ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในวันนี้ไม่ได้เกิดจากการที่ ธปท. เข้าไปดูแลในตลาด แต่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากความกังวลต่อภาคธนาคารในยุโรป หลังจากผลทดสอบฐานะความแข็งแกร่งล่าสุดออกมาไม่ดีนัก โดยวานนี้เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.14 -31.16 บาท/ดอลลาร์ จากนั้นอ่อนค่าลงแตะที่ 31.18 – 31.20 บาท/ดอลลาร์
สศค. วิเคราะห์ว่า นับจากต้นปีเงินบาทต่อดอลล่าร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นร้อยละ 6.45 (จาก 33.33 บาท/ดอลลาร์ ในวันที่ 4 ม.ค. 53 เป็น 31.18 บาท/ดอลลาร์ ในวันที่ 6 ก.ย. 53) ขณะที่เงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินคู่ค้าสำคัญ (NEER) และ Real Effective Exchange Rate (REER) แข็งขึ้นร้อยละ 5.60 และ 3.99 ตามลำดับ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออก และภาคการท่องเที่ยวที่มีรายได้เป็นเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐ โดย สศค.ประเมินว่าหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 1.0 (ภายใต้สมมติฐานว่าค่าเงินสกุลอื่นไม่เปลี่ยนแปลง) จะส่งผลให้การส่งออกสินค้าและบริการที่แท้จริง (Real Export of Goods & Service) หดตัวร้อยละ -0.4 ต่อปี และส่งผลให้ Real GDP หดตัวร้อยละ -0.3 ต่อปี


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.