แหล่งข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากการที่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน 10 ประเทศ ประกาศที่จะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 โดยจะมีการเปิดเสรีทางการค้าโดยภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันจะลดลงเป็น 0%(จากปัจจุบันไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน ได้ลดภาษีสินค้านำเข้าระหว่างสมาชิกลงเป็น 0% แล้วเกือบทั้งหมด ยกเว้นสินค้าอ่อนไหว ส่วนกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะลดภาษีสินค้าลงเป็น 0% ในปี 2558) นอกจากนี้จะมีการเปิดเสรีด้านการลงทุน และบริการ การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี และการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรีมากขึ้น
อย่างไรก็ดีจากการตรวจสอบเฉพาะในส่วนของการเปิดเสรีทางการค้าซึ่งได้มีความคืบหน้าไปมากกว่าภาคอื่น พบว่าประเทศสมาชิกยังมีมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่เป็นอุปสรรคการค้าระหว่างกัน และถูกมองว่าเป็นมาตรการกีดกัน(เอ็นทีบี)อยู่ทุกประเทศ ตัวอย่างเช่น ในสินค้ารถยนต์ของมาเลเซียแม้จะได้มีการลดภาษีนำเข้าจากประเทศอาเซียนเหลือ 5% แล้ว แต่ยังคงมีการกำหนดให้มีการขออนุญาตนำเข้า(อิมปอร์ต ไลเซนส์) และมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษในการนำเข้า(เซอร์ชาร์จ) เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายใน นอกจากนี้สินค้าที่นำเข้าไปจำหน่ายในมาเลเซียบางรายการยังต้องเสียภาษีการขายในอัตราสูง 10-25%
ส่วนฟิลิปปินส์ มีมาตรการควบคุมการนำเข้าพืช เช่น มีการกำหนดโควตาการนำเข้ามันฝรั่ง การกำหนดให้มีหนังสือรับรองสุขอนามัยสำหรับการนำเข้ากระเทียม ผักสด ถั่ว มะพร้าว ส้ม กล้วย องุ่น แตง แอปเปิล แพร์ แอพพริคอต และผักผลไม้อื่นๆ อีกทั้งกำหนดให้ National Food Authority เป็นผู้นำเข้าข้าวแต่เพียงผู้เดียว ต้องมีการขออนุญาตนำเข้าสินค้ารายชนิด เช่นรถยนต์ รถบรรทุก เรือ เครื่องถ่ายเอกสาร โลหะต่างๆ เป็นต้น
ขณะที่สิงคโปร์ มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเพื่อความสะอาดและความปลอดภัยของประเทศได้แก่ หมากฝรั่ง ใยแก้ว ดอกไม้ไฟ และมีมาตรการควบคุมปริมาณนำเข้าโดยต้องได้รับอนุญาตนำเข้าสินค้าได้แก่ ข้าว เมล็ดป็อปปี้ น้ำตาล สารเคมีอนินทรีย์ สารกัมมันตรังสี ผลิตภัณฑ์ยา เครื่องสำอางที่มีสารต้องห้าม หนังสือ หนังสือพิมพ์ เป็นต้น ส่วนบรูไน กำหนดให้ขออนุญาตนำเข้าหรือมีการกำหนดโควตานำเข้าจึงจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้ อาทิ ยารักษาโรคและสารพิษ พืชและสัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ อาหารทะเล น้ำมันพืช เกลือ และห้ามนำเข้าสินค้าที่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลามและความมั่นคงของชาติ
"มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีเหล่านี้ แม้ในอนาคตจะมีการลดภาษีสินค้าระหว่างกันลงเป็น 0% แล้ว แต่จากมาตรการที่กำหนดขึ้นภายในของแต่ประเทศจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการค้า ซึ่งรัฐบาลของอาเซียนจะต้องเร่งเจรจาเพื่ออำนวยความสะดวกระหว่างกันให้มากที่สุด"


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.