นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้หารือเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมแบ่งการช่วยเหลือเป็น 2 ส่วน คือ 1. มาตรการระยะสั้นมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยจะเสนอของบกลางจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า จำนวน 500 ล้านบาท เพื่อหาช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ 200 ล้านบาท และอุดหนุนดอกเบี้ยให้กับเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบอีกจำนวน 300 ล้านบาท
2. การแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานให้กับเอสเอ็มอีต่ออีก 1 ปี จากเดิมที่หมดอายุในเดือน พ.ค.นี้ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้เอสเอ็มอี และให้ทุกหน่วยงานภายในกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้ชัด ต่อไปจะต้องเน้นการสร้างรายได้จากเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ การสร้างอุตสาหกรรมสีเขียว และการส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ให้บริการผู้ประกอบการและประชาชนอย่างเท่าเทียมกันไม่ปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐาน จะต้องไม่เลือกให้บริการเฉพาะผู้ที่นิยมสีทางการเมืองสีใดสีหนึ่ง ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดต้องเป็นตัวประสานงานระดับภูมิภาคในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ จัดทำข้อเสนอทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว เพราะลักษณะแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน และกำหนดให้แต่ละจังหวัดส่งข้อมูลมาให้กระทรวงอุตสาหกรรมภายในวันที่ 28 พ.ค.นี้
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมหาแนวทางฟื้นความเชื่อมั่นการลงทุน ต้องการให้นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้ชี้แจงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ถือเป็นนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ที่จะทำให้ผู้ประมอบการมั่นใจ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีกำหนดโรดโชว์ไว้ตลอดปีอยู่แล้ว โดยจะหารือว่าจำเป็นต้องเชิญนักธุรกิจต่างประเทศมารับฟังคำชี้แจงจากภาครัฐหรือไม่
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีเอสเอ็มอีที่ได้รับความเสียหายประมาณ 3,000 ราย เป็นเอสเอ็มอีในพื้นที่สยามสแควร์ 300 ราย พื้นที่ราชประสงค์ 1,700 ราย และพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและพื้นที่อื่น 1,000 ราย การดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการของ สสว.จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. โครงการ SMEs Rescue Fund เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงฟื้นฟูกิจการให้เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ โดยจะอุดหนุนดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอี 2% จากอัตราดอกเบี้ยที่เอสเอ็มอีกู้ จากสถาบันการเงินเป็นเวลา 2 ปี จากอัตราดอกเบี้ยที่เอสเอ็มอีกู้จากสถาบันการเงินเป็นเวลา 2 ปี ถ้าเอสเอ็มอีได้ขอสินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) จากสินเชื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากการเมืองในอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ลบ 3 แล้วมาขอความช่วยเหลือจาก สสว.ก็จะได้รับการอุดหนุนดอกเบี้ย 2%
2. การสร้างช่องทางจำหน่ายให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยจะจัดสถานที่จำหน่ายสินค้ากึ่งถาวรในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เดิมไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โดนไฟไหม้


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.