Switch to: uk
24 May 2012 01:26AM

อาเซียนซัมมิตเร่งสร้างความเชื่อมโยง

01 Nov 10 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

ผู้นำ 10 ประเทศอาเซียนให้คำมั่นว่าจะมองหาหนทางและมาตรการต่างๆ ต่อไป เพื่อทำให้อาเซียนก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความร่วมมือของกันและกันเพื่อสร้างชุมชนอันเป็นหนึ่งเดียวที่แข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ได้ให้การรับรองแผนแม่บทการเชื่อมโยงภูมิภาค

หนังสือพิมพ์เวียดนาม นิวส์ รายงานว่า การเพิ่มบทบาทความสำคัญของอาเซียนเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 17 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2553 "เราควรมองหามาตรการที่ครอบคลุมเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าอาเซียนเป็นจุดศูนย์กลางของวิวัฒนาการของโครงสร้างภายในภูมิภาค" นายเหวียน ตัน หยุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวในปาฐกถาเปิดการประชุม

 

เวียดนามรับหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ และภายใต้หัวข้อการประชุม "Towards the ASEAN Community: from Vision to Action" อาเซียนได้ดำเนินโครงการจำนวนมากอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558

 

นายหยุงกล่าวเน้นย้ำถึงความสำเร็จในการดำเนินงานตามแผนการก่อตั้งประชาคมอาเซียนภายใต้ 3 เสาหลัก คือ การเมือง-ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม-วัฒนธรรม โดยในด้านเศรษฐกิจ นายหยุงกล่าวว่า เศรษฐกิจของอาเซียนที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้เดินมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้วด้วยรากฐานที่มั่นคง ประกอบกับการดำเนินโครงการความร่วมมือต่างๆในด้านสำคัญๆ อาทิ โครงการ ASEAN Single Window ซึ่งเป็นความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรด้วยอิเล็กทรอนิกส์  จุดเดียวของอาเซียน และโครงการให้ความช่วยเหลือด้านการค้า เป็นต้น

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีเวียดนามยังได้กล่าวถึงการพัฒนาความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างอาเซียนและประเทศคู่เจรจาในปีนี้ ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มความเข้มข้นในการเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ และผลลัพธ์ที่ได้ในรูปของแผนปฏิบัติงานที่ได้จากแถลงการณ์ความร่วมมือทั้งในด้านยุทธศาสตร์และในภาพรวม

 

ผู้นำทั้ง 10 ประเทศของอาเซียนได้ยืนยันข้อตกลงความร่วมมืออาเซียน และให้การรับรองแผนแม่บทว่าด้วยการเชื่อมโยงอาเซียน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคที่ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านกายภาพ ระบบ และการเชื่อมโยงผู้คน โดยแผนแม่บทระบุว่าอาเซียนมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงการท่องเที่ยวในภูมิภาค ดังนั้นการเชื่อมโยงที่ดีขึ้นจะก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน อีกทั้งยังสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างประชากรของประเทศในกลุ่มอาเซียน

 

ยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างการเชื่อมโยงด้านกายภาพ ประกอบด้วยการดำเนินการโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ เครือข่ายทางหลวงอาเซียน และทางรถไฟสิงคโปร์-คุนหมิง ขณะที่การเชื่อมโยงระบบประกอบด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของสินค้า บริการ และผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพต่างๆ ส่วนยุทธศาสตร์สร้างความเชื่อมโยงของผู้คนจะดำเนินการผ่านโครงการริเริ่มด้านวัฒนธรรม การศึกษา และการท่องเที่ยว

 

ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เปิดเผยว่า บรรดาผู้นำได้ถกกันถึงปัญหาสงครามค่าเงินที่สร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจในภูมิภาคจากการแข็งค่าของเงินจนทำให้เงินทุนจากต่างชาติจำนวนมากไหลเข้ามายังภูมิภาค "มีการพูดคุยกันเรื่องเงินทุนไหลเข้า เรื่องความรวดเร็วในการพัฒนา เรื่องของสถานการณ์ตลาดโลกที่อาจจะไม่ค่อยเอื้ออำนวย" เลขาธิการอาเซียน กล่าวกับสำนักข่าวต่างประเทศ

 

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวเพิ่มเติมว่าภาคเอกชนได้ขอให้ทางการให้ความสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้มากยิ่งขึ้น และตนเองได้เสนอให้อาเซียนร่วมกันกำหนดจุดยืนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมจี 20 โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ปัญหาเงินทุนไหลเข้าที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

 

การประชุมทั้ง 11 วาระ ซึ่งรวมถึงการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) และการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา นับเป็นครั้งแรกที่มีรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาและรัสเซียเข้าร่วม โดยนอกจากการประชุมอาเซียน+1 กับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดียที่จัดเป็นประจำทุกปีแล้ว ผู้นำของอาเซียนยังจะร่วมประชุมกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รัสเซีย และสหประชาชาติอีกด้วย

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.