นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่วันที่ 18 พฤษภาคม ศกนี้ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้จัดงานแสดงสินค้าผ้าไหมไทย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ให้การสนับสนุนมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าของโครงการ กระทรวงพาณิชย์จึงได้ถือโอกาสนี้ร่วมมือกับบริษัทแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลกทั้งในอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เช่นแบรนด์หลุยส์วิตตอง เป็นต้น นำผ้าไหมไทยไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเครื่องนุ่งห่มแฟชั่น กระเป๋าและอื่นๆ ภายใต้โครงการครีเอทีฟไทยแลนด์ที่มีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้รับผิดชอบ
"ระหว่างวันที่ 18-21 พฤษภาคม ผมจะเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส เพื่อพบกับผู้บริหารของบริษัทแบรนด์เนมใหญ่ เพื่อจะหารือความร่วมมือดังกล่าว โดยเฉพาะการนำผ้าไหมตรา "นกยูง" ตราพระราชทานไปต่อยอดกับแบรนด์เนมดังระดับโลก เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกของไทย"
นอกจากนี้แล้ววันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดงาน ผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลก (silk road to the world) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 1 ขาออก เพื่อประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทยโดยเฉพาะตรา "นกยูง" สู่สายตาชาวโลก โดยเชิญภริยาทูตประเทศต่างๆ ร่วมเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ โดยจะสวมใส่ชุดดีไซเนอร์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมตรานกยูง ขณะเดียวกันตั้งแต่วันที่ 27-30 พฤษภาคม จะมีนิทรรศการผ้าไหมตรานกยูงดีไซน์ต่างๆ ด้วย
"เชื่อว่าการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดงานผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลก หลังจากที่มีการจัดงานแสดงผ้าไหมไทย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแล้วนั้น ผ้าไหมตราพระราชทาน ตรา "นกยูง" จะเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายแล้วจะส่งอานิสงส์ถึงผ้าไหมของไทยโดยรวมให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดโลกด้วย"นายอลงกรณ์ กล่าวและว่าอย่างไรก็ดีสิ่งที่อยากให้ผู้ประกอบการตระหนักกันให้มากที่สุดคือการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือเครื่องหมายการค้า เพราะการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการป้องกันไม่ให้คนอื่นมาแอบอ้างใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของเราได้ อีกทั้งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าย่อมสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างการยอมรับ ผู้ประกอบการจึงไม่ควรละเลยความสำคัญดังกล่าว
ขณะที่ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร ระบุตัวเลขการส่งออกผลิตภัณฑ์ไหมของไทยทั้งในรูปผ้าผืน และเสื้อผ้าสำเร็จรูปว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา(2549-2551) มีมูลค่าการส่งออก 812, 993 และ 694 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ส่งออกมูลค่ารวม 142 ล้านบาท โดยตลาดส่งออกผ้าผืนทำจากไหมของไทย 5 อันดับแรกได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝรั่งเศส และอิตาลี ส่วนตลาดส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปทำจากไหม 5 อันดับแรกได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสเปน


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.