"วิกฤติเศรษฐกิจประกอบกับไทยมี ปัญหาทางการเมืองทำให้นักลงทุนต้องใช้เวลาในการตัดสินใจลงทุนนานขึ้น เบื้องต้นต่างชาติรายใหญ่หลายรายได้มาหารือถึงการเข้ามาลงทุนใน ไทยแล้ว แต่ยังไม่สรุปว่าจะเลือกไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากไทยให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแม้ไม่เท่ากับคู่แข่งก็ตามเชื่อว่ามีโอกาสดึงทุนข้ามชาติได้สูง เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจดี และเป็นศูนย์กลางหลายอุตสาหกรรมในภูมิภาค"
ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาการลงทุนจากต่างชาติลดลงกว่า 50% โดยมาจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมือง ซึ่งทำให้ส่งผลต่อการชักจูงการลงทุนลำบากมากขึ้น เบื้องต้นกระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอจะเร่งชี้แจงให้นักลงทุน เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย รวมถึงสร้างความมั่นใจว่า ความวุ่นวายทางการเมืองไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนของรัฐบาล
นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ปัจจุบันบีโอไออยู่ระหว่างการแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 โดยที่ผ่านมาแก้ไขเพิ่มเติมมา 2 ครั้งใน ปี34 กับปี 44 ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบีโอไอเสนอ ร่างแก้ไขไปยังรัฐบาลแต่มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทำให้ร่างแก้ไขตีกลับ ดังนั้นจะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้กฎหมาย ส่งเสริมการลงทุนของไทยทันสมัยทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ และการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกันบีโอไอร่วมกับ บริษัท ศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศระหว่างประเทศ เตรียมสำรวจ ศึกษาและวิเคราะห์ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยตั้งแต่ 1 เม.ย.-15 มิ.ย. เน้นต่างชาติที่ถือหุ้นในบริษัท 20% ขึ้นไป เพื่อนำความเห็นมาทำนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอนาคต พร้อมทั้งต้องการทราบว่านักลงทุนอยากขยายการลงทุนในไทยอีกหรือไม่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาการเมืองไทยมีผลกระทบต่อการลงทุนในไทย อย่างไร
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ความวุ่นวายทางการเมืองคงไม่ส่งผลกระทบต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยและหลังเหตุการณ์คลี่คลายลงกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งโรดโชว์เพื่อสร้างความเข้าใจแก่นักลงทุนต่างชาติต่อไป เบื้องต้นรัฐบาลยังคงเป้ายอดขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอที่ 6.5 แสนล้านบาทเหมือนเดิม
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งฟื้นฟูประเทศและออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดของเดิมที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะการกระตุ้นแรงซื้อในประเทศ เพราะที่ผ่านมายอมรับว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงทำให้ความเชื่อมั่นลดลงส่งผลให้คนกลุ่มหนึ่งไม่กล้าใช้จ่าย
นอกจากนี้รัฐบาลควรพิจารณางบประมาณที่เกี่ยวกับการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการชะลอเลิกจ้างงานให้มากกว่าปัจจุบันเพราะส่วนใหญ่โครงการที่รัฐทำอยู่เป็นการช่วยเหลือผู้ตกงานเป็นหลัก.
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติหลายรายมี วงเงินลงทุนรวมกว่า 1 แสนล้านบาท ได้เจรจาต่อรองกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมแลกกับการลงทุนในช่วงที่ทั่วโลกประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และเกิดความวุ่นวายทางการเมืองของไทย เนื่องจากต่างชาติให้เหตุผลว่าคู่แข่งไทยให้สิทธิประโยชน์ที่หลากหลายในการดึงนักลงทุน เช่น ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 25 ปี ขณะที่ไทยได้เพียง 8 ปี


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.