จังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมโชว์ผลิตภัณฑ์กว่า 50 แบบ ภายใต้แบรนด์ “คลัสเตอร์ผ้าเมืองคอน”

นายสุรพงษ์ เชียงทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยทั้งภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มวิสาหกิจภูมิภาคมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ การเปิดเสรีการค้า การย้ายฐานการผลิต รวมทั้งภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในภูมิภาค โดยใช้กลยุทธ์การรวมกลุ่มเพื่อสร้างเครือข่าย หรือ คลัสเตอร์ (Cluster) สิ่งทอ ให้เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน โดยได้มอบหมายให้ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเป็นสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการพัฒนาคลัสเตอร์สิ่งทอในพื้นที่ต่างๆ เช่น จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้มีการเปิดตัวแบรนด์ CLUSTER UBON เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 และ จังหวัดลำพูน เปิดตัวแบรนด์ LUMPHUN TEXTILE CLUSTER เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2552 เช่นกัน รวมทั้ง จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดตาก
สำหรับปีงบประมาณ 2553 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ โครงการพัฒนาคลัสเตอร์สิ่งทอในภูมิภาค ซึ่งได้ลงมาดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นที่ปรึกษา และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหน่วยงานหลักที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการ เพื่อสร้างเครือข่ายกลุ่มคลัสเตอร์และพัฒนาคุณภาพคน พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย พร้อมเปิดตัวภายใต้แบรนด์ คลัสเตอร์ผ้าเมืองคอน ในงานสรุปผลการดำเนินโครงการพัฒนาคลัสเตอร์สิ่งทอภูมิภาค พื้นที่ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553
นายวันชัย ไชยวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในนามของจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอขอบคุณ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของโครงการพัฒนาคลัสเตอร์ภูมิภาคพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนำความรู้มาพัฒนาทักษะให้แก่ผู้ประกอบการสิ่งทอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เข้าใจกฎระเบียบและมาตรการต่าง ๆ ที่สำคัญในด้านการพัฒนาสินค้าสิ่งทอให้มีรูปแบบเฉพาะและทันสมัย สามารถเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตผ้าในรูปแบบต่าง ๆ
นายสมพล รัตนาภิบาล อุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า โครงการพัฒนาคลัสเตอร์สิ่งทอภูมิภาค พื้นที่ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช นี้ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2552 สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความโดดเด่นในด้านผ้าทอพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อมาช้านาน และผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม ซึ่งมีความสวยงาม ทั้งยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยการดำเนินโครงการได้มีการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อจัดทำวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์และแผนแม่บท รวมทั้งกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความตระหนักในการรวมกลุ่ม สร้างองค์ความรู้ เช่น การตกแต่งสำเร็จบนผืนผ้าด้วยกลิ่นและสารบำรุงผิวต่างๆ ทำให้ผ้ามีคุณสมบัติเพิ่มขึ้น นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้ และพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย ส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาด พร้อมศึกษาดูงานวิจัยด้านหัตถอุตสาหกรรม ณ จังหวัดแพร่ และเยี่ยมชมคลัสเตอร์ผ้าทอพื้นเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นตัวอย่างคลัสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จในภาคเหนือ
นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวสรุปว่า ภายในโครงการฯ ได้มีกลุ่มวิสาหกิจที่เข้าร่วมและเป็นสมาชิกคลัสเตอร์สิ่งทอนครศรีธรรมราชจำนวน 37 ราย เป็นกลุ่มผู้ประกอบการ 31 ราย ภาคการศึกษา 3 ราย และภาครัฐ 3 ราย ส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแนวคิดทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่น้อยกว่า 50 แบบ โดยผลงานบางส่วนที่ พัฒนาจากโครงการนี้ ได้มีการนำไปจัดแสดงโชว์ในงาน GFT 2010 เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจและเกิดความต้องการซื้อจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก และได้มีการร่วมคิดร่วมสร้างแบรนด์ของกลุ่มภายใต้ชื่อ คลัสเตอร์ผ้าเมืองคอน เพื่อเร่งสร้างศักยภาพในการแข่งขันด้านการตลาดต่อไป
สำหรับผลงานภายใต้โครงการคลัสเตอร์สิ่งทอ นครศรีธรรมราช ทั้งหมดกว่า 50 แบบ ได้มีการนำมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมการเสวนา เชื่อมโยงคลัสเตอร์ผ้าเมืองคอนกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานวิจัยนวัตกรรมสิ่งทอโดยฝีมือคนไทยที่ได้รับรางวัล DEMark ในสาขา Design Excellence Award จากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ จากผลงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นใยกล้วยในเชิงอุตสาหกรรม และการพัฒนาเส้นใยโพลีเอส เตอร์ผสมผงถ่านจากกะลามะพร้าว ในปี 2552 และล่าสุด ในปี 2553 นี้สถาบันฯ ก็ได้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดและได้รับรางวัล DEMark อีกสามผลงานคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอนำความร้อนจากเส้นใยนาโนคาร์บอน การพัฒนาเส้นใยพอลิโพรพิลีนผสมถ่านแมกกาเดเมีย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นใยและสิ่งทอจากขวดน้ำดื่ม (PET) รีไซด์เคิล รวมทั้งการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตกแต่งบนผืนผ้า อาทิ ชุดเด็กตกแต่งผืนผ้าด้วยอโรเวล่าใส่แล้วทำให้ผิวชุ่มชื้น กระเป๋าผ้าจากใยกัญชงตกแต่งให้กันน้ำ และตัวอย่างผ้าที่มีคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งผลงานเหล่านี้จะเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจในพื้นที่ได้นำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไปได้ในอนาคต

















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.