Switch to: uk
06 February 2012 00:16AM

'เอแบคโพลล์'ยกระดับวิจัยผู้บริโภคระดับอาเซียน

22 Jul 10 ,  กรุงเทพธุรกิจ
  • 0

"เอแบคโพลล์" จัดทำโครงการ ABAC Consumer Index ขึ้น เตรียมยกระดับงานวิจัยโดยร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Consumer Index

 

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้อำนวยการโครงการ  ABAC  Consumer Index บัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ หรือ SIMBA (Social Innovation Management and Business Analysis, ABAC) เปิดเผยร่วมกันว่า เอแบคโพลล์ได้จัดทำโครงการ ABAC Consumer Index ขึ้น เพื่อจัดเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับดัชนีผู้บริโภค หรือ Consumer Index ที่จะได้รับการปฏิรูปทั้งระบบโดยจะทำการวิจัยเกี่ยวกับ Consumer Planning Index ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนใช้ชีวิตของผู้บริโภค

 

ทั้งนี้ ยังได้เตรียมยกระดับงานวิจัยโดยร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Consumer Index ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ นับเป็นครั้งแรกของการทำวิจัยร่วมกันระดับประเทศ เพื่อรับมือประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2015 และความร่วมมือดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการร่างนโยบายสาธารณะของภาครัฐ ตลอดจนช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจของภาคเอกชน โดยเริ่มครั้งแรกในไตรมาสแรกปี 2011 และจัดทำทุกไตรมาส

ทั้งนี้ ล่าสุดได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอย Consumer Sentiment Index ที่เป็นข้อมูลความรู้สึกนึกคิดของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของประเทศ Consumer Confidence Index เป็นข้อมูลความเชื่อมั่นต่อแหล่งที่มาของรายได้ของตนเองและสภาวะเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และข้อมูลที่เป็นจุดเปลี่ยนของการปฏิรูปคลังข้อมูลของผู้บริโภค คือ Consumer Happiness Index ที่จะทำให้ได้ข้อมูลดัชนีความสุขของกลุ่มผู้บริโภค

 

โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูล จากประชาชนในระดับครัวเรือนอายุ 15-60 ปี จำนวน 2,250 ตัวอย่าง จาก 12 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี  ชลบุรี  นครราชสีมา  อุดรธานี  กาฬสินธุ์  เชียงใหม่  แม่ฮ่องสอน  นครสวรรค์  ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต และสงขลา ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค. ที่ผ่านมา

 

พบว่า ครึ่งปีแรกคนไทยยังมีความสุขในการทำงานและประกอบอาชีพ โดยปัจจัยหนึ่งของความสุขมาจากการเข้า โซเชียล เน็ตเวิร์ค เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือไฮไฟว์ แต่รู้สึกกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังถึง 54.9% และกังวลต่อราคาสินค้าในอนาคต ว่า อาจจะมีการปรับราคาในอีก 3 เดือนข้างหน้า คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 78.8% โดยประชาชนร้อยละ 57.8 ไม่มีเงินออม เมื่อถามถึงการวางแผนท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในอีก 3 เดือนข้างหน้านั้น พบว่าตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.7 ไม่ได้วางแผนไปเที่ยวต่างจังหวัด และร้อยละ 97.2 ไม่ได้วางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.