Switch to: uk
23 May 2012 03:39AM

มาร์คชี้บาทถูกทางไม่มีต้มยำกุ้ง เอกชนได้คืบเอาศอกจี้ลด ดบ.

15 Oct 10 ,  ผู้จัดการออนไลน์
  • 0

"นายกฯ-รมว.คลัง" ประสานเสียงดูแลค่าบาทถูกทาง ไม่มีวิกฤตต้มยำกุ้งรอบ 2 เพราะไม่ฝืนตลาด ชี้บาทแข็งเพราะดอลลาร์อ่อนจากเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอ ส่วนเรื่องดอกเบี้ยเป็นหน้าที่ กนง. ด้านเอกชน ได้คืบเอาศอก! ปธ.แอ๊ดวานซ์ อะโกรฯ นำทีมจี้แบงก์ชาติลดดอกเบี้ย ขู่บาทแข็งทำคนไทยจะตกงาน-เศรษฐกิจดิ่ง

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาทจะไม่ทำให้เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งรอบ 2 อย่างที่ภาคเอกชนกำลังกังวล เพราะสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการในขณะนี้ไม่ได้เป็นการฝืนตลาด เนื่องจากเห็นว่าการแทรกแซงตลาดเพื่อให้ค่าเงินอ่อนค่าลงนั้นมีตัวอย่างจากต่างประเทศว่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสาเหตุใหญ่มาจากนโยบายของรัฐบาลสหรัฐที่มีผลทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง
      
"การแทรกแซงไม่ให้เงินตก พูดง่าย ๆ ว่าจะทำให้แบงก์ชาติขาดทุนมากขึ้น และอาจไม่สามาถหยุดยั้งการขาดทุนได้ อย่างญี่ปุ่นเขาทำได้อย่างมากก็ไม่ให้เคลื่อนไหวเร็วเกินไป" นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในปี 40 ที่ที่เรียกว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง เกิดจากความพยายามฝืนตลาด แต่แนวทางของรัฐบาลที่ทำอยู่ขณะนี้เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นมากกว่า ซึ่งขณะนี้มีมาตรการรอบแรกที่ออกไปแล้ว และจะมีอีกส่วนหนึ่งตามมา คือทำอย่างไรในการเร่งการลงทุนและการนำเข้าเครื่องจักร เพื่อสร้างความต้องการเงินตราต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของรัฐวิสาหกิจเองในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ก็ต้องใช้เงินลงทุนราว 4-5 หมื่นล้านบาท
      
ส่วนข้อเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว ซึ่งในการพิจารณาในการประชุมครั้งใหม่ คงต้องมีการนำประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนไปพิจารณาด้วยอยู่แล้ว นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง อธิบายอีกครั้งว่า หากเปรียบเทียบค่าเงินบาทของไทยในขณะนี้กับค่าเงินในสกุลอื่นๆ จะเห็นว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่าหลายสกุลเงิน แต่เมื่อเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินดอลลาสหรัฐ ค่าเงินบาทจะแข็งค่ามาก เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอกว่าของไทย โดยอัตราการว่างงานของไทยมีเพียงร้อยละ 1 แต่สหรัฐสูงถึงร้อยละ 10 แถมมีหนี้สาธารณะเกือบเต็ม 100
      
"รัฐบาลได้หาวิธีช่วยเหลือผู้ส่งออก เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งเป็นเป้าหมายของรัฐบาลที่จะให้การช่วยเหลือ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันรับผิดชอบในการออกมาตรการเยียวยาผู้ส่งออกขนาดเล็ก มาตรการไม่ได้มีไว้เพื่อลดค่าเงิน แต่เพื่อการเข้าถึงการประกันความเสี่ยงและเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ"
      
ปธ.แอ๊ดวานซ์ อะโกรจี้ลดดอกเบี้ย
      
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) (AA) กล่าวว่า ธปท.จะต้องลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างรวดเร็ว โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 20 ต.ค.นี้ ควรจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.75% เพื่อให้ลงไปใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ มากที่สุด ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ นอกจากนี้ต้องประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่ให้เงินบาทแข็งค่าไปเกินระดับใด
      
"หากเป็นไปได้ไทยก็น่าจะกลับไปใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เพราะขณะนี้ปัจจัยรอบด้านเอื้อทั้งทุนสำรองอยู่ในระดับสูง และเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างมาก แต่หากทำไม่ได้ ก็ใช้นโยบายลอยตัวแบบมีการจัดการเหมือนในปัจจุบัน แต่ควรจะต้องระบุแนวทางการจัดการและเป้าหมายเงินบาทอย่างชัดเจน" ประธานกรรมการบริหาร AA กล่าว
      
นายวีรพงษ์คิดว่า มาตรการของธปท.ล่าสุดที่ออกมาเพื่อต้องการผ่อนคลายการถือครองเงินตราต่างประเทศโดยหวังจะแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่านั้น ถือเป็นมาตรการที่ไม่ได้ผล และไม่สามารถแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าได้ เชื่อว่าคงไม่เกิดผลอะไรตามมาจากมาตรการดังกล่าวที่ออกมา พร้อมเห็นว่าหาก ธปท.ยังปล่อยให้ค่าเงินบาทเป็นไปตามยถากรรม โดยยืนยันแต่เพียงว่าเป็นการแข็งค่าไปตามสกุลเงินภูมิภาค โดยที่ ธปท.ยังไม่ออกยาแรงนั้น ก็คงไม่สามารถยับยั้งการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาเก็งกำไรได้
      
นายวีรพงษ์ตำหนิ ธปท.ด้วยว่าเห็นแก่ตัวและใจดำที่ปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าไปอยู่เรื่อยๆ ท่ามกลางกระแสโลกที่เงินทุนจากสหรัฐฯ พยายามบีบคั้นให้เงินสกุลอื่นๆ แข็งค่าขึ้น เพื่อต้องการให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปและเงินบาทแข็งค่าไปใกล้เคียงกับ 25 บาท/ดอลลาร์ ก็เตรียมตัวรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจรอบ 2 ได้เลย
      
ขู่บาทแข็งทำคนไทยตกงาน

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้า เพราะการใช้มาตรการเก็บภาษี 15% ไม่เพียงพอที่จะชะลอการแข็งค่าของเงินบาท อีกทั้งเห็นว่า นโยบายดูแลเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นการใช้นโยบายไม่ถูกที่ถูกเวลา เพราะปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยไม่มีปัญหาฟองสบู่ หรือเงินเฟ้อสูง แต่เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงด้วยซ้ำ จึงไม่ใช่เรื่องน่าห่วง แต่ควรดูแลการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า
       
“ถ้าไม่มีมาตรการเสริมดูแลค่าบาท ผลที่จะตามมาคือ ภาคอุตสาหกรรมที่แท้จริง (real sector) จะตายก่อน โดยเฉพาะ SMEs ที่จะขาดทุน และปิดตัว ทำให้คนตกงาน และเศรษฐกิจทรุดตัวต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ยังฟื้นแบบเปราะบาง ในภาวะที่กำลังเกิดสงครามค่าเงิน (Currency War) อย่างในปัจจุบัน ที่รัฐบาลหลายประเทศเน้นแก้ปัญหาค่าเงิน รัฐบาลไทยก็จำเป็นต้องดูแลค่าเงินบาทด้วย อย่าปล่อยให้แข็งไปเรื่อยๆ แบบนี้” นางเสาวณีย์กล่าว
      
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลและ ธปท.ควรดำเนินการแก้ปัญหาเป็น 2 ระยะ คือ การแก้ไขปัญหาระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น ธปท.ควรปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงินโดยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนในระยะสั้น หรือใน 3-6 เดือน และให้ความสำคัญกับเป้าหมายเงินเฟ้อ เป็นอันดับรองลงไป พร้อมกันนั้น ธปท.ควรแทรกแซงตลาดอย่างเต็มที่ ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ และได้ผลมากกว่าในปัจจุบัน
      
ขณะเดียวกัน ควรชะลอการไหลเข้าของเงินลงทุน ที่จะเข้ามาหาผลกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย โดยรัฐบาลควรออกมาตรการเก็บภาษีจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยไทยกับอัตราดอกเบี้ยของต่างประเทศ และลดหรือชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงิน
      

ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น รัฐบาลต้องสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ ส่งเสริมให้มีการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ ผ่านการลดภาษีการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการปรับปรุงคุณภาพสินค้า และศักยภาพของการผลิตของประเทศ
      
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการแก้ปัญหาค่าเงินของรัฐบาลที่ให้เก็บภาษี 15% จากรายได้และดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้ถือว่าถูกทาง แต่ช้าเกินไป และยังไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการแข็งค่าของเงินบาทได้ ต้องฉีดยาเข็ม 2 คือ การตรึงหรือลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อลดผลประโยชน์ที่ฝรั่งจะได้รับ เพราะนโยบายธปท.ที่จะขึ้นดอกเบี้ย เป็นการให้ประโยชน์กับพวกฝรั่งนักลงทุนที่นอกจากจะได้กำไรจากดอกเบี้ยในตลาดบอนด์แล้ว เมื่อถอนเงินกลับยังจะได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก แล้วคนไทยได้อะไร อะไรที่เป็นการลดประโยชน์ของพวกนี้ รัฐบาลต้องทำ ไม่ใช่ทำให้เขาได้ประโยชน์” นายดุสิตกล่าว
      
ธปท.ปลื้มต่างชาติชมแผนเงินเฟ้อ
      
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระจากต่างประเทศประเมินผลการดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงิน ซึ่งปัจจุบันใช้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานช่วง 0.5-3.0% พบว่า แนวทางดังกล่าวเหมาะสมกับประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาและระยะต่อไป แต่ธปท.ควรจะมีการปรับปรุงในบางจุดโดยเฉพาะการกำหนดค่ากลางของเป้าหมายแทนขอบบนและขอบล่าง เพื่อลดโอกาสที่สาธารณชนอาจเข้าใจผิดว่าขอบบนเป็นเป้าหมายที่กนง.คาดหวังและขอบล่าง เพื่อลดโอกาสปัญหาเงินฝืด
      
“การใช้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นเป้าหมายในการดำเนินนโยบายกาเรงินตลอด 10ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือนพ.ค.43 จนถึงปีนี้ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมการใช้ในระยะต่อไป แต่ควรใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วที่สะท้อนความเป็นจริงควบคู่ไปด้วย อีกทั้งควรขยับขอบล่างจากปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% มาเป็น 1% เพื่อลดโอกาสการเกิดปัญหาเงินฝืดและเพิ่มโอกาสในการกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำให้นโยบายมีประสิทธิภาพขึ้น”ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศกล่าว

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.