Switch to: uk
23 April 2014 17:37PM

“มองใหม่ด้ายไหม”

09 Apr 14 ,  Trade Fair
  • 0
  • star
  • star
  • star
  • star
  • star

นิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวของ “ไหม” จากภูมิปัญญาไทยสู่การเป็น “อภิมหาวัสดุและราชินีเส้นใยแห่งอนาคต”

Policy & Regulation
  • เปลี่ยนกฏนำเข้าไหม

    07 Mar 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    คุณศรุดา ชินวัตร นายกสมาคมอุตสาหกรรมไหมไทย เปิดเยผว่า สำหรับสถานการณ์อุตสาหกรรมไหมไทยในปี 2556 ค่อนข้างลำบาก ต้องเผชิญกับกฎหมายในเรื่องสัดส่วนการนำเข้าเส้นไหมสำเร็จรูปจาก 2:1 คือนำเข้าไหมสำเร็จรูปจากต่างประเทศได้สองส่วน และบังคับซื้อเส้นไหมในประเทศหนึ่งส่วน ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ เพราะภาคอุตสาหกรรมต้องการเส้นไหมจำนวนมากประมาณ 400 ตันต่อเดือน แต่การผลิตไหมในประเทศมีเพียงประมาณ 100 ตันต่อเดือน ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการภาคอุตสาหกรรม และต้องยอมรับว่าเส้นไหมในประเทศ ยังไม่ค่อยได้มาตฐานและราคาสูงกว่าจีนทำให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตไม่สามารถขยายตัวได้ ซึ่งต่อไปในอนาคตธุรกิจไหมในประเทศต้องพบกับคู่แข่งที่น่ากลัวจากการนำเข้าผ้าไหมราคาถูกจากจีน เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้เสนอไปกรมหม่อนไหมให้ทดลองเปลี่ยนกฏนำเข้าไหมสำเร็จรูปจาก 2:1 เป็น 3:1 โดยเริ่มต้นปี 2557 เป็นระยะเวลาภายใน 6 เดือน เพื่อทดลองดูว่าจะกระทบต่อเกษตรกรหรือไม่ แล้วจะช่วยให้อุตสาหกรรมส่งออกของไหมดีขึ้นไหม
    “อยากฝากไปถึงภาครัฐว่า ไหมมีทั้งด้านอุตสาหกรรม และหัตถรรม ฉะนั้นควรจะแบ่งแยกให้ชัดเน ไม่น่าจะเอามาเชื่อมโยงกัน ทำให้ดึงกันไปดึงกันมา ไม่โตสักที  ถ้ามีการส่งเสริมแบบชัดเจน ทำให้เจริญได้ทั้งคู่ และอยากให้มีการรวมกลุ่มผู้ผลิตเส้นไหมภายในประเทศ เพื่อให้การหาวัตถุดิบไหมง่ายขึ้น ซึ่งทางภาคอุตสาหกรรมจะรวมกลุ่มเพื่อออกไปยังท้องที่ที่มีการปลูกไหม เพื่อไปแนะนำภาคเกษตกรว่าภาคอุตสาหกรรมต้องการไหมประเภทไหน จะได้ทำให้เราถูกต้อง น่าจะเป็นช่องทางได้วัตถุดิบมากขึ้น และต้นทุนลดลง อยากฝากถึงภาครัฐอีกเรื่องคือภาษีนำเข้าไหมสูงมาก 20% อยากให้ลดลงเหลือ หรือเหลือเท่ากับการนำเข้าผ้าผืนประมาณ 5%”  นายกสมาคมอุตสาหกรรมไหมไทย วอนภาครัฐ

    นายกสมาคมอุตสาหกรรมไหมไทย เผยได้เสนอเรื่องไปกรมหม่อนไหมให้ทดลองเปลี่ยนกฏนำเข้าไหมสำเร็จรูปจาก 2:1 เป็น 3:1 โดยเริ่มต้นปี 2557 เป็นระยะเวลาภายใน 6 เดือน เพื่อทดลองดูว่าจะกระทบต่อเกษตรกรหรือไม่ แล้วจะช่วยให้อุตสาหกรรมส่งออกของไหมดีขึ้นหรือไม่

  • รัฐตั้งเป้าปี 58 ปลดล็อกอ้อย-เครื่องนุ่งห่ม 2 ใน 5 สินค้าห้ามนำเข้าในอเมริกา

    03 Mar 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    รง.ร่วมพณ.-กต.วางมาตรการปลดล็อกสินค้า 5 รายการโยงใช้แรงงานเด็ก-บังคับ ตั้งทีมเฉพาะแต่ละกลุ่มสินค้าวางแผนแก้ปัญหา ดึงหน่วยงานรัฐ เอกชน-ไอแอลโอร่วมแก้ เล็งปลดล็อกสินค้าอ้อย-เครื่องนุ่งห่มตั้งเป้าภายในปี 2558

    รง.ร่วมพณ.-กต.วางมาตรการปลดล็อกสินค้า 5 รายการโยงใช้แรงงานเด็ก-บังคับ ตั้งทีมเฉพาะแต่ละกลุ่มสินค้าวางแผนแก้ปัญหา ดึงหน่วยงานรัฐ เอกชน-ไอแอลโอร่วมแก้ เล็งปลดล็อกสินค้าอ้อย-เครื่องนุ่งห่มตั้งเป้าภายในปี 2558

  • THTI เสนอมาตรการ 4 ข้อ ในการหารือร่วมกับสหพันธ์สิ่งทอญี่ปุ่น JTEPA 2014

    10 Jan 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย จะจัดประชุม JTEPA ร่วมกับสหพันธ์สิ่งทอญี่ปุ่น (JTF) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 21 มกราคม 2557  โดยผู้แทนฝ่ายเอกชน คือ คุณสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์  ประธานสหพันธ์ฯ และส่วนภาครัฐ คือ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

    สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย จะจัดประชุม JTEPA ร่วมกับสหพันธ์สิ่งทอญี่ปุ่น (JTF) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 21 มกราคม 2557  โดยผู้แทนฝ่ายเอกชน คือ คุณสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์  ประธานสหพันธ์ฯ และส่วนภาครัฐ คือ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

  • Bangkok Fashion Forward 2014

    25 Dec 13 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    Bangkok Fashion Forward 2014

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดงาน รวมพลคนแฟชั่น (Bangkok Fashion Forward 2014)  ผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำและศูนย์กลางธุรกิจแฟชั่นในภูมิภาค เน้นสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

  • สภาผู้ส่งออกฯ เสนอยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาการส่งออก

    04 Dec 13 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

     

    สภาผู้ส่งออกฯ เสนอยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้าง
    เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกอย่างยั่งยืน
    3 ธันวาคม 2556 - (11.00 น.ห้องประชุมสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย) สภาผู้ส่งออกฯ ระบุมูลค่าการส่งออกไทยเดือนตุลาคม 2556 มีมูลค่า 19,393.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 0.67 ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 603,082.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.94 จากตัวเลขการส่งออกรวมของไทยในระยะ 10 เดือนที่ผ่านมาประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ จึงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าตัวเลขการส่งออกรวมของไทยทั้งปี 2556 น่าจะเติบโตได้เพียง 0.5% เท่านั้น
    สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปีหน้ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เห็นได้ชัดจากอุปสงค์ภาคครัวเรือนของสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวดีขึ้น เศรษฐกิจสหภาพยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัว เศรษฐกิจจีนและเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับปี 2556  แม้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ในภาพรวมเชื่อว่าจะมีทิศทางเป็นบวก ด้วยปัจจัยดังกล่าวข้างต้น สภาผู้ส่งออกฯ จึงคาดการณ์การส่งออกปี 2557 เติบโตที่ 5%
    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมในปี 2557 จะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวอย่างช้าๆของสภาวะเศรษฐกิจโลกนั้น ไม่ได้ทำให้ความต้องการสินค้าในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการกระตุ้นตัวเลขการส่งออกด้าน Demand side ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะผลักยอดส่งออกของไทยให้เติบโตได้ตามเป้า สิ่งที่ต้องหันมาให้ความสำคัญในขณะนี้คือการปรับโครงสร้างภาคการส่งออกซึ่งเป็นด้าน Supply side ให้สามารถแข่งขันได้ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง ดังนั้น สภาผู้ส่งออกฯ จึงได้จัดทำร่างยุทธศาสตร์ส่งออกไทยซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับโครงสร้างการส่งออกให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันได้ และได้นำเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2556 ที่ผ่านมา และเมื่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศสงบลง สภาผู้ส่งออกฯ จะนำเสนอยุทธศาสตร์ดังกล่าวต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งผลักดันการส่งออกเป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ
    สำหรับเนื้อหาในยุทธศาสตร์การพัฒนาการส่งออกไทย (TNSC’s Export Strategy Model) นั้นมุ่งยกระดับการค้าระหว่างประเทศของไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการค้า (Trading Nation) และการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการเขื่อมโยง ระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ในระดับภูมิภาคเพื่อการส่งออก ซึ่งร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้มีการเสนอแผนรายอุตสาหกรรม สำหรับ 13 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์, เฟอร์นิเจอร์, ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องสำอาง, อัญมณีและเครื่องประดับ, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, กระดาษและบรรรจุภัณฑ์กระดาษ, พลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก, เครื่องจักรและอุปกรณ์, สินค้าเกษตร(ข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง), อาหาร, เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการปรับโครงสร้างในภาคการส่งออกของไทย ตั้งแต่ การปรับระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความสะดวกทางการค้าและกฎระเบียบต่างๆ การพัฒนาบุคลากรด้านการส่งออกและแรงงาน รวมทั้งยกระดับการวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนภาคการส่งออกไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
    อย่างไรก็ตาม สภาผู้ส่งออกฯ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองและการประท้วงซึ่งกินเวลานานมากขึ้นและยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อการส่งออกในขณะนี้ เพราะสัญญาซื้อขายต่างๆ ได้ตกลงไว้ก่อนหน้าและสามารถทยอยส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด เพราะไม่มีการปิดท่าเรือหรือท่าอากาศยาน แต่สถานการณ์ที่ลากยาวจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น และไม่เข้ามาเจรจาธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีหน้า จึงอยากเสนอให้รัฐบาลและผู้ประท้วงรีบดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันโดยเร็วที่สุด
    อนึ่ง สภาผู้ส่งออกฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วม Asian Shippers’ Meeting และ European Shippers’ Council ณ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากเอเชียและสหภาพยุโรปเข้าร่วมประชุมและได้หารือเกี่ยวกับประเด็นทางการค้าและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับบทบาทของภาครัฐในการตอบสนองต่อกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น และการรวมกลุ่มของสายเรือขนาดใหญ่ ดังต่อไปนี้
    มาตรการชั่งน้ำหนักตู้สินค้า (Container Weight Verification Rules) โดย International Maritime Organization (IMO) เพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางการขนส่งทางทะเลด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชุมได้มีข้อสรุปว่าแนวทางที่เหมาะสมคือต้องกำหนดมาตรการและขั้นตอนการแจ้งข้อมูลและยืนยันน้ำหนักตู้สินค้าที่สอดคล้องกับเวลาปฏิบัติงานจริง (Timely Declaration) และต้องกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการใช้ข้อมูลน้ำหนักตู้สินค้าดังกล่าวไปใช้ในการวางแผนบรรจุตู้สินค้าบนเรือ (Stowage Plan) นอกจากนี้มาตรการที่ออกมาควรคำนึงถึงการบรรจุตู้สินค้าบนเรือที่เหมาะสม (Proper Stowage) การกระทบของตู้สินค้าบนเรือ (Lashing of Containers) และการซ่อมบำรุงเรือสินค้า (Maintenance of vessels) เป็นหลัก
    การรวมตัวของสายเรือขนาดใหญ่ 3 สาย ได้แก่ Maersk Line, MSC และ CMA ภายใต้ชื่อ P3 Network ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าควบคุมตลาดของสายเรือทั้ง 3 สาย ลดการแข่งขันและการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และอาจก่อให้เกิดการรวมตัวขึ้นค่าระวางหรือค่าใช้จ่ายกับผู้นำเข้า-ส่งออก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ส่งออกและภาครัฐในแต่ละประเทศที่จะต้องจับตาดูเงื่อนไขข้อตกลงที่จะตามมาในอนาคต เพื่อมิให้เกิดการบิดเบือนของกลไกตลาดโดยการเป็นผู้ควบคุมตลาด อันจะส่งผลกระทบในการลดทอนอำนาจต่อรอง และการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมในทางธุรกิจ
    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการรวมกลุ่ม Shippers’ Council ในอาเซียน เพื่อรองรับการเปิด AEC ในปี 2015 ซึ่งสภาผู้ส่งออกฯ รับหน้าที่ในการเชิญ Vietnam National Shippers’ Council เข้ามาร่วมกลุ่มในการประชุมครั้งต่อไป และจะมีการผลักดันให้ประเทศพม่า กัมพูชา และลาว มีการจัดตั้ง Shippers’ Council ขึ้นภายในประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนามาตรฐานด้านโลจิสติกส์ และการอำนวยความสะดวกทางการค้าร่วมกันในระดับภูมิภาคอีกทางหนึ่ง.
    ****

    สภาผู้ส่งออกฯ เสนอยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้าง

    เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกอย่างยั่งยืน

     

  • มาดูกัน 5 แบบชุดผ้าไทยประหยัดพลังงาน สวยงาม ธรรมชาติ สวยหล่อ สไตล์ครม.ปู

    06 Mar 13 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม พิจารณานำผ้าไทยมาใช้เป็นเครื่องแต่งกายสุภาพ สำหรับให้คณะรัฐมนตรีใส่ เพื่อส่งเสริมการใช้ผ้าไทยให้สอดรับกับการประหยัดพลังงานของประเทศ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

  • ต้นทุนสินค้าขึ้น..แต่จิ๊บจ๊อย

    02 Jan 13 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    สำหรับผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าจากการขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค.2556 นั้น กรมการค้าภายในได้ศึกษาภาพรวมผลกระทบจากการขึ้นค่าแรง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมวันละ 245 บาท หรือเพิ่มขึ้น 22.45%

  • ลูกจ้างเฮ!1ม.ค.ดีเดย์ค่าแรงขึ้น300บ.

    02 Jan 13 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    รัฐบาลดีเดย์ปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่วันนี้ขณะที่หลายฝ่ายจับตาผลกระทบหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้าง

  • "แรงงาน"ตั้งการ์ดรับผล300บาท 4อุตฯอ่วมเข็น6มาตรการอุ้มSMEs

    13 Nov 12 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ปลัด กระทรวงแรงงานเปิดข้อมูลการสำรวจขึ้นค่าแรง 300 บาท/วัน 1 ม.ค. 56 พบธุรกิจขนาดกลาง-ย่อมทั่วประเทศ 82% ได้รับผลกระทบ สั่งจับตา 4 กลุ่มอุตสาหกรรม "สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม-อิเล็กทรอนิกส์-ไฟฟ้า-อัญมณีเครื่องประดับ" อ่วม การจ้างงานชะลอตัวชัดหลังขึ้นค่าแรงเฟสแรก 40% ส่วนอุตฯยานยนต์และชิ้นส่วนการจ้างงานโตสวนทาง ยอมรับมีการปิดกิจการเพราะค่าแรงขึ้น งัด 6 มาตรการอุ้มเอสเอ็มอี

  • การเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้า Staple fiber yarn

    31 Oct 12 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ด้วยกรมการค้าต่างประเทศขอนำส่งประกาศรัฐบาลตุรกี ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2555 แจ้งการเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้า Staple fiber yarn
    ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรที่ 55.08 55.09 55.10 55.11 (ยกเว้นพิกัด 5509.52 5509.61 5509.91 5510.20 ที่มีแหล่งกำเนิดจากมาเลเซีย อียิปต์ ปากีสถาน เวียดนามและประเทศไทย พร้อมคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ มาเพื่อทราบและเผยแพร่ให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน