นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมจัดทำแผนโรดแมพ การจัดทำแนวทางการเจรจาการค้าระหว่างประเทศของไทยให้เน้นการรวมกลุ่มอาเซียนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี2558 ซึ่งปีนี้อาเซียนประสบความสำเร็จในการลดภาษีนำเข้าสินค้าแทบทั้งหมดด้านการลงทุน อาเซียนจะมีการเปิดให้มีการลงทุนระหว่างกันเต็มที่ จะยกเว้นก็เพียงบางสาขาเท่านั้น
ส่วนธุรกิจบริการปีนี้มีเป้าหมายเปิดให้อาเซียนอื่นไปร่วมลงทุน ถือหุ้นในอาเซียนอีกประเทศหนึ่งได้ถึง 51% ใน80 สาขาจาก128 สาขาซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาว่าจะเปิดในสาขาบริการใดบ้าง ถือเป็นความคืบหน้าในด้านต่างๆ ของอาเซียน
นายอลงกรณ์กล่าวว่า แผนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศจากนี้ไป ไทยจะดำเนินการร่วมกับอาเซียน ในการจัดทำการค้าเสรีกับกลุ่ม GCC ซึ่งเป็นประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับมีสมาชิก 6 ประเทศคือ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกลุ่ม Mercosur ซึ่งเป็นตลาดร่วมแห่งอเมริกาใต้ที่มีสมาชิก 5 ประเทศได้แก่ บราซิล อาร์เจนตินา ปารากวัยอุรุกวัย และเวเนซุเอลา โดยทั้งสองภูมิภาคนี้มีศักยภาพสูงที่จะเป็นแหล่งทุน วัตถุดิบ และตลาดที่สำคัญของไทย
นอกจากนี้จะให้ความสำคัญกับการเจรจาอาเซียน+3 (จีนญี่ปุ่น เกาหลีใต้) และอาเซียน+6 (จีนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์) เพื่อสร้างตลาดขนาดใหญ่กว่า3,000 ล้านคน
ส่วนการเจรจาFTA ในกรอบทวิภาคีจะให้ความสำคัญกับการเร่งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเปิดเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป(อียู) การเร่งผลักดันการเปิดเสรีในกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจบังกลาเทศ-อินเดีย-พม่า-ศรีลังกา-ไทย(BIMSTEC) เพื่อเจาะตลาดเอเชียใต้
ทั้งนี้ในกรอบ WTO ไทยจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อการเจรจาการค้ารอบโดฮาซึ่งจะร่วมมือกับสมาชิกอื่นๆ ผลักดันให้สมาชิกรายใหญ่อย่างสหรัฐ และสหภาพยุโรป เร่งรัดการเจรจาให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว
สำหรับกรอบเอเปคจะผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้การค้าในเอเปคมีความคล่องตัวสูงสุด โดยการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน จะร่วมกับสมาชิกเอเปค แสวงหาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม โดยต้องทำให้เอเปคมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดมากขึ้น
นางนันทวัลย์ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จะผลักดันให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวเหมือนกับตลาดอียู เพราะเมื่อเป็นตลาดเดียวแล้ว อาเซียนจะมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากจีนและอินเดีย และมีจีดีพีใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชียรองจากจีนและญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้อาเซียนเป็นตลาดที่ดึงดูดการค้าและการลงทุนเป็นอย่างมาก


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.