Switch to: uk
06 February 2012 00:30AM

ผลผลิตฝ้ายของอินเดียสูงขึ้น

10 Aug 10 ,  wwd.com
  • 0

อินเดีย ผู้ส่งออกฝ้ายดิบรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศจีน ได้รับการคาดการณ์ว่าจะสามารถเก็บฝ้ายที่มีคุณภาพและมีปริมาณสูงในปีนี้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความร้อนแรงของราคาฝ้ายในตลาดโลกและช่วยยกระดับผู้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มโลก

 

31_td_en1_001


ในระหว่างเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ฝนตกชุกที่สุดในฤดูมรสุมของอินเดียซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน มีการปลูกฝ้ายถึง 9.5 ล้านเฮกตาร์ เพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านเฮกตาร์ในปีที่ผ่านมา


ผู้ปลูกฝ้ายได้รับการสนับสนุนให้ปลูกฝ้ายเพิ่มขึ้นเพื่อจะได้ราคาที่สูงขึ้นในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะการขาดแคลนฝ้าย กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ เองได้ส่งสัญญาณว่าความต้องการฝ้ายอาจมีมากกว่าปริมาณฝ้ายที่มีอยู่ ผลผลิตฝ้ายในระดับโลกคาดว่าเพิ่มสูงขึ้นเป็น 113.9 ล้านเบล (bales) ในปี 2010-2011 เพิ่มขึ้นถึง 11% จากตัวเลข 102.9 ล้านเบลในปี 2009-2010 อย่างไรก็ตาม ความต้องการฝ้ายในตลาดโลกอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 119.1 ล้านเบลในฤดูกาลหน้า จากตัวเลขที่เดิมคาดการณ์ไว้อยู่ที่ 115.9 ล้าน


ฤดูมรสุมที่รุนแรงที่เกิดขึ้นหลังจากฤดูกาลที่แห้งแล้งมากๆ ทั่วทั้งประเทศอินเดียถือเป็นช่วงเวลาที่ดีต่อการปลูกฝ้าย จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง การยกเลิกการควบคุมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกฝ้ายมีส่วนช่วยส่งเสริมการปลูกฝ้ายเป็นอย่างยิ่ง ในเดือนเมษายน อินเดียได้ออกมาตรการห้ามการส่งออกฝ้ายเพื่อที่จะลดความร้อนแรงของราคาผลผลิตฝ้ายภายใน ประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 25% ตั้งแต่เดิอนตุลาคมที่ผ่านมา แต่หนึ่งเดือนต่อมาได้มีการยกเลิกมาตรการห้ามการส่งออกบางส่วน และคาดว่าหลังจากวันที่ 1 ตุลาคม จะยกเลิกทุกมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดการส่งออกฝ้าย


ในขณะที่การยกเลิกข้อจำกัดด้านการส่งออกเป็นข่าวดีสำหรับผู้ปลูกฝ้ายชาวอินเดียและผู้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตในประเทศที่ยังต้องพึ่งพาฝ้ายจากอินเดีย อาทิ ปากีสถาน และบังคลาเทศ ผู้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มอินเดียเองกลับไม่ค่อยพอใจที่มาตรการดังกล่าวถูกยกเลิกไป เพราะเมื่อราคาสูงขึ้น ขณะปริมาณฝ้ายที่เก็บสต็อกไว้ลดลง ผลกำไรก็จะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน


“รัฐบาลควรใช้มาตรการห้ามการส่งออกฝ้ายอย่างถาวร” Rajesh Goyal เจ้าของ Ankit International โรงงานผลิตสิ่งทอในเมือง Jaipur ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐและประเทศในแถบยุโรป กล่าว


นาย Goyal กล่าวเพิ่มเติมว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลอินเดียต้องให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดียเอง ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการจ้างงานโดยตรงแก่คนอินเดียถึง 35 ล้านคน และทางอ้อมอีก 88 ล้านคน


Rita Menon เลขาธิการในกระทรวงสิ่งทอของอินเดีย กล่าวว่า รัฐบาลอินเดียกำลังพัฒนานโยบายการควบคุมการส่งออกฝ้าย โดยจะพิจารณาและวิเคราะห์ว่ามีความต้องการฝ้ายมากน้อยเพียงใดในตลาดภายในประเทศเอง และผู้ปลูกฝ้ายควรปลูกหรือผลิตฝ้ายจำนวนมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะมีการพิจารณาถึงข้อจำกัดทางการส่งออกว่าจำเป็นหรือไม่ อย่างไร


ผู้ผลิตสิ่งทอกล่าวว่ามาตรการควบคุมการส่งออกในเดือนเมษายนส่งผลกระทบน้อยมากต่อราคาฝ้ายที่ลดต่ำลง ทั้งนี้เป็นเพราะความต้องการฝ้ายภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณชัดเจน ผู้นำเข้าเสื้อผ้าในสหรัฐและในประเทศแถบยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของอินเดีย จึงได้เพิ่มปริมาณการสั่งสินค้าจากบริษัทสิ่งทออินเดีย


Cheslind Textile Ltd. ผู้ผลิตผ้าฝ้ายที่ตั้งอยู่ที่บังกาลอร์ กล่าวว่า ปีนี้ตนทำกำไรได้มากที่สุดในรอบสี่ปี เนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นของตลาดสหรัฐฯ


ตลาดชุดชั้นในและชุดนอนในสหรัฐฯ น่าจะเติบโตถึง 2.4% คิดเป็น 12.9 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ โดยลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากการสำรวจของ Euromonitor หลังจากที่มีการนำเมล็ดฝ้ายที่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรมมาใช้ในปี 2002 อินเดียได้กลายเป็นประเทศผู้ผลิตฝ้ายรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกหลักที่มีปริมาณการส่งออกที่สูงมาก ในช่วงสองเดิอนแรกของปี อินเดียแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ส่งออกฝ้ายรายใหญ่ ในขณะที่จีนนำเข้าฝ้ายจากอินเดียสูงสุดถึง 265,460 ตัน

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.