นายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงคัดค้าน ว่า ความพยายามที่จะเร่งรัด
การลงนามความตกลง JTEPA ของรัฐบาลอย่างผิดปกตินี้ แสดงให้เห็นถึงการที่รัฐบาลตกอยู่ภายใต้อิทธิพล
ของกระแสจากภายนอก ต้องการใช้ความตกลงการค้าเสรีนี้ เพื่อสร้างความยอมรับจากรัฐบาลและนักลงทุน
ต่างชาติ โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนและผลกระทบที่สังคมไทยต้องแบกรับทั้งในเรื่องฐานทรัพยากรความหลาก
หลายทางชีวภาพ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสุขภาพ และเรื่องสังคม
นายเสน่ห์ กล่าวอีกว่า ประเด็นปัญหาเรื่องสิทธิบัตรจุลินทรีย์ และเรื่องขยะของเสียอันตราย ที่ได้กลายเป็น
ประเด็นอภิปรายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และทางรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบได้ยอมรับว่าเป็นข้อ
ห่วงใยที่มีเหตุผล แสดงให้เห็นถึงความหละหลวมและความบกพร่องของคณะเจรจา ที่จำเป็นต้องมีการตรวจ
สอบพิจารณาเนื้อหาร่างความตกลงอย่างละเอียดรอบด้านโปร่งใส โดยจะต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน
เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
ด้านนายเจริญ คัมภีรภาพ รองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินทางปัญหา และภูมิปัญญาท้องถิ่น มหาวิทยาลัย
ศิลปากร กล่าวว่า กรณีมติครม.ไม่ใช่เป็นเรื่อง การบริหารโดยทั่วไปในกิจการสร้างความสัมพันธ์กับนานา
ประเทศ อันจะเป็นอำนาจหน้าที่โดยอิสระที่รัฐบาลพึงกระทำได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่กรณีนี้เป็นการ
สร้างภาระผูกพันระหว่างประเทศต่อคนไทยทั้งประเทศ ต่อรัฐบาลและรัฐสภาต่อๆ มา หรือแม้แต่พระราช
อำนาจที่จะต้องถูกจำกัด หากรัฐบาลไม่ฟังเสียงคัดค้าน เราจำเป็นที่จะต้องดำเนินการในทุกช่องในการคัด
ค้าน
นายเกียรติ สิทธีอมร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มี
มติเห็นชอบยืนยันความพร้อมในการลงนามหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น (JTEPA) ว่า อยากเสนอ
ให้รัฐบาลทบทวนมติครม.ดังกล่าว โดยแทนที่จะเดินหน้าและสร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรง ควรใช้เวลา 3-
4 เดือนข้างหน้าพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะยังไม่ดำเนินการกระบวนการรับฟังความคิดเห็น
ประชาชน ซึ่งจัดสัมมนาเรื่องนี้ครั้งเดียวที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไม่ใช่รูปแบบประชาพิจารณ์ จนถึง
วันนี้ เนื้อหาข้อตกลงดังกล่าวยังไม่เปิดเผย ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้สร้างความไว้วางใจให้ประชาชน
"งานวิจัยในหลายกลุ่มชี้ชัดเจนว่า ข้อตกลงยังมีปัญหาอยู่มาก แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีแนวทางเข้ามาช่วย
แก้ไข ทั้งภาคเกษตรข้าว-อาหาร ไม่ได้นำมารวมในส่วนของการลดกำแพงภาษี หรือไม่ใช่ภาษี รวมถึง
กลุ่มเหล็ก ยังไม่มีคำตอบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำอย่างไร กลุ่มยานยนต์ ในเรื่องภาษีที่เขย่งกันอยู่
ระหว่างรถยนต์ที่ประกอบนอก และผลิตในประเทศ ก็ยังไม่มีคำตอบ"
นายเกียรติ กล่าวว่า การทำข้อตกลงไทย-ญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการทำข้อตกลงอาเซียนกับญี่ปุ่น
แต่แทนที่จะกำหนดกรอบระหว่างประเทศอาเซียนเองก่อน แต่กลับไม่มีการทำ ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัยรัฐบาล
ทักษิณ ตรงนี้เป็นห่วงอยากเสนอรัฐบาล แทนที่จะเดินหน้าอย่างเร่งรีบควรแก้ปัญหาที่มีอยู่จากเอฟทีเออื่น
เสียก่อน
อย่างไรก็ตาม พรรคได้ทบทวนเรื่องนี้และเห็นว่า การทำเอฟทีเอของรัฐบาลชุดที่แล้วมีปัญหาสำคัญ 4 ข้อ
1.ในการทำเอฟทีเอกับหลายประเทศมีการรีบร้อนขาดการศึกษาและรับฟังความคิดเห็น 2.กรณีที่ทำเอฟที
เอกับหลายประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร ทั้งไทย-จีน ไทย-ออสเตรเลีย 3.กระบวนการทำเอฟทีเอ
รัฐบาลที่แล้วบอกว่ามีความพร้อม แต่ไม่มีการรับฟังความคิดเห็น หรือประชาพิจารณ์ และ 4.มีผลประโยชน์
ทับซ้อนในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.