Switch to: uk
23 May 2012 03:26AM

“คอตตอน ยูเอสเอ” เดินหน้าตอกย้ำอะแวร์เนสสัญลักษณ์คุณภาพ

03 Feb 12 ,  TTIS Textile Digest
  • 0

“คอตตอน ยูเอสเอ” เดินหน้าตอกย้ำอะแวร์เนสสัญลักษณ์คุณภาพ พร้อมชี้เทรนด์คนไทยเกินครึ่งใส่ใจคุณภาพผลิตภัณฑ์ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

cotton_006

สัญลักษณ์คุณภาพ “คอตตอน ยูเอสเอ” (COTTON USA) สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงผลิตภัณฑ์แห่งคุณภาพ ผลิตจากฝ้ายธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ และมีส่วนผสมของฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์


คอตตอน ยูเอสเอ สานต่อแผนการตลาดเชิงรุก เดินหน้าตอกย้ำสัญลักษณ์คุณภาพ “คอตตอน ยูเอสเอ” (COTTON USA) จัดงบ 22 ล้านบาท ตั้งเป้าการติดป้ายสัญลักษณ์เพิ่ม 7.7 ล้านชิ้นภายในสิ้นปี 2555 เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจถึงคุณภาพของสินค้าที่ผลิตจากฝ้ายคุณภาพ 100% ที่มีส่วนผสมของฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 50% หลังจากผลสำรวจของ “COTTON USA Mark Tracking Survey ประจำปี 2554” พบคนไทยยินดีจะจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สวมใส่สบาย คุ้มค่าเงิน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพบว่า “ฝ้าย” เป็นเส้นใยธรรมชาติที่ผู้บริโภคกว่า 57% พูดถึงเมื่อนึกถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเสื้อผ้าและสิ่งทอภายในบ้าน

 

cotton_003

นายไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ประเทศไทย


นายไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ประเทศไทย กล่าวว่า การสำรวจ “COTTON USA Mark Tracking Survey” เป็นการสำรวจเพื่อวัดผลประสิทธิภาพและการรับรู้ของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องหมายการค้า “คอตตอน ยูเอสเอ” เพื่อเปรียบเทียบกับเครื่องหมายการค้าของคู่แข่ง ตลอดจนทัศนคติและพฤติกรรมต่อการซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้าของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งคอตตอน ยูเอสเอ จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกๆ 2 ปี โดยมอบหมายให้ บริษัท ดิ อินเตอร์แอคทีฟ รีเสิร์ช จำกัด เป็นผู้ดำเนินการสำรวจ โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มผู้อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีอายุระหว่าง 15-54 ปี และมีรายได้ครอบครัวต่อเดือนมากกว่า 20,000 บาทขึ้นไป จำนวน 500 คน โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 25-34 ปี และกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปทั้งชายและหญิงอายุระหว่าง 15-54 ปี

 

cotton_001

 

cotton_002

 

จากผลวิจัยพบว่า “ผู้บริโภคชาวไทยยังคงความถี่ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าโดยเฉลี่ย 1 ครั้งต่อเดือน แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการซื้อเสื้อผ้าในแต่ละครั้งลดลงเหลือเพียง 2,596 บาท จากเดิม 4,282 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจในปี 2552 ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากความระมัดระวังในการจับจ่ายของผู้บริโภค เนื่องมาจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจ โดยผู้บริโภคหญิงจะให้ความสำคัญไปที่สินค้าที่ลดราคาตั้งแต่ 20% ขึ้นไป นอกจากนี้จากผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มของการแต่งกายในชีวิตประจำวันในอีก 12 เดือนข้างหน้า ผู้บริโภคจะเน้นการการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแคชชวลสำหรับไปทำงานมากขึ้น และยีนส์จะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความนิยมสำหรับการสวมใส่ไปทำงานมากขึ้น โดยเพิ่มขึ้นเป็น 51% จาก 34% ในปี 2552”

 

สำหรับพฤติกรรมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฝ้าย 100% พบว่าผู้บริโภคทุกเพศ และกลุ่มอายุเห็นตรงกันว่า “ฝ้าย” เป็นเส้นใยธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเป้าหมายหลัก ที่มีรายได้ 40,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปเห็นด้วยกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของฝ้ายถึง 100% ทั้งนี้ผู้บริโภคประมาณ 2 ใน 3 ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สวมใส่สบาย คุ้มค่าเงิน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานในช่วงอายุ 25-34 ปี จะนิยมซื้อเสื้อผ้าและสิ่งทอที่ใช้ภายในบ้านที่ทำจากผ้าฝ้ายแท้ 100% ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของชุดชั้นในได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 10% และในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงสุดในเพศหญิงอยู่ในช่วงวัยทำงานอายุระหว่าง 25-34 ปีที่ปริมาณในการซื้อถึง 34% ตามมาด้วยช่วงอายุ 45-54 ปี ที่ 31% ในขณะที่เพศชาย กลุ่มที่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก “ฝ้าย 100%” มากที่สุด อยู่ในช่วงอายุ 45-54 ปี โดยมีปริมาณการซื้อประมาณ 28%

นายไกรภพ กล่าวต่อว่า “ในแง่ของการรับรู้สัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” หลังทำการแนะนำพบว่ากลุ่มเป้าหมายทั่วไปมีการรับรู้ที่เพิ่มขึ้น 4% เป็น 43% จากเดิมที่มีเพียง 39% ในปี 2552 โดยช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ จุดขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีผลถึง 31% ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป และ 32% ในกลุ่มเป้าหมายหลัก ตามมาด้วยโทรทัศน์ นิตยสารและหนังสือพิมพ์ และกว่า 50% ของกลุ่มทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายหลักมองว่า ป้ายแขวนสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” บนสินค้า มีส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อเนื่องจากสามารถสื่อถึงคุณภาพ ความรู้สึกสบายในการสวมใส่ ความอ่อนนุ่ม เป็นเส้นใยที่ทำจากธรรมชาติ มีความทนทาน และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยกลุ่มตัวอย่างเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีป้ายแขวนสัญลักษณ์ติดอยู่บนสินค้ามากถึง 50%”

cotton_004

 

cotton_005

 

“ในปีพ.ศ. 2555 ที่กำลังจะถึงนี้ คอตตอน ยูเอสเอ วางแผนใช้งบการตลาดรวม 22 ล้านบาท พร้อมเพิ่มช่องทางการสื่อสารทั้งอะโบฟเดอะไลน์และบีโลว์เดอะไลน์ ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์ เพื่อตอกย้ำการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายถึงคุณประโยชน์ต่างๆ ของฝ้ายธรรมชาติ 100% ตลอดจนคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ใช้ฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาเป็นวัตถุดิบหลัก และเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตราสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” อีกทั้งเตรียมพัฒนาจุดขายสินค้าต่างๆภายในห้างสรรพสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะจัดเทรนนิ่งให้กับพนักงานขายของไลเซนซีแบรนด์ต่างๆ (Sales Training) เพื่อสร้างความเข้าใจในคุณสมบัติของผ้าฝ้าย รวมถึงวิธีการแนะนำลูกค้าถึงความสำคัญของการติดป้ายแขวนสัญลักษณ์ “คอตตอน ยูเอสเอ” บนตัวสินค้า โดยคอตตอน ยูเอสเอ วางเป้าหมายเพิ่มจำนวนไลเซนซีในประเทศไทยอีกประมาณ 3 ราย ทั้งไลเซนซีจากแบรนด์เครื่องนุ่งห่ม และโรงงานสิ่งทอต่างๆ จากจำนวนไลเซนซีในปัจจุบันของคอตตอน ยูเอสเอ ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 43 ราย แบ่งเป็นแบรนด์เครื่องนุ่งห่ม 25 แบรนด์ และโรงงานสิ่งทอ 18 แห่ง และตั้งเป้าการติดป้ายสัญลักษณ์คอตตอน ยูเอสเอ ในปี 2555 ไว้ที่ประมาณ 7.7 ล้านชิ้น” นายไกรภพ กล่าวทิ้งท้าย

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.