Switch to: uk
23 May 2012 03:58AM

สิ่งทอไทยระส่ำฝ้ายโลกราคาดิ่งเหว

11 May 11 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสะเทือน  ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่โลก ทั้งสหรัฐฯ จีน อดีตสหภาพโซเวียต แห่เทขายฝ้ายทำราคาดิ่งเหว โรงปั่น โรงทอ โรงงานการ์เมนต์ สั่งชะลอผลิตรอดูทิศทางราคา วงในแฉบางรายถึงขั้นเจรจาขอยกเลิกออร์เดอร์ฝ้ายเก่าราคาแพง แลกเสียค่าปรับแทน ก่อนขาดทุนยับ ด้านการ์เมนต์ขู่หากราคาผ้าผืนในประเทศลงช้า แห่นำเข้าเพิ่มขึ้นแน่


 นายสมศักดิ์  ศรีสุภรวาณิชย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยเกือบทั้งระบบ กำลังได้รับผลกระทบจากราคาฝ้ายวัตถุดิบในการผลิตผ้าผืนจากใยฝ้าย(คอตตอน)ในตลาดโลกได้ปรับลดลงอย่างมาก จาก ณ เดือนมีนาคมที่ผ่านมาราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 220 เซ็นต์ต่อปอนด์ (หรือ 2.20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปอนด์) ล่าสุดราคา ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 เฉลี่ยที่อยู่ 165 เซ็นต์ต่อปอนด์ ขณะที่ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ณ ตลาดนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ณ เดือนกรกฎาคม ราคาเฉลี่ยที่ 150 เซ็นต์ต่อปอนด์


จีน-รายใหญ่แห่เทสต๊อก:
 ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาฝ้ายวัตถุดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก มีปัจจัยหลักจากการที่นักเก็งกำไรของจีนที่ไม่อยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอได้ซื้อฝ้ายเก็บไว้ในสต๊อกเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ได้เทขายฝ้ายออกสู่ตลาดโลกออกมาพร้อมๆ กัน ขณะที่มีผลผลิตฝ้ายจากแหล่งผลิตใหญ่ทั่วโลก อาทิ จากสหรัฐอเมริกา จีน กลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต เช่น ยูเครน อุซเบกิสถาน รวมถึงแอฟริกา และออสเตรเลียที่มีการผลิตในช่วงที่ราคาฝ้ายอยู่ที่ระดับ 200 เซ๋นต์ต่อปอนด์ได้เริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาฝ้ายในตลาดโลกลดลงดังกล่าว


 จากราคาฝ้ายวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ และราคาค่อนข้างผันผวนในเวลานี้ ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มของไทยในหลายมิติ โดยในส่วนของโรงปั่นทั่วประเทศได้ชะลอการสั่งซื้อฝ้ายมาเก็บสต๊อก ขณะงานที่โรงทอผ้าซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องต้องชะลอการผลิต และชะลอการรับคำสั่งซื้อ(ออร์เดอร์)จากทั้งโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม(การ์เมนต์)เพื่อการส่งออก หรือเพื่อจำหน่ายในประเทศตามไปด้วย


ขณะนี้ราคาฝ้ายในตลาดโลกผันผวนมากและลงค่อนข้างแรง ทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มในภาพรวมเรียกได้ว่าแทบหยุดการซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นโรงปั่นฝ้าย โรงงานทอผ้า พ่อค้าผ้าย่านสำเพ็ง พาหุรัด เวลานี้โรงปั่นด้ายก็ซื้อฝ้ายด้วยความระมัดระวัง โดยซื้อเท่าที่มีออร์เดอร์ เท่านั้น แต่คนที่มีสต๊อกฝ้ายเดิมที่ระดับ 200 เซ็นต์ต่อปอนด์ที่ถือว่าซื้อมาในราคาแพงก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบมาก เพราะลูกค้าในประเทศในออร์เดอร์ใหม่  ก็จะต่อรองราคาใหม่ ส่วนโรงงานทอผ้าก็ชะลอการผลิตเพื่อรอดูราคาเส้นใยฝ้ายจากโรงปั่นจะปรับลดลงอย่างไร โรงงานการ์เมนต์ทั้งในประเทศ และในประเทศเพื่อนบ้านที่มีการนำเข้าผ้าผืนจากไทย เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชาสำหรับออร์เดอร์ใหม่ก็หวังราคาผ้าผืนจะถูกลงซึ่งคงต้องต่อรองราคามากขึ้น


 แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า จากราคาฝ้ายวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้โรงงานปั่นด้ายของไทยส่วนหนึ่งที่ทำสัญญาซื้อขายฝ้ายล่วงหน้าไว้กับต่างประเทศได้เจรจากับคู่ค้าเพื่อขอยกเลิกออร์เดอร์ที่ซื้อไว้ในราคา 220 เซ็นต์ต่อปอนด์ โดยยอมเสียค่าปรับแทน ซึ่งหากไม่ทำเช่นนี้อาจทำให้ประสบภาวะขาดทุนจากสต๊อกที่นำเข้าราคาสูง แต่ต้องขายสินค้าในราคาที่ต่ำลง


การ์เมนต์ขู่นำเข้าผ้านอกเพิ่ม
 นายสุกิจ  คงปิยาจารย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย  และกรรมการผู้จัดการฮงเส็งกรุ๊ป หนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกเครื่องนุ่งห่มรายใหญ่ กล่าวว่า ราคาฝ้ายในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างมากจะกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอต้นน้ำมากกว่าอุตสาหกรรมปลายน้ำคือเครื่องนุ่งห่ม เฉพาะอย่างยิ่งโรงงานปั่นด้ายที่ซื้อฝ้ายราคาสูงก่อนหน้านี้อาจประสบภาวะขาดทุน หากลูกค้าไม่รับราคาเดิมแต่ในกรณีคงมีน้อยมากเพราะส่วนใหญ่คบค้ากันมานาน สำหรับราคาฝ้ายในตลาดโลกที่ปรับลดลง หากมีผลทำให้ผู้ผลิตผ้าผืนปรับราคาลดลงได้ช้าโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากผ้าฝ้ายก็ยังมีทางเลือกโดยหันไปนำเข้าผ้าผืนจากต่างประเทศที่มีราคาถูกกว่าเพิ่มขึ้น ในอนาคตจะยิ่งทำให้ผ้าผืนในประเทศต้องปรับตัวรับการแข่งขันโดยต้องลดราคาผ้าลงไปอีก


 "ราคาฝ้ายที่ปรับลดลงหากราคาเริ่มมีเสถียรภาพจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มที่จะสามารถซื้อหาผ้าผืนที่ทำจากฝ้ายในราคาที่ถูกลง ส่วนสิ่งทอต้นน้ำทั้งโรงปั่น โรงทอ ก็จะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง แต่สิ่งที่ทุกคนกลัวคือราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น-ลงหวือหวา ทำให้วางแผนธุรกิจยาก"


 อนึ่ง จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร เผยถึงการนำเข้าผ้าผืนของไทยจากต่างประเทศได้ปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2552 มีการนำเข้ามูลค่า 41,467 ล้านบาท ส่วนปี 2553 การนำเข้า 51,618 ล้านบาท   และในช่วง 3 เดือนหรือไตรมาสแรกของปี 2554 มีการนำเข้ามูลค่า 12,700 ล้านบาท โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  11% แหล่งนำเข้าผ้าผืน 5 อันดับแรกของไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย โดยคิดเป็นสัดส่วน  50, 14, 7, 6 และ 4% ตามลำดับ


แบรนด์เนมไม่ลดราคาตาม:
 ขณะที่นายถาวร  กนกวลีวงศ์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู พิน อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า จากราคาฝ้าย และผ้าผืนที่จะปรับลดลง  จะมีผลทำให้ลูกค้าที่จะสั่งซื้อหรือจะมาสั่งซื้อเสื้อผ้า หรือเครื่องนุ่งห่มจากไทยในออร์เดอร์ใหม่เพื่อส่งมอบในอีก 1 เดือนหรือ 3 เดือนข้างหน้ามีการต่อรองราคามากขึ้น ในส่วนของบริษัทซึ่งมีโรงงานผลิต รวมถึงได้ว่าจ้างโรงงานในประเทศผลิตป้อนให้อีกส่วนหนึ่งในแบรนด์ของตัวเองเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ หากราคาวัตถุดิบผ้าฝ้าย หรือคอตตอน ปรับตัวลดลง จะมีผลทำให้ต้องปรับลดราคาขายปลีกลงหรือไม่นั้น คำตอบก็คือคงไม่มีการปรับลด เพราะก่อนหน้านี้ที่ราคาผ้าฝ้ายยังแพง ต้นทุนการผลิตสินค้าได้สูงขึ้นกว่า 20-30% ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าให้สูง เมื่อราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงก็มีเหตุผลเพียงพอที่บริษัทจะไม่ปรับราคาสินค้าลงเพราะได้แบกรับภาระมามากแล้ว


"ในส่วนของบริษัทซึ่งผลิตและส่งออกสินค้าภายใต้แบรนด์เนมของตัวเอง คงไม่ปรับลดราคาสินค้าลง แต่ในส่วนของโรงงานที่รับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์เนมของลูกค้า  หรือโออีเอ็ม และใช้ผ้าฝ้ายคงต้องปรับลดราคาตามต้นทุนที่ลดลง เช่นเดียวกับโรงงานโออีเอ็มทั่วโลก"


กระทบกว่า 3,500 รง.:
 นายวิรัตน์  ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า  การลดลงอย่างฮวบฮาบของราคาฝ้ายจะมีผลต่อกำไรหรือขาดทุนของผู้ประกอบการโรงงานปั่นด้าย และโรงงานทอผ้าที่รับออร์เดอร์ล่วงหน้าในช่วงที่ราคาฝ้ายยังแพง ปัจจุบันในภาพรวมของอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มของไทยมีโรงงานปั่นด้ายทั่วประเทศประมาณ 150 ราย โรงงานฟอกย้อม พิมพ์ และตกแต่งสำเร็จประมาณ 370 ราย โรงงานถัก และทอผ้าผืน อย่างละ 600-700 ราย  และโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม 1,500-1,600 ราย ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากราคาฝ้ายในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงในครั้งนี้มากน้อยแตกต่างกันไป


 อย่างไรก็ดี แม้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยกำลังเกิดความปั่นป่วนจากราคาฝ้ายที่ปรับลดลง แต่สถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มทั่วโลกต้องเผชิญเช่นเดียวกับไทย ดังนั้นจากสถานการณ์การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยที่ยังทิศทางแนวโน้มที่ดี ทั้งในตลาดสหรัฐอเมริกา ตลาดสหภาพยุโรป(อียู) และอาเซียน ยกเว้นญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากผลกระทบเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิ


 ทางสถาบันจึงคาดการณ์มูลค่าส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยในปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 15-20%  จากปี 2553 มีการส่งออก 7,678 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 230,340 ล้านบาท(คำนวณที่ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) ทั้งนี้จากรายงานของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้(ม.ค.-มี.ค.)ไทยมีการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มแล้วมูลค่า 2,150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 23%

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.