Switch to: uk
23 May 2012 03:43AM

ดัชนีอุตฯปี 54 ติดลบ คาดปี 55 พลิกบวก 5-6%

04 Jan 12 ,  สศอ.
  • 0

สศอ.เผยปี 54 ภาคอุตฯสำลักน้ำทั่วหน้า ดัชนีอุตฯ ลดลง 9-10% กำลังการผลิตแผ่วเหลือเพียง 56-58% คาดเริ่มฟื้นในครึ่งหลังของปี 55 ขณะที่เดือน พ.ย. -48.6%

 

apiwat

นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สศอ.


นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สศอ. ได้สรุปภาพรวมภาคอุตสาหกรรมประจำปี 2554 คาดการณ์แนวโน้มในปี 2555 โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปี 2554 จะหดตัวในช่วง -9,-10% และอัตราการใช้กำลังการผลิตในปี 2554 จะอยู่ที่ 56-58% โดยข้อมูลล่าสุด 11 เดือนแรก MPI -7.9% อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.6% ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ MPIเนื่องจากมหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้การผลิตหยุดชะงักชั่วคราว  โดยเฉพาะในเขตนิคมอุตสาหกรรมของจังหวัดอยุธยาและปทุมธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า จะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในการผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง และจะส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบโดยตรงจากการหยุดการผลิต

 

ภาคการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ภาพรวม 11 เดือนแรกของปี 2554 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไม่รวมทองคำแท่งขยายตัว 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับอานิสงค์จากการขยายตัวที่ดีในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่เดือนพฤศจิกายน 2554  หดตัว -19.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย โรงงานหลายแห่งได้รับความเสียหาย ยังไม่สามารถกลับมาทำการผลิตได้เต็มที่ สินค้าสำคัญที่การส่งออกหดตัวได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

นายอภิวัฒน์ กล่าวถึงแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมปี 2555 ว่า GDP อุตสาหกรรมจะขยายตัวในช่วงระหว่าง 3.5 – 4.5% และ MPI จะขยายตัวในช่วงระหว่าง 5–6% โดยแนวโน้มอุตสาหกรรมไทยในปี 2555 ยังอยู่ในภาวะชะลอตัวในไตรมาสที่ 1 และในไตรมาสที่ 2 จะเริ่มอยู่ในภาวะขาขึ้นและอาจเติบโตในระดับปกติหรือทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตส่วนใหญ่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตได้ ภายใต้ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือการใช้จ่ายหรือลงทุนของภาครัฐบาลในด้านต่างๆ รวมไปถึงแรงขับเคลื่อนจากการเร่งการผลิตในหลายสาขาอุตสาหกรรม หลังจากที่โรงงานได้รับการฟื้นฟูและกลับมาผลิตอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนการขยายตัวให้กลับคืนมาอีกครั้ง

 

สรุปรายสาขา

สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เมื่อเทียบกับปีก่อน MPI ของการผลิตเส้นใยสิ่งทอฯ และการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ลดลง -12.6 %และ -15.7% ตามลำดับ เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ในขณะที่ตลาดส่งออกมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่แข่งที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ประกอบกับความผันผวนของราคาฝ้ายซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระทบต่อคำสั่งซื้อสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่มีแนวโน้มกระทบต่อการผลิตที่จะปรับลดลง

 

แนวโน้มปี 2555 คาดว่าทั้งปริมาณการผลิตเส้นใยสิ่งทอ ผ้าผืน เครื่องนุ่งห่มโดยเฉพาะเสื้อผ้าสำเร็จรูป จะปรับตัวลดลงเนื่องจากอุทกภัย หากสถานการณ์คลี่คลายและโรงงานที่ได้รับความเสียหายสามารถฟื้นตัวและกลับมาผลิตได้ในระยะเวลาอันสั้น (ไม่เกิน 6 เดือน) จะช่วยลดผลกระทบในอุตสาหกรรมได้ และจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตและมูลค่าการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มสามารถฟื้นตัวได้ภายในไตรมาสที่ 2 แต่หากโรงงานต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน (เกินกว่า 6 เดือน) ผู้ประกอบการอาจจะต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิต ทั้งผ้าผืน เส้นใย เส้นด้าย และเสื้อผ้าสำเร็จรูป อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก ซึ่งมีการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีมูลค่าต่อหน่วยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกผ้าผืน เส้นใย และเส้นด้าย ซึ่งจากปี 2554 มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,141.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 15% จึงคาดว่าปี 2555 จะมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

 

อาหาร เมื่อเทียบกับปีก่อน ภาวะการผลิตเพิ่มขึ้น 20% เนื่องจากการผลิตในหลายสินค้าได้รับผลดีจากการที่ประเทศผู้ผลิตสำคัญหลายประเทศประสบปัญหาด้านวัตถุดิบจากภัยธรรมชาติ

 

แนวโน้มปี 2555  คาดว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 0.1% โดยยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง เช่น การประกาศลดค่าเงินของประเทศคู่แข่งและการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาท ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศผู้บริโภค ภัยธรรมชาติ และมาตรการกีดกันทางการค้ารูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การวิเคราะห์ร่องรอยคาร์บอนและการใช้น้ำ และความปลอดภัยของแรงงาน นอกจากนี้การที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรการค้ากับพม่า อาจส่งผลต่อการแข่งขันกับสินค้าไทยในอนาคต

 

เหล็กและเหล็กกล้า แนวโน้ม ปี 2555 คาดว่า กลุ่มเหล็กทรงยาวซึ่งใช้ในภาคการก่อสร้างจะขยายตัวขึ้นเพื่อเร่งซ่อมแซมสาธารณูปโภคและบ้านเรือนที่เสียหายจากภาวะอุทกภัย นอกจากนี้ยังเป็นการผลิตเพิ่มเพื่อรักษาระดับสต๊อกที่ลดลงช่วงปลายปี 2554 สำหรับเหล็กทรงแบน คาดว่าการผลิตและความต้องการใช้ในประเทศจะลดลงเนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมหลายนิคมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม  ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กลดลง


ปูนซีเมนต์ แนวโน้มปี 2555 คาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์จะเพิ่มขึ้นหลังจากที่ภาวะน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย พื้นที่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเส้นทางการขนส่งที่เสียหายจากน้ำท่วม ทั้งนี้ผู้ประกอบการได้เตรียมการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นผลอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 1-ไตรมาสที่ 2 ปี 2555


ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แนวโน้มปี 2555 คาดว่าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จะมีการอัตราการขยายตัวที่ไม่สูงนัก โดยอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-7 ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-12%


รถยนต์ แนวโน้มปี 2555 คาดว่าจะมีผลิตรถยนต์ประมาณ 2,000,000 คัน เพิ่มขึ้น 33% เนื่องจากการลงทุนผลิตรถยนต์รุ่นใหม่และรถยนต์ยี่ห้อใหม่ที่เริ่มผลิตในประเทศ เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศสำคัญในเอเชีย ตลอดจนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ภายหลังจากปัญหาอุทกภัย และการกระตุ้นยอดจำหน่ายจากนโยบายรถยนต์คันแรก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมัน ที่อาจส่งผลต่อการเลือกซื้อรถยนต์ของผู้

 

นอกจากนี้ นายอภิวัฒน์ สรุปตัวเลข MPI เดือนพฤศจิกายน 2554 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ว่าดัชนีผลผลิต (มูลค่าเพิ่ม) อยู่ที่ระดับ 97.90 ลดลง -48.59% จากระดับ 190.43 ดัชนีการส่งสินค้า อยู่ที่ระดับ 100.42 ลดลง -48.40% จากระดับ 194.60 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง อยู่ที่ระดับ 179.00 ลดลง -7.33% จากระดับ 193.15 ดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 98.36 ลดลง  -19.39% จากระดับ 122.02 ดัชนีผลิตภาพแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 112.63 ลดลง -19.36% จากระดับ 139.67 และ อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 40.14%

 

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต

apiwat_002


ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

วันที่ 28 ธันวาคม 2554

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.