บริษัท ทองไทยการทอ นับเป็นบริษัทสิ่งทอนำร่องรายแรกๆ ของประเทศที่ได้ฉลาก Carbon footprint รวมทั้งฉลาก EU Flower และบริษัทในเครืออย่าง วิชั่นเท็กซ์ ก็ร่วมผลิตเสื้อผ้า cool mode ลดโลกร้อน ด้านบริษัท บ้านสิ่งทอ เดินหน้าผลิตวัสดุสีเขียวป้อนตลาดในประเทศ พร้อมสร้างพันธมิตรรองรับตลาดที่โตขึ้น

ผู้ประกอบการสิ่งทอพยายามวิจัยและพัฒนาสิ่งทอรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้น
สินค้าสีเขียวขับเคลื่อนตลาด
คุณเดช พัฒนเศรษฐพงษ์ กรรมการบริหาร บริษัท ทองไทยการทอ จำกัด กล่าวว่า เรื่อง climate change มีการกล่าวถึงมากว่า 6 ปีแล้ว ปัจจุบันยังมีการกล่าวถึง แสดงว่าเป็นกระแสที่มาแรง ตลาดเองก็มีความต้องการสินค้าประเภทนี้มากขึ้น ดูได้จากยอดคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่ต้องการเสื้อผลิตจากฝ้ายออร์แกนิก จากเดิมจำนวนเพียงไม่กี่หมื่นตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2553 ปรากฏว่ายอดคำสั่งซื้อเพิ่มเป็นแสนตัวในฤดูใบไม้ผลิ และคาดว่าฤดูใบไม้ร่วงปี 2554 จะเพิ่มอีกหลายเท่าตัว เพื่อรองรับกีฬาโอลิมปิค 2555 ที่ประเทศอังกฤษ
“ผู้จัดงานโอลิมปิคพยายามจะจัดงานครั้งนี้ให้เป็น green event มากที่สุด แม้แต่เสื้อผ้าของนักกีฬา ในช่วงสองปีที่ผ่านมามีการใช้ฝ้ายออร์แกนิกเพิ่มขึ้นประมาณสามเท่าตัว อนาคตคาดว่าจะมีการใช้วัตถุดิบพวกฝ้ายออร์แกนิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ” คุณเดช กล่าวต่อไปว่า การที่บริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าสีเขียวนอกจากมีตลาดรองรับแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้องค์กรรู้จักสำนึกกับการใช้พลังงาน เพราะในอนาคต ทรัพยากรพลังงานจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ และการทำธุรกิจในอนาคตต้องรู้จักประหยัด เพราะผู้ผลิตคงไม่สามารถผลักต้นทุนไปหาผู้บริโภคได้
ล่าสุด ทองไทยการทอ เป็นบริษัทสิ่งทอนำร่องรายแรกๆ ที่ได้ฉลาก carbon footprint ในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตสินค้า และเป็นหนึ่งในสี่บริษัทของไทยซึ่งได้รับรองฉลาก EU Flower จากการผลิตเสื้อผ้าฝ้าย นอกจากนี้ยังได้รับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ISO14000, 18000

คุณเดช พัฒนเศรษฐพงษ์ บริษัท ทองไทยการทอ ระบุว่ามีการใช้ฝ้ายออร์แกนิกเพิ่มขึ้นราวสามเท่าตัวในเวลาสองปี
“แม้ลูกค้าจะยังไม่ได้ซื้อสินค้าที่ได้ฉลาก EU Flower แต่อย่างน้อยลูกค้าทราบว่าบริษัทนี้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม สนใจจะลดของเสีย ก็เกิดการเจรจาธุรกิจ เพราะเชื่อว่าเราน่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ในการทำธุรกิจระยะยาวได้ดีกว่า” คุณเดช กล่าว
ด้านห้างหุ้นส่วน ธนไพศาล ที่นำระบบ Clean Technology: CT มาใช้ในการฟอกย้อม ตกแต่งสำเร็จรูป เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยตั้งแต่ 17 ปีที่แล้ว คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล กรรมการผู้จัดการ ให้มุมมองว่า ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ตลาด eco textile เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ละแบรนด์จึงเพิ่มข้อกำหนดทางด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ชีวอนามัย ให้อยู่ในสเปกสินค้ามากขึ้น
“เจ้าของแบรนด์เองถูกลูกค้าตั้งคำถามเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ละแบรนด์จึงเพิ่มเรื่อง eco textile เข้าไป ในกระบวนการผลิตสิ่งทอ ขั้นตอนที่โดนตรวจสอบประมาณ 80% คือกระบวนการฟอก ย้อม พิมพ์ ตกแต่งสำเร็จรูป นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางของวัสดุว่ามาจากไหน จนถึงสุดท้ายเมื่อเลิกใช้เสร็จแล้วนำไปทิ้งมันย่อยสลายเองได้หรือไม่ ถ้าใช้เวลาสองสามปีแล้วย่อยสลายหมดกลายเป็นดินจะถือว่าสมบูรณ์ แต่ถ้าใช้เวลาถึง 1 พันปีถึงย่อยสลายก็ไม่เวิร์ก” คุณปิลันธน์ กล่าว
Eco Textile
ผลิตไม่ยาก แค่สื่อสารให้เข้าใจ
คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล ยังเป็นเจ้าของบริษัท กรีนวิล เทรดดิ้ง ผู้ประกอบการผ้าไหมรายแรกของโลกที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อม EU-Flower เมื่อปี 2550 และเจ้าของบริษัท บ้านสิ่งทอ ที่ออกแบบวัสดุเส้นใย ผ้าผืนใหม่ๆ รวมทั้งกำหนดมาตรฐานด้าน eco เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้ที่ต้องการผลิตสินค้าในเชิงของธรรมชาติ สามารถส่งออกตลาดต่างประเทศได้

คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล บริษัท บ้านสิ่งทอ เปิดเผยว่าสองสามปีที่ผ่านมา ตลาด eco Textile เติบโตอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองบริษัทดำเนินธุรกิจลักษณะเดียวกัน เพียงแต่ กรีนวิล เน้นลูกค้าแบรนด์ ตลาดต่างประเทศ ส่วน บ้านสิ่งทอ เน้นตลาดในประเทศ ที่ผ่านมา บ้านสิ่งทอ ได้ช่วยลูกค้าออกแบบและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับชุดเครื่องแบบนักเรียนพื้นเมืองในภาคเหนือและภาคอีสาน นอกจากได้เสื้อที่มีคุณภาพแล้วยังช่วยให้ลูกค้าจำหน่ายเสื้อได้ราคาดีขึ้น จากตัวละ 120 บาท เป็นตัวละ 180 บาท ล่าสุดกำลังร่วมกับลูกค้าพัฒนาชุดพื้นเมืองฉลากเขียว แบรนด์ “บ้านสิ่งทอ” ให้กับกลุ่มแม่บ้านจังหวัดในภาคอีสาน รวมทั้งไปช่วยกลุ่มลูกค้าสร้างผลิตภัณฑ์สิ่งทอสีเขียวให้ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) เป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) กำลังจะประกาศออกมาใช้แทนมาตรฐานเดิม ซึ่งมีมาตรฐานเทียบเคียงกับมาตรฐาน Öko-Tex ของต่างประเทศ
คุณปิลันธน์ กล่าวว่า การผลิตสินค้า eco textile ไม่ใช่ความลำบากหรืออุปสรรค แต่อยากให้มองว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าต้องการ ขณะนี้มีบริษัทหลายแห่งที่ผลิตสินค้าสีเขียวได้ รวมทั้งมีหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน อาทิ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ หรือบริษัทสีเคมี ที่มีข้อมูล มี facilities ที่จะสนับสนุนในการผลิต จึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก อยู่ที่มุมมอง
“การที่จะทำให้บรรลุเข้าใจถึงจุดนั้น key word สำคัญอยู่ที่การสื่อสาร ต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่าคอนเซปต์สินค้าที่ลูกค้าต้องการคืออะไร ไม่ใช่แค่มีเครื่องจักรไฮเทคหรือระบบบริหารสุดหรู ประเด็นคือต้องยอมปล่อยวางตัวเรา ยอมรับฟังว่าลูกค้าอยากได้อะไร กำลังบอกอะไรกับเรา ถ้าผลิตสินค้าครั้งที่แล้วเกิดปัญหาก็ต้องฟังว่าประเด็นอยู่ตรงไหนเพื่อจะแก้ไข เมื่อเข้าใจแล้วในการลงมือปฎิบัติสิ่งสำคัญคือการวางแผนผลิตให้ดีตั้งแต่ต้น เช่น การเลือกใช้สี เคมี วิธีการผลิตที่เหมาะกับแต่ละมาตรฐาน ซึ่งบางมาตรฐานเข้มงวดมาก เช่น เรื่อง EU Flower หรือ carbon footprint ต้องปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุด” คุณปิลันธน์ แนะนำ

















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.