นายเดช พัฒนเศรษฐพงษ์ ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า "โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนส่วนใหญ่จากกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Economy of Trade and Industry - METI) ที่ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งด้านการตลาด โอกาส จุดแข็ง จุดอ่อน แนวโน้มแฟชั่น และเทคนิคการผลิต
นายจำนงค์ นวสมิตวงศ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และผู้จัดการโครงการพัฒนาผ้าผืน/เสื้อผ้าสำเร็จรูป กล่าวว่า "โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการผลิตผ้าผืนและเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อส่งไปจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นในฤดูกาล Spring/Summer 2011 โดยเน้นเสื้อผ้าลำลองสำหรับลูกค้าตลาดบน (High Grade Casual Wear) ทั้งนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ 12 บริษัท แบ่งเป็น โรงงานผ้าผืน 6 บริษัท โรงงานฟอกย้อม 3 บริษัท และโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูป 3 บริษัท ระยะเวลาดำเนินการ 9 เดือน โดยเริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 และจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2553 ทั้งนี้จะนำตัวอย่างผ้าและเสื้อผ้าที่ได้จากโครงการฯ ไปจัดแสดงที่ Japan Pavilion ในงาน BIFF&BIL 2010 ในเดือนเมษายน 2553 โดยขณะนี้ Bunka Fashion Graduate University ของญี่ปุ่นได้นำผ้าผืนจากโครงการฯ ไปให้ดีไซเนอร์ของสถาบันออกแบบเพื่อนำมาแสดงในงานประมาณ 20 ชุด และจะมีการจัดแสดงแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่นใน Japan Pavilion ด้วย"
นายชิเงรุ ฟุรุมิยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจากสมาคมผู้นำเข้าสิ่งทอญี่ปุ่น (Japan Textile Importer Association - JTIA) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวโน้มแฟชั่นในตลาดญี่ปุ่นขณะนี้ว่า "เสื้อผ้าที่ขายดีมากในญี่ปุ่นไม่ได้ทำจากฝ้าย 100% เท่านั้น แต่เป็นผ้าที่มีเส้นใยผสมกันมากกว่าสองชนิด เช่น Tencel/Modal เนื่องจากลักษณะอากาศที่ร้อนและชื้นมากของญี่ปุ่น ที่น่าสนใจคือเสื้อผ้าลำลองที่มีคุณภาพสูงกว่าปกติ สินค้าในตลาดญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะดูเรื่องแนวโน้มแฟชั่นแล้ว คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสี การหดตัว และการเปลี่ยนรูปร่างของเสื้อผ้าก็เป็นจุดที่สำคัญและต้องระวังมากเช่นกัน
ด้านศาสตราจารย์ ทาดาโอะ ทาเคอุชิ ผู้เชี่ยวชาญจาก Bunka Fashion Graduate University แนะนำว่า "เทรนด์ในตลาดญี่ปุ่นสำหรับปี 2010 และ 2011 จะเป็นแนวคลาสสิกและธรรมชาติ (Origin & Natural) ผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่ม บางเบา อาจเพิ่มความหรูหราหรือลูกเล่นโดยการปักหรือแต่งเสริมให้เสื้อผ้ามีความน่าสนใจขึ้น เป็นต้น"
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า "ผลพลอยได้จากโครงการนี้ก็คือ ไทยสามารถส่งผ้าที่พัฒนาและผลิตได้ไปตัดเย็บในประเทศกลุ่มอาเซียนเพื่อส่งต่อไปยังตลาดญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งช่วยขยายช่องทางและเพิ่มมูลค่าการส่งออกสิ่งทอไทยในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในทางอ้อม"
ทั้งนี้ ผ้าผืนและเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการนี้ จะนำไปจัดแสดงใน Japan Pavilion ภายในงานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF & BIL 2010, ASEAN Integration Textiles-Apparel-Leather) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2553 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.