การสร้างอ่างกักเก็บน้ำอย่างเหมาะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำ 50,000 ล้านบาท, ควบคุมการใช้ที่ดินและการพัฒนาการใช้ที่ดินที่ชัดเจน 5,000 ล้านบาท และปรับปรุงลำน้ำและระบบพยากรณ์ 3,000 ล้านบาท รวมวงเงิน 68,000 ล้านบาท

2.พื้นที่กลางน้ำสร้างพื้นที่ปิดล้อมป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัด 10,000 ล้านบาท, ปรับพื้นที่เกษตรกรรมชลประทานในพื้นที่น้ำท่วมถึงรองรับยอดน้ำหลากและเพิ่มรายได้ 60,000 ล้านบาท, ควบคุมการใช้ที่ดินและการพัฒนาการใช้ที่ดินที่ชัดเจน 5,000 ล้านบาท และปรับปรุงลำน้ำและระบบพยากรณ์ 4,000 ล้านบาท รวมวงเงิน 79,000 ล้านบาท 3.พื้นที่ปลายน้ำ สร้างพื้นที่ปิดล้อมป้องกันกลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ 20,000 ล้านบาท, สร้างทางน้ำหลากหรือทางผันน้ำอ้อมพื้นที่ลุ่ม 120,000 ล้านบาท และควบคุมการใช้ที่ดินและการพัฒนาการใช้ที่ดินที่ชัดเจน 10,000 ล้านบาท และปรับปรุงลำน้ำและระบบพยากรณ์ 3,000 ล้านบาท รวมวงเงิน 153,000 ล้านบาท

“กยน.มั่นใจว่าผลจากการลงทุน 300,000 ล้านบาท พร้อมกับวางแนวทางบริหารตั้งแต่ตัดยอดน้ำ จัดหาพื้นที่เป็นทุ่งเก็บน้ำ การจัดการระบายน้ำออกทะเล และการปิดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ จะทำให้ไม่มีปัญหาน้ำท่วมรุนแรงเกิดขึ้นอีก”

ในส่วนวงเงินอีก 50,000 ล้านบาท จะใช้กับ 17 ลุ่มน้ำ อีกทั้งจะจัดทำระบบฐานข้อมูลและระบบพยากรณ์และเตือนภัยที่ดีและทันสมัย, จัดให้มีกฎหมายการชดเชยให้มีประสิทธิผลและสอดคล้องกับความเป็นจริง, จัดให้มีองค์กรบริหารจัดการน้ำรวมแบบเบ็ดเสร็จบนฐานข้อมูลและผลประโยชน์ของประเทศ  และการสร้างความเข้าใจการยอมรับและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

นายชูเกียรติกล่าวว่า มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ในช่วงปี 2555 การลงทุน 300,000 ล้านบาท อาจยังไม่เกิดขึ้น และถ้าปีนี้มีปริมาณน้ำมากเท่ากับปี 2554 จะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อีกหรือไม่ ในส่วนนี้ กยน.มีแผนลงทุนไว้แล้วโดยนำเงินจากงบประมาณประจำปี 2555 ของรัฐบาลมาลงทุนในระยะเร่งด่วน 17,610 ล้านบาท และจะมีการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบด้วย ฉะนั้น ถึงแม้จะมีน้ำท่วมบ้างแต่จะไม่รุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา

“ในปี 2555 กยน.จะดูแลพื้นที่เศรษฐกิจของ 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมอีก ซึ่งต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากการป้องกันดังกล่าวด้วย”

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคเอกชนได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 6 แผน เพื่อดำเนินควบคู่กับแผนของ กยน. ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน การผลักดันการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม การดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ การช่วยเหลือในการซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ส่วนระยะยาว ได้แก่ การร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการกับทุกภาค ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน การจัดสรรปฏิรูปพื้นที่ตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดินเพื่อรองรับการใช้เป็นฐานการผลิต พร้อมผลักดันการอยู่ร่วมกันของภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่าแผนทั้งหมดจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติได้

ทั้งนี้ หลังจากที่ได้รับฟังข้อมูลจากนายชูเกียรติชี้แจงในครั้งนี้แล้ว ทำให้มีความมั่นใจมากว่าจะมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และจะนำข้อมูลนี้ไปชี้แจงต่อนักลงทุนต่างชาติ เพื่อจะได้เตรียมการฟื้นฟูการผลิตรวมถึงเตรียมแผนการลงทุนในประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้แผนการบริหารจัดการน้ำ จะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นกังวลคือความต่อเนื่องในการดำเนินการ เนื่องจากแผนดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ขณะที่การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย จึงต้องการให้  กยน.กำหนดแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

“ผมขอย้ำว่านักลงทุนต้องการเห็นมาตรการป้องกันน้ำที่ชัดเจน โดยเฉพาะปีนี้ รวมถึงการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำที่ต่อเนื่อง”

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ปี 2555 จะใช้เงินงบประมาณจำนวน 17,610 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำและแนวทางป้องกันปัญหาน้ำท่วม ส่วนปี 2556 จะใช้เงินงบประมาณอีก 50,000 ล้านบาท ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวตามแผนยุทธศาสตร์ของกยน.นั้น จะใช้เงิน 300,000 ล้านบาท ถือเป็นจำนวนเงินที่มาก แต่เมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมากว่า 1.4 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่ในส่วนของรัฐบาลจะผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีความต่อเนื่องในการดำเนินการ และระมัดระวังการใช้เงินอย่างคุ้มค่า ซึ่งการใช้เงินกว่า 300,000 ล้านบาทนั้น มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ที่จะช่วยทำให้เกิดความโปร่งใสและมีบริษัทต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเข้ามาลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์น้ำ ก็ไม่ต้องการที่จะให้มีคำครหาเรื่องการทุจริตคอรัปชัน และไม่ต้องการให้มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ฉะนั้น จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยสอดส่องการใช้เงินดังกล่าวด้วย

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.