Switch to: uk
10 February 2012 17:00PM

กระทรวงการคลังยกเครื่องเศรษฐกิจ ช่วยธุรกิจแข่งขันในเวทีการค้าโลก

26 Aug 10 ,  Editorial
  • 0

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาวิชาการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง “ยกเครื่องเศรษฐกิจและการคลัง ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม” เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาทั้งจากภาคราชการ และ ภาคธุรกิจ กว่า 600 คน พร้อมกับเสนอ 3 แนวคิดคือ การสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก ความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกฝ่ายทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชน รวมถึงสนับสนุนให้มีการลงทุนร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชนในรูปแบบ PPP

Pradit_250

 

นายประดิษฐ์ ยังได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาว่า “ทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น ก็คือ  การทำให้ระบบเศรษฐกิจก้าวเดินต่อไป พร้อมกับปรับปรุงเครื่องยนต์ที่จะใช้ขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มความความร่ำรวยให้กับประชาชน ซึ่งก็คือ “ภาคธุรกิจ” นั่นเอง ที่ผ่านมาในอดีต ไม่เคยมีอะไรที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับคนไทยจำนวนมากได้เท่ากับความสำเร็จของภาคธุรกิจเลย โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา ดังนั้นเราต้องช่วยให้ภาคธุรกิจประสบความสำเร็จ และแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลกแบบไร้พรมแดนนี้”

 

“ประวัติศาสตร์โลก ได้สอนบทเรียนที่สำคัญยิ่งกับเราว่า การมุ่งแต่จะลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น และแทนที่เราจะดูแต่เรื่องการลดช่องว่าง ผมคิดว่าเราควรจะมุ่งไปที่การยกระดับความมั่งคั่งให้กับคนยากจนมากกว่าและทำให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ผมขอให้ทุกท่านช่วยกันเรียกร้องให้คนในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตาม ช่วยทำให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายใน 10 ปี นั่นหมายความว่า GDP ต่อหัวของคนไทยก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และสิ่งที่พูดนี้มีความเป็นไปได้ เพราะสิงคโปร์ได้ทำแล้ว คนสิงคโปร์มีรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่า เพียงแค่ 5 ปี เท่านั้น” นายประดิษฐ์ กล่าว

 

นายประดิษฐ์ ยังเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง และมากขึ้น เพื่อกำหนดนโยบายของประเทศให้ชัดเจน “ผมรู้ว่าประเทศไทยจะไม่เจริญ หากปล่อยให้นักการเมืองคิดอยู่คนเดียว ออกแบบทุกอย่างคนเดียว โดยไม่ได้รับประโยชน์จากความรู้ ที่มาจากภาคธุรกิจ นักลงทุนต่างชาติ กลุ่ม NGO หรือแม้แต่ข้าราชการ ซึ่งรู้เรื่องราวของท้องถิ่น ภูมิภาค และของโลกเป็นอย่างดี เพื่อที่จะช่วยกันคิด ช่วยกันแนะนำ และกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาล ความร่วมมือกันจึงเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งแห่งความสำเร็จในอนาคต”

 

นอกจากนั้น นายประดิษฐ์ ยังได้กล่าวว่าประเทศไทยจะมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ก็ด้วยการขยายการลงทุน “โครงการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP จะช่วยให้เราสามารถระดมเงินทุนได้อย่างมหาศาลและยังช่วยให้เราก้าวผ่านข้อจำกัดเรื่องงบประมาณด้านการลงทุนของประเทศ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของจำนวนหนี้ที่สูงเกินไป การลงทุนแบบ PPP จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ”

 

“ตอนนี้ประเทศอื่นกำลังทิ้งห่างเราแล้ว เพราะเพียงแค่ 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่สิงคโปร์เท่านั้น ที่มี GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในช่วงระยะ เวลาเดียวกัน GDP ต่อหัวของประเทศมาเลเซีย ก็เพิ่มขึ้น 55% มากกว่าเราถึง 8 เท่า ขณะที่ GDP ต่อหัวของอินโดนีเซียก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าบ้านเรา 50% และอีกเพียงแค่ 5 ปี ในปี 2558 เมื่ออาเซียนรวมกันเป็นตลาดเดียว แรงงาน เงินทุน สินค้า และการลงทุนจะสามารถเคลื่อนย้ายไปได้อย่างเสรี ระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยของเราจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นหากเราต้องการจะเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจต่อไป เราจำเป็นต้องขยับตัวให้เร็ว และทำอะไรให้เด็ดขาดยิ่งขึ้น” นายประดิษฐ์ กล่าวในตอนท้าย

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.