Switch to: uk
28 July 2014 05:04AM

สิ่งทอไทยปี 2555 ระยะปรับตัว

06 Feb 12 ,  TTIS Textile Digest
  • 0

ไตรมาสแรกยังทรงตัว ราคาฝ้ายเริ่มนิ่ง การปรับค่าแรงขั้นต่ำ และการเมืองยังเป็นตัวแปรสำคัญ แต่หลายบริษัทที่โดนผลกระทบจากน้ำท่วม ยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว

 

Textile_outlook_001

 

โรงปั่นเริ่มนิ่ง


หลังจากวิกฤติน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วส่งผลให้บริษัทสิ่งทอหลายโรง โดยเฉพาะโรงปั่นที่โดนน้ำท่วมอย่างหนัก ต้องหยุดการผลิต มาถึงช่วงต้นปีนี้ผู้ประกอบการหลายรายได้ตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์สิ่งทอคงจะดีขึ้น คุณณรงค์ เลิศกิตศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทเร อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งโดนผลกระทบจากอุทักภัยปลายปีที่แล้ว เปิดเผยว่า ปี 2555 สถานการณ์สิ่งทอโดยรวมน่าจะดีขึ้น “แต่อาจจะมีผู้ประกอบการบางรายที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบพวกเส้นด้าย ซึ่งโดนผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว คงต้องใช้เวลาสักระยะในการฟื้นตัว เนื่องจากต้องสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ และต้องนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต แต่ถ้าเป็นโรงงานทอผ้า หรือโรงงานการ์เมนท์ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยังมีออร์เดอร์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่เข้ามามาก แต่ผู้ประกอบการต้องผลิตสินค้าให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า และในปีนี้ราคาฝ้ายก็ตกลงมาพอสมควร น่าจะส่งผลดี ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง”

 

Walter-Bosch

Mr. Walter Bosch, Managing director, Thai Textile Alliance Co., Ltd. (TAC)


ด้านMr. Walter Bosch, Managing director, Thai Textile Alliance Co., Ltd. (TAC) ให้มุมมองถึงอุตสาหกรรมโรงปั่นว่า “ปริมาณการผลิตคงไม่ลดลงมาก ซึ่งขณะนี้บริษัทเน้นตลาดส่งออกมากขึ้น TAC ได้ติดต่อกับลูกค้าที่ทำธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปในประเทศจีน ที่มีความต้องการในวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก ในภูมิภาคเอเซียประเทศไทยมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากประเทศศรีลังกาและบังคลาเทศ แต่ในประเทศดังกล่าวยังมีปัญหาในด้านโลจิสติกส์ และ Infrastructure อยู่อย่างต่อเนื่อง”

 

narong

คุณณรงค์ เลิศกิตศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทเร อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

 

คุณตุรงค์ ครอบทอง Factory Manager บริษัท ไทยรุ่งเท็กซ์ไทล์ จำกัด กล่าวว่า ผลกระทบจากราคาฝ้ายที่สูงขึ้นในปีที่แล้ว ส่งผลให้ในช่วงสามเดือนแรกปี 2555 นี้ โรงปั่นแต่ละโรงยังมีส่วนต่างของราคาฝ้ายอยู่ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทว่าสต็อคไว้มากหรือน้อยจะบริหารอย่างไร ช่วงไตรมาสแรกนี้สถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมสิ่งทออาจยังไม่ดีนัก สถานการณ์ทางการเมืองก็อาจเป็นตัวแปรหนึ่ง

 

“เรื่องค่าแรงขึ้นต่ำที่จะปรับเป็น 300 บาท เริ่มในเดือนเมษายน นำร่องใน 7 จังหวัดนั้นก็เป็นปัญหา เนื่องจากปกติแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอหายากอยู่แล้ว เมื่อ 10 ปีที่แล้วบริษัทเป็นคนเลือกพนักงาน ปัจจุบันพนักงานเลือกบริษัทว่ามี สวัสดิการอะไรให้บ้าง ฉะนั้นปัจจุบันบริษัทพยามยามเน้นใช้เครื่องจักรที่มีระบบออโต้เมชั่นมากขึ้น”

 

ด้านคุณปิลันธน์ ธรรมมงคล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ในปี 2555 นี้ การส่งออกสิ่งทอคงไม่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เนื่องจากทุกคนอยู่ในช่วงปรับตัว ตลาดยุโรปก็ไม่ค่อยดีและยังเพิ่มกฎระเบียบเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้การทำธุรกิจยากขึ้น แต่การส่งออกคงทรงตัว เพราะมีตลาดอาเซียนมาทดแทน

 

AEC แต้มต่อสิ่งทอไทย

ในปี 2558 ที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) นั้น คุณปิลันธน์ ให้มุมมองว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบเรื่องทำเลที่ตั้ง ทำให้ต้นทุนการขนส่งต่ำและสามารถส่งมอบสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง ห้างหุ่นส่วน ธนไพศาล จำกัด ได้เริ่มทำตลาดอาเซียน โดยส่งผ้าลินินไปจำหน่ายที่เวียดนาม

 

Textile_outlook_002

 

“การผลิตผ้าให้เวียดนามก็ต้องผลิตผ้าที่มีคุณภาพสูง เพราะเวียดนามใช้ผ้าจากประเทศไทยไปตัดเย็บเป็นการ์เมนท์เพื่อส่งไปตลาดญี่ปุ่น เพียงแต่บุคลกรของเขายังขาดความชำนาญ ยังไม่ค่อยเข้าใจระบบค้าขายเท่าไหร่นัก แต่ AEC เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยต้องพัฒนาการผลิตผ้าผืนให้ผ่านมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้สมาชิกในอาเซียนนำไปตัดเย็บ แล้วส่งออกไปยังยุโรปหรือญี่ปุ่นซึ่งเข้มงวดในเรื่องคุณภาพสินค้าและการพัฒนาสินค้าควรใช้ตลาดเป็นตัวนำ อยากเตือนผู้ประกอบการว่าการทำธุรกิจต่อไปในอนาคตจะต้องเจอกับความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ ประเด็นคือเวลาเจอความไม่แน่นอนจะเตรียมมือรับแบบไหน ต้องใช้สติตั้งรับให้ดี” คุณปิลันธน์ กล่าว

 

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ในวันนี้และจะก้าวต่อไปได้ในอนาคต คงต้องมีมากกว่าแค่เรื่องคุณภาพสินค้าและบริการ