Switch to: uk
23 May 2012 03:42AM

ธุรกิจสำลักน้ำท่วม!5สมาคมฟันธงเติบโตลดถ้วนหน้า

31 Oct 11 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

ไตรมาส 4 ถือเป็นไฮซีซัน ที่ภาคธุรกิจคาดหวังจะกอบโกยรายได้ผลักดันให้ยอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้  แต่เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น และยังคงขยายวงกว้าง ยากต่อการประเมินว่าจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้เมื่อไร กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพรวมของธุรกิจในโค้งท้ายปี 2554  โดย "ฐานเศรษฐกิจ"  ได้รวบรวมความคิดเห็นของ 5 สมาคมใหญ่ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้


โฆษณาสิ้นปีโตแค่ 5-6%
นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปลายปีนี้ผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมค่อนข้างสูง ยิ่งเพิ่มเติมโรงงาน และพื้นที่เกษตรเข้าไป จะส่งผลกระทบกับกำลังซื้อ และการขายสินค้าในช่วงปลายปี เนื่องจากหลังภาวะน้ำท่วม ยังต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาตัว ซ่อมบำรุงทุกอย่างให้กลับมาดำเนินได้เหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนท้ายที่สุด จะส่งผลกระทบกับไตรมาสสุดท้ายของอุตสาหกรรมโฆษณา

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโฆษณาเติบโตกว่า 10% แต่จากภาพรวมของสถานการณ์ขณะนี้ รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จะส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม ลดลงเหลือประมาณ  5-6%  จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 12% ซึ่งขณะนี้ เริ่มเห็นว่ากิจกรรมการตลาดหลายๆ กิจกรรม เริ่มขยับบางงานเลื่อนไปเป็นธันวาคมปีนี้ หรือขยับไปถึงมกราคมปีหน้า บางลูกค้าเริ่มมีการดึงงบ รอดูสถานการณ์  ซึ่งงบจะถูกตัดยอดปลายเดือนธันวาคม ดังนั้น จึงส่งผลให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมหดตัวลง

ส่วนที่กระทบหนักน่าจะเป็นส่วนของการส่งออก จากโรงงานต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนของเม็ดเงินที่ถูกตัดก่อน จะเป็นกิจกรรมการตลาด หลังจากนั้นจึงจะตามมาด้วยงบโฆษณาผ่านสื่อ ซึ่งไตรมาสสุดท้าย เป็นไตรมาสที่มีการใช้งบการตลาดสูงสุดสำหรับสินค้าต่างๆ
"จริงๆ ปีนี้ ถ้าไม่มาสะดุดเรื่องน้ำท่วม ทุกอย่างก็น่าจะโอเค เพราะการเมืองเริ่มลงตัว บรรยากาศทั่วไปดี ซึ่งคาดว่าต้นปีหน้าทุกอย่างน่าจะกลับมาดีเหมือนเดิม จากพื้นฐานเดิมที่ดีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาอีก" นายชัยประนินกล่าว

กำลังซื้อทรุด ธุรกิจค้าปลีกตก
ขณะที่ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์  ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในวงกว้าง และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สำคัญในการสร้างรายได้เข้าประเทศ  ทำให้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกลดลงมากกว่า 1-2%  ตามที่เคยคาดการณ์ไว้ หากน้ำท่วมลุกลามไปยังย่านธุรกิจสำคัญและกรุงเทพฯชั้นใน  และยืดเยื้อถึงต้นปีหน้า จากเดิมที่คาดว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกทั้งระบบจะเติบโต 7-8% ในปีนี้  ขณะที่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาถือว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกเติบโต12%  ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนมีการเติบโตน้อย จากสถานการณ์การเมือง

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในต้นปีหน้าสถานการณ์น่าจะกลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากมีอีเวนต์สำคัญทั้งเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่  วันเด็ก  ตรุษจีน วาเลนไทน์ เป็นต้น ที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศและกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคให้กลับมา

แฟชั่น/ไลฟ์สไตล์กระทบใน/ต่างประเทศ
นายคมสรรค์  วิจิตรวิกรม  ประธานศูนย์บริการส่งออกโบ๊เบ๊ และสมาคมชาวโบ๊เบ๊ กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบหนักต่อธุรกิจในประเทศอย่างชัดเจนทั้งจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด และระบบโลจิสติกส์ทั้งประเทศ ทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ และหากสถานการณ์น้ำท่วมลุกลามไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ และเขตเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ จตุจักร  ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ ฯลฯ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวและส่งออกด้วย ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะนี้ต้องรอดูสถานการณ์ว่าน้ำท่วมจะเกิดขึ้นเป็นเวลานานเท่าใด  และเกิดขึ้นในสถานที่ใดบ้าง

ทั้งนี้รัฐบาลควรเร่งหามาตรการแก้ไข ทั้งตลาดในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศต้องมีการบูรณาการระยะยาว โดยกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวและมีความชัดเจนเพื่อรองรับแต่ละกลุ่มผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่  กลาง และเล็ก ซึ่งต้องการมาตรการที่แตกต่างกัน

"รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิด และมองถึงระยะยาวมากขึ้น เดิมรัฐบาลสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำโรดโชว์ 7-10 วัน โดยรวมผู้ประกอบการทุกประเภท แต่ในความเป็นจริงผู้ประกอบการมีทั้งรายใหญ่ เอสเอ็มอี ซึ่งมีความต้องการต่างกัน การวางแผนระยะยาว 3-6 เดือนและเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมทำโฟกัส กรุ๊ป จะทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าและสร้างรายได้ชัดเจนขึ้นและยังสามารถต่อยอดเมื่อเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีได้ทันที"นายคมสรรค์กล่าว

ภาคการผลิตธุรกิจขายตรงอ่วม
นายนาคาญ์ ฟูรังสี เลขาธิการ สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย กล่าวว่า ผลกระทบน้ำท่วมในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบกับภาพรวมของธุรกิจขายตรงทั้งระบบ ซึ่งต่างจากน้ำท่วมในครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้มีความรุนแรงและระยะเวลาที่น้ำจะขังในพื้นที่ต่างๆ นานกว่าปกติ โดยแต่เดิมผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมีเพียงความไม่สะดวกของการทำงานในกลุ่มแม่ทีมหรือสมาชิกนักธุรกิจอิสระเท่านั้น แต่ครั้งนี้โรงงานภาคผลิตต่างๆ ทั้งที่บริษัทขายตรงเป็นเจ้าของโรงงานเอง หรือในภาคส่วนของการว่าจ้างโออีเอ็มที่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถเดินเครื่องผลิตได้ รวมถึงศูนย์บริการต่างๆ ก็ต้องปิดให้บริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ดังนั้นในระยะสั้นประเมินว่า ภาคการผลิตจะใช้ระยะเวลา 1-2 เดือน กว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ภาพรวมธุรกิจคาดว่าจะได้รับผลกระทบในช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 และธุรกิจนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติได้ในไตรมาสที่สอง เนื่องจากธรรมชาติของธุรกิจขายตรงจะเดินหน้าโดยกลุ่มสมาชิกนักธุรกิจอิสระ ที่แตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว ประกอบกับโรงงานที่ว่าจ้างโออีเอ็มหรือผลิตสินค้าให้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานขนาดเล็กที่ใช้ระยะเวลาไม่นานในการฟื้นฟูกิจการและพร้อมที่จะเดินเครื่องผลิตสินค้าได้เร็วกว่าโรงงานขนาดใหญ่

"ในภาพรวมของการเติบโต คาดว่าจะไม่กระทบแต่อย่างใด จะเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งไม่น่าตกใจ และคาดว่าในช่วงไตรมาสที่สองของปีหน้า ระบบธุรกิจจะเดินหน้าตามปกติ และปีนี้ยังเชื่อมั่นว่าระบบธุรกิจขายตรงยังจะมีการเติบโตถึง 10% ตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปีอย่างแน่นอน"นายนาคาญ์กล่าว

ส.เครื่องสำอางโอดยอดหาย 50%
ด้านนางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่โรงงานต่างๆ ต้องมีค่าใช้จ่ายในการป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมโรงงาน ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมากน้อยตามขนาดของโรงงาน และส่งผลให้ไม่สามารถเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ตามปกติ ผนวกกับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ที่ถือเป็นช่วงฤดูกาลขาย เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในการจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ คาดว่ายอดขายในช่วงนี้จะลดลงมากถึง 50% และคาดว่ากว่าภาคการผลิตจะสามารถผลิตสินค้าได้ต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สมาคมจะต้องเร่งดำเนินการนั้น คือการร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องของการหาช่องทางจำหน่ายสินค้าที่มีศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นการวางแผนในระยะยาวด้วย เพื่อให้ธุรกิจกลุ่มนี้เดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะสมาชิกของสมาคมที่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีที่ยังขาดเรื่องช่องทางจำหน่าย เพราะหากจะให้นำสินค้าไปจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด คงไม่สามารถแบกรับกับค่าใช้จ่ายในการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายได้

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.