เพราะใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุด ขณะที่ผู้นำเข้าก็ไม่ซื้อเงินบาทเพิ่มขึ้น เพราะปิดสต็อกสินค้าไปแล้ว ชี้แนวโน้มแข็งต่อเนื่องถึงสิ้นปี
วันนี้(11 พ.ย.) นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณค่าเงินบาท เริ่มกลับมาผันผวนอีกครั้ง โดยแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังผู้ประกอบการส่งออกแห่เทขายเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อขายกันที่ระดับ 33.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากอัตรา 33.73 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นักค้าเงินตั้งข้อสังเกตุว่า สาเหตุที่ผู้ประกอบการส่งออกมีการเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐออกมามากในวันนี้ เกิดจากค่าเงินบาทหลุดแนวรับสำคัญที่ 33.80 บาท และ 33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ยังอยู่ในช่วงปลายปี (ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่) ซึ่งผู้ส่งออกจะมีการแลกตั๋วเงินจากสกุลต่างประเทศมาเป็นเงินบาท
ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้าก็จะไม่ซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะมีการปิดสต็อกสินค้าไปแล้ว จึงไม่นำเข้าสินค้าเพิ่ม ดังนั้น เงินบาทจึงมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าต่อเนื่อง ท่ามกลางปริมาณธุรกรรมที่เบาบาง
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าแนวรับอยู่ที่ 33.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่ถือเป็นเรื่องปกติในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น
ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ออกมาระบุว่า การแข็งค่าของเงินบาทในวันนี้ เกิดจากการเทขายดอลลาร์ของผู้ส่งออกมากกว่าปกติ หลังผ่านพ้นวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน ทำให้มีแรงขายดอลลาร์มากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งมีการทะยอยขายเงินดอลลาร์ค่อนข้างมากอยู่แล้
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธปท. กล่าวยืนยันว่า ธปท.พร้อมจะดูแลอัตราแลกเปลี่ยนตามความจำเป็น เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนเกินไป โดยมองว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มไปกับค่าเงินในภูมิภาค
นางผ่องเพ็ญ กล่าวถึงมาตรการกันสำรอง 30% ของเงินทุนนำเข้าระยะสั้น ซึ่งแบงก์ชาติประกาศใช้มาเกือบ 1 ปี แล้วนั้น เชื่อว่าปริมาณเงินที่ถูกกันสำรองเอาไว้ ก็จะเข้ามาสู่ระบบการเงิน ตามกลไกตลาด ไม่น่าจะมีปริมาณมากจนส่งผลกระทบให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นมากนัก เนื่องจากเป็นการทยอยครบแต่ละสัญญา
ธปท.คาดเฟดหั่น ดบ.คืนนี้ ยอมรับเงินนอกทะลักเข้า
นางผ่องเพ็ญ ยังเชื่อว่า นักลงทุนต่างชาติ น่าจะนำเงินดังกล่าวเข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่อไป เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่ โดยเฉพาะมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นภายหลังการเลือกตั้งในปลายปีนี้
โดยความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในวันนี้ ยังคงปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยล่าสุดอยู่ที่ 33.60/63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวแข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน นับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีนี้เงินบาทแข็งค่าแล้วกว่า 7% ตามหลัง เพียงรูปีของอินเดีย และเปโซฟิลิปปินส์
นางผ่องเพ็ญ กล่าวถึงภาวะตลาดการเงิรโลก โดยระบุว่า การประชุมเฟดคืนนี้ คาดว่าเฟดน่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25-0.50% เพื่อช่วยแก้ปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ แต่จะปรับลดในอัตราเท่าใดนั้น คงไม่สามารถบอกได้ เพราะขึ้นกับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น
ส่วนที่ตลาดคาดการณ์กันว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้น จะส่งผลให้มีเงินทุนจากซีกโลกตะวันตกไหลเข้ามาประเทศไทยมากขึ้นนั้น มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในไทย โดยขณะนี้ยังมีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.