นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้ทูตพาณิชย์ไทย 76 แห่งทั่วโลก มีความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพการส่งออกสินค้าไทยใน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจของตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (อียู) ยังทรงตัวต่อเนื่องในปี 54
โดยได้สนับสนุนให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาค่าเงินบาทตามข้อเสนอของภาคเอกชนใน 8 ประเด็น ซึ่งเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์จะหารือกับนายกรณ์ จาติกวาณิช รมว.คลัง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
สำหรับข้อเสนอทั้ง 8 ประเด็นของภาคเอกชนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แก่ 1.การแทรกแซงค่าเงินไม่ให้ผันผวนและสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค 2.ควบคุมการไหลเข้า-ออกของเงินทุนต่างประเทศ ทั้งในตลาดเงิน และตลาดทุน 3.อนุญาตให้ชำระค่าระวางเรือเป็นสกุลเงินต่างประเทศโดยไม่ต้องแลกเป็นเงิน บาท
4.ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการมาก 5.การลดค่าธรรมเนียมศุลกากรในการส่งออก 6.การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายกลางและเล็ก(SMEs) เข้าถึงแหล่งเงินทุนและเข้าถึงการทำประกันความเสี่ยง 7.ขอให้ภาครัฐจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ส่งออก SMEs เช่นเดียวกับกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว และ 8.ขอให้หน่วยงานภาครัฐให้ข้อมูลค่าเงินบาทอย่างตรงไปตรงมาแก่ผู้ประกอบการ
นางพรทิวา กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการส่งออกวางแผนการส่งออกปี 54 โดยให้ทั้งรักษาตลาดหลัก และกระจายการส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เน้นเพิ่มสัดส่วนในตลาดใหม่กับตลาดหลักให้สูงขึ้นเป็น 50 ต่อ 50 และมุ่งการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีต่างๆ ควบคู่ไปกับการใช้การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) เป็นฐานทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูง เช่น อาเซียน ตะวันออกกลาง และรัสเซีย เป็นต้น


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.