หนังสือพิมพ์เอเชี่ยน วอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า เศรษฐกิจยุโรปที่กำลังประสบปัญหา บวกกับการอ่อนค่าของเงินสกุลยูโร กำลังบั่นทอนผลกำไรของบรรดาผู้ประกอบการในเอเชียจำนวนมาก ขณะที่ผู้สังเกตการณ์หลายคน พากันวิตกกังวลว่า ผลพวงที่เกิดขึ้นอาจลุกลามไปทั่วโลก หากความต้องการสินค้าจากทวีปยุโรปลดลงฮวบฮาบ จนทำให้ผู้ส่งออกเอเชียมีรายได้จากการส่งออกลดและนำไปสู่ภาวะขาดทุน
บริษัทหลายแห่ง ที่มีฐานดำเนินงานในเอเชียจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อสเวตเตอร์ ไปถึงแผงโซลาร์เซลล์ในยุโรป เริ่มรับรู้ถึงผลกระทบดังกล่าว โดยคำสั่งซื้อสินค้าของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าเงินยูโรแข็งค่ากว่าเงินสกุลท้องถิ่นต่างๆ ถึง 20% เริ่มลดลง ทำให้ภาคธุรกิจในเอเชียขาดทุนหรือไม่ก็ต้องเจรจาเพื่อขอปรับราคาสินค้ากับลูกค้ายุโรป
"คำสั่งซื้อสินค้าจากยุโรป เราเริ่มมองเห็นสัญญาณการขาดทุนบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการส่งออกเสื้อเชิ้ต กางเกง หรือชุดชั้นใน" วิลลี่ หลิน กรรมการผู้จัดการจากมิโล นิตแวร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของธุรกิจผลิตเสื้อสเวตเตอร์จากฮ่องกง ที่เจาะตลาดระดับบนของยุโรป กล่าว
การเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรอาจจะก่อปัญหาระยะสั้น ที่ใหญ่กว่านั้นคือปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤติหนี้สาธารณะของยุโรป จะบั่นทอนความต้องการสินค้าจากเอเชียระยะยาวหรือไม่ หากเกิดปัญหาระยะยาว ก็ถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เพราะเศรษฐกิจเอเชียที่พึ่งพาการผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก เป็นฟันเฟืองหลักผลักดันให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
ธนาคารดีบีเอส ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพายุโรปในฐานะลูกค้าต่อไป โดยการส่งออกจากเอเชียไปสหภาพยุโรป (อียู) คิดเป็นสัดส่วน 13% ของปริมาณส่งออกจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุด 10 ชาติของเอเชีย ไม่รวมญี่ปุ่น ส่วนสหรัฐ มีสัดส่วน 11%
หากพิจารณาข้อมูลทางการค้าในขณะนี้ อาจเห็นภาพผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ชัด โดยการส่งออกของจีนช่วงเดือนพ.ค.เติบโต 48.5% จากปีก่อนหน้านี้ หรือเติบโตเฉลี่ย 10.9% เช่นเดียวกับเกาหลี และไต้หวันที่ตัวเลขส่งออกแข็งแกร่ง
นายโดมินิก สเตราส์คาห์น กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในการประชุมรัฐมนตรีจี 20 ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ว่า มาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลยุโรป อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศกำลังพัฒนา ที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งเอเชียโดยเฉพาะจีนที่เศรษฐกิจพึ่งพารายได้จากการส่งออกเป็นหลัก
"ประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ต้องดำเนินการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจแต่เนิ่นๆ เพื่อชดเชยกับภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรป" นายสเตราส์คาห์น กล่าวและว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าว อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผล
การอ่อนค่าลงของเงินสกุลยูโร ถือเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุด เห็นได้จากกรณีของบรรดาผู้ประกอบการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตลาดบน โดยบริษัทวิจัยซีแอลเอสเอ ประเมินว่า เอเซอร์ อิงค์ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์สัญชาติไต้หวัน รายได้ในยุโรปลดลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ ผลกำไรของบริษัทร่วงลง 5% สำหรับการอ่อนค่าลงของเงินยูโรทุกๆ 1% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ไต้หวัน


















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.