นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายใต้กรอบการค้าเสรีอาเซียน (FTA)ได้ช่วยผลักดันให้การส่งออกของไทยขยายตัวมากขึ้น โดยในครึ่งปีแรกของปี 2553 (ม.ค.-มิ.ย.) มีการขอใช้สิทธิ FTA ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าของไทยมูลค่าทั้งสิ้น 15,988.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 67.33 จากระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 9,554.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิร้อยละ 54.92 ของมูลค่าการส่งออกเฉพาะรายการสินค้าที่ได้สิทธิฯ
ทั้งนี้ มูลค่าการใช้สิทธิส่งออกมากที่สุด ได้แก่ อาเซียน (AFTA) มูลค่า 6,533.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 50.20 รองลงมาได้แก่ อาเซียน-จีน (ACFTA) มูลค่า 3,633.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 72.08 ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)มูลค่า 2,781.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯร้อยละ74.48
ไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 2,116.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 64.64 อาเซียน-เกาหลี (AKFTA)มูลค่า 373.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯร้อยละ 25.83 อาเซียน-อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 320.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 18.89
ไทย-อินเดีย (TIFTA) มูลค่า 211.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 66.92 อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) มูลค่า 11.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 2.09 อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) มูลค่า 4.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นการขอใช้สิทธิฯ ไปยัง ออสเตรเลีย มูลค่า 3.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 7.99 และนิวซีแลนด์ มูลค่า 0.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 6.65 ตามลำดับ
ทั้งนี้ การใช้สิทธิภายใต้ AJCEP และ AANZFTA ยังไม่สูงมากนัก เนื่องจากผู้ส่งออกยังคงใช้สิทธิภายใต้ JTEPA และFTA ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ส่วนสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ ส่งออกสูง ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยานยนต์สำหรับขนส่ง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ มันสำปะหลัง ไก่ปรุงแต่ง และกุ้งปรุงแต่ง เป็นต้น
สำหรับอุปสรรคที่ผู้ประกอบการไทยบางส่วน ไม่สามารถใช้สิทธิ FTA ได้อย่างเต็มที่ เนื่องมาจากไม่สามารถผลิตสินค้าให้เป็นไปตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าได้ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย เพราะต้องนำเข้าชิ้นส่วนวัตถุดิบจากต่างประเทศมาผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป เพื่อส่งออก ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับตัวและใช้วัตถุดิบจากประเทศคู่ค้าที่ทำความตกลง FTA กับไทย เพื่อให้สามารถสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าได้
ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้วางแนวทางที่จะทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อต่างๆและจัดฝึกอบรม สัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ประกอบการ/บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วน กลางและภูมิภาค เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ไทยได้รับจาก ประเทศคู่ภาคีที่ไทยได้ทำความตกลง


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.