Switch to: uk
26 October 2014 02:01AM

ตลาดโลกเส้นใย

06 Oct 08 ,  อุษา แสงวัฒนาโรจน์
  • 0
การใช้เส้นใยในตลาดโลกมีปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 จาก 69 ล้านตันในปี 2006 เป็น 72.6 ล้านตันในปี 2007 และปริมาณการใช้เส้นใยเท่ากับ 10.9 กิโลกรัมต่อคน

fiberoutlook1201.jpgรายงาน The Fiber Year 2007/08 ที่จัดทำขึ้นโดย Oerlikon Textile เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้เส้นใยฝ้าย ขนสัตว์ และไหม เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 เป็น 28.5 ล้านตัน และปริมาณการใช้เส้นใยประดิษฐ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เป็น 44.1 ล้านตัน

 ในปี 2007 เส้นใยฝ้าย ขนสัตว์ และไหม มีส่วนแบ่งในตลาดเส้นใยโลกอยู่ร้อยละ 39.3 (เป็นเส้นใยฝ้ายร้อยละ 37 ขนสัตว์ร้อยละ 2) ส่วนเส้นใยประดิษฐ์มีส่วนแบ่งร้อยละ 60.7 (เส้นใยสังเคราะห์ร้อยละ 56 และเส้นใยเซลลูโลสประดิษฐ์ร้อยละ 5) บทความหนึ่งใน Cotton: Review of the World Situation ได้คาดการณ์ถึงการใช้เส้นใยในตลาดโลกปี 2008 ว่า จะมีปริมาณระหว่าง 69.8-70.5 ล้านตัน และ 72-73.7 ล้านตันในปี 2009 

The Fiber Year 2007/08 ยังแสดงให้เห็นว่า ปี 2007 ปริมาณการใช้เส้นใยฝ้ายในตลาดโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 จาก 26.8 ล้านตันในปี 2006 เป็น 27.2 ล้านตัน และมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 37 ในด้านการผลิต คาดว่าปีที่แล้วถึงปีนี้ การผลิตเส้นใยฝ้ายในตลาดโลกจะลดลงร้อยละ 2.1 เหลือ 26.1 ล้านตัน 

ส่วนเรื่องราคาฝ้าย ตามดัชนี Cotlook A พบว่า มีราคาเพิ่มขึ้นตลอด จาก 54 เซนต์ต่อปอนด์ในปี 2005 เป็น 72 เซนต์ต่อปอนด์ในเดือนมกราคม 2008  ทั้งนี้ ICAC คาดว่าระหว่างเดือนสิงหาคมปีนี้ถึงกรกฎาคมปีหน้า การผลิตเส้นใยฝ้ายในตลาดโลกจะอยู่ที่ราว 27 ล้านตัน และมีปริมาณการใช้ราว 27.5 ล้านตัน ในขณะที่ราคาฝ้ายจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาเฉลี่ยสำหรับปี 2008/09 จะอยู่ประมาณ 80 เซนต์ต่อปอนด์ และจะลดลงในปี 2009/10 จากผลของปริมาณฝ้ายที่ล้นตลาด 

รายงานดังกล่าวยังเปิดเผยว่า ปีที่แล้วมีการผลิตเส้นใยพอลิเอสเตอร์ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 เป็น 30.7 ล้านตัน โดยเป็นการผลิตเส้นใยสั้น 12.4 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3) และเส้นใยยาว 18.3 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1) ทั้งนี้การผลิตเส้นใยพอลิเอสเตอร์คิดเป็นร้อยละ 76 ของการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ทั้งหมด 

ส่วนการผลิตเส้นใยพอลิเอไมด์คิดเป็นร้อยละ 10 ของการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ทั้งหมด ในปี 2007 พบว่าการผลิตในตลาดโลกลดลงเล็กน้อยคือ 4 ล้านตัน โดย 3.6 ล้านตันเป็นการผลิตเส้นใยยาว ส่วนเส้นใยสั้นอะคริลิกมีการผลิตลดลงร้อยละ 4.9 เหลือ 2.4 ล้านตัน ด้านเส้นใยเซลลูโลสประดิษฐ์มีการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 เป็น 3.7 ล้านตัน เมื่อคิดรวมกับ acetate tow และเส้นใย lyocell

fiberoutlook1202.jpgนวัตกรรมเส้นใย 
Teijin Fibers
ได้นำเสนอเส้นใย Biofront ซึ่งเป็นสารพอลิเมอร์ทางชีวภาพที่ทนความร้อนได้ดีด้วยจุดหลอมเหลวที่ 210 องศาเซลเซียส และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะมีองค์ประกอบพื้นฐานเป็นสารธรรมชาติ บริษัท Smartfiber แนะนำเส้นใย smartcel ที่ดูดและคายความร้อนให้แก่ร่างกายมนุษย์ได้ตามต้องการโดยใช้หลักการของ PCM หรือ phase change material เช่น พาราฟิน นอกจากนี้ มีการนำเสนอเส้นใยที่มีสาหร่ายเป็นองค์ประกอบชื่อว่า SeaCell ซึ่งสามารถปลดปล่อยสารเคมีประโยชน์ เช่น แร่ธาตุต่างๆ และไวตามินอีในสาหร่ายให้แก่ร่างกายมนุษย์ เพื่อปกป้องผิวหนังและยังต้านไฟได้ด้วย

บริษัท Lenzing เสนอเส้นใยไมโครที่ชื่อ MicroModal AIR ซึ่งมีขนาดเล็กมาก โดยเล็กกว่าเส้นไหม ทำให้มีน้ำหนักเบาและมีความอ่อนนุ่มมาก ส่วน Toray Industries นำเสนอเส้นใยเทอร์โมพลาสติกเซลลูโลสที่นุ่ม แข็งแรง สามารถควบคุมการดูดและคายความชื้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผลิตจากการดัดแปรเซลลูโลสด้วยสารเคมีจนนำมาปั่นเป็นเส้นใยได้ด้วยวิธีเดียวกับการปั่นเส้นใยพอลิเอสเทอร์หรือไนลอน ซึ่งไม่ต้องใช้ตัวทำละลายช่วย และสุดท้าย Mitsubishi Rayon ผลิตเส้นใยอะคริลิกที่นำไฟฟ้าได้ โดยมีโครงสร้างเป็น sheath-core bi-component