ดร.อัมมาร สยามวาลา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานสัมมนาเรื่องควรทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยมีผลกระทบน้อยที่สุดจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก จัดโดยคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง ธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา วานนี้ (12 พ.ย.) ว่า ปัญหาการเงินในสหรัฐน่าจะเป็นปัญหาที่ลึก และส่งผลระยะยาวพอสมควร โดยเศรษฐกิจไทยนั้น ในปีหน้า การส่งออกและการท่องเที่ยวน่าจะได้รับผลกระทบจากการหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจยุโรป
ดร.อัมมาร กล่าวว่า ไทยควรเตรียมพร้อมภาคเศรษฐกิจจริง ที่กำลังจะถูกกระเทือนจากความต้องการของต่างประเทศ โดยรัฐบาลควรมีนโยบายดูแลผู้ใช้แรงงานเป็นหลัก เนื่องจากหากความต้องการซื้อสินค้าของภาคธุรกิจมีน้อยลง ในที่สุด จะทำให้ธุรกิจลดการจ้างงาน เป็นผลให้ภาคครัวเรือนได้รับผลกระทบมากกว่าภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ดร.อัมมาร ยังกล่าวด้วยว่า หากวิกฤติการเงินครั้งนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นยาวนาน มีความเป็นไปได้ที่ภาคธุรกิจอาจรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ไหว จนทำให้เกิดปัญหาหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในภาคธุรกิจ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ปัญหาการเงินของไทยจะเป็นปัญหาที่เกิดจากภาคเศรษฐกิจจริงลุกลามไปยังภาคการเงิน แต่โอกาสที่จะเกิดปัญหาเอ็นพีแอลมีความเป็นไปได้ไม่มากนัก
ดร.อัมมาร กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ไทยให้ความสำคัญกับการเมืองมากเกินไป ทั้งๆ ที่การเมืองแทบจะไม่มีผลอะไรต่อเศรษฐกิจ เห็นได้จากสมัยรัฐบาลทักษิณ เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 4-5% ใกล้เคียงกับในช่วงที่ประเทศมีปัญหาความไม่สงบทางการเมือง จีดีพีของไทยก็ยังขยายตัวในอัตรา 4-5% ได้
"ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เอาไหน ไม่ทำอะไร มองด้านหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีและเหมาะสม เพราะเอกชนแข็งแกร่งแล้ว แต่ในปัจจุบัน รัฐบาลจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง หาก ธปท. กระทรวงการคลังและนักวิชาการ มีความเห็นคล้ายกัน เราก็จะแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่เรื่องที่จะตกลงกันไม่ได้ หลักการใหญ่ๆ จะต้องเดินหน้าไปให้ได้ ใครจะมาเป็นรัฐมนตรี ต้องมีนโยบายที่ไม่ได้แตกต่างในหลักการ" ดร.อัมมารกล่าว


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.