ใบสับปะรดเป็นส่วนที่มีเซลลูโลส หรือสามารถให้เส้นใยได้ โดยทั่วไปนิยมนำมาผลิตเป็นกระดาษ แต่ใบสับปะรดก็ยังคงมีปริมาณเหลือทิ้งจำนวนมาก มีการประมาณกันว่า ในแต่ละรอบการผลิตจะมีใบสับปะรดสดที่ถูกทิ้งมากกว่า 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ และจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ใบสับปะรดสดนี้ให้เส้นใยเฉลี่ยคิดเป็น 2.85% ของน้ำหนักใบสับปะรดสด ดังนั้น หากสามารถแยกเส้นใยเหล่านี้ออกมาได้ก็จะได้เส้นใยอย่างน้อยประมาณ 100 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งในต่างประเทศเช่น ฟิลิปปินส์ มีการนำเส้นใยจากใบสับปะรดไปผลิตเป็นผืนผ้าบารอง (Barong Tagalog) ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างชื่อและสร้างรายได้ให้กับฟิลิปปินส์ หากแต่ว่าเน้นการผลิตแบบหัตถอุตสาหกรรม ในการวิจัยพัฒนาการผลิตเส้นใยสับปะรดของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอร่วมกับภาคเอกชนครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นหาวิธีการผลิตเส้นใยในเชิงอุตสาหกรรม
กระบวนการผลิตเส้นใยสับปะรด
เส้นใยสับปะรดสามารถถูกแยกออกมาได้ด้วยวิธีเชิงกลและการหมักที่ไม่ซับซ้อนเหมือนเส้นใยธรรมชาติอื่น เช่น เส้นใยกล้วย จึงมีโอกาสทางธุรกิจค่อนข้างสูง
- การเตรียมใบสับปะรด
การผลิตเส้นใยสับปะรดเริ่มจากการนำใบสับปะรดที่ทำความสะอาดแล้วเข้าสู่เครื่องรีด เพื่อทำให้ใบสับปะรดแตกหรือแยกออกจากกันมากที่สุด เป็นการลดเวลา ทำให้ใบสับปะรดเปื่อยเร็วขึ้น
- การหมักใบสับปะรด
นำใบสับปะรดไปหมักโดยแช่น้ำธรรมดาในบ่อหมักและให้โดนแดดนาน 25-30 วัน เมื่อครบกำหนด นำใบสับปะรดมาล้างให้สะอาดและตากแดดให้แห้ง ก่อนนำมาตัดให้เส้นใยมีความยาวประมาณ 51 มิลลิเมตร
- การแยกเส้นใยด้วยเครื่อง roller card
นำเส้นใยเข้าเครื่อง roller card เพื่อแยกเส้นใยออกจากกันและมีความนุ่มมากขึ้น จำนวนรอบของการเดินเครื่อง roller card จะขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นใยที่ต้องการ เช่น ความนุ่ม ความสม่ำเสมอของเส้นใย ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เดินเครื่อง roller card ประมาณ 3-4 รอบ เส้นใยสับปะรดที่ได้มีน้ำหนักเส้นใยแห้งคิดเป็น 2.85% ของน้ำหนักใบสับปะรดสด

ใบสับปะรดที่ถูกนำเข้าเครื่องรีด เพื่อให้ใบสับปะรดแตกหรือแยกออกจากกันมากที่สุด

(ซ้าย-ขวา) ใบสับปะรดที่ผ่านการหมักและตากแดดจนแห้ง และเส้นใยสับปะรดที่แยกได้จากเครื่อง roller card
สมบัติทางกายภาพของเส้นใยสับปะรด
หลังจากแยกเส้นใยสับปะรดได้แล้วได้มีการทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของเส้นใย เพื่อดูความเหมาะสมในการปั่นเป็นเส้นด้ายในเชิงอุตสาหกรรม
|
สมบัติทางกายภาพ |
ค่าที่วัดได้ |
CV % |
|
ความละเอียด (fineness) |
7.66 denier |
32.70 |
|
ความแข็งแรง (tenacity) |
6.77 g/denier |
81.90 |
|
ความยืดตัว (elongation) |
5.50 % |
57.50 |
กระบวนการผลิตเส้นด้ายใยสับปะรดผสมฝ้าย
ระบบการผลิตเส้นด้ายในประเทศไทยเน้นการผลิตสำหรับฝ้ายเป็นหลัก ดังนั้นในการผลิตเส้นด้ายใหม่ๆ จากวัตถุดิบที่สร้างสรรค์จากเส้นใยธรรมชาติอื่นๆ รวมทั้งเส้นใยสับปะรด จำเป็นต้องมีองค์ประกอบของฝ้าย เพื่อให้การปั่นด้ายเป็นไปอย่างราบรื่น
- การเตรียมเส้นใยสับปะรดผสมฝ้าย
นำเส้นใยสับปะรดที่ผ่านเครื่อง roller card มาผสมกับใยฝ้ายในอัตราส่วน 20:80 ในเครื่อง hopper opener เพื่อให้ส่วนผสมของเส้นใยทั้งสองชนิดผสมได้เข้ากัน จากนั้นจึงนำเส้นใยผสมเข้าเครื่อง roller card เพื่อรีดออกมาเป็นเส้น sliver โดยกำหนดน้ำหนักเส้น sliver อยู่ที่ 420 เกรนต่อความยาว 6 หลา
- การผลิตเส้นด้ายใยสับปะรดผสมฝ้าย
ใช้เครื่องปั่นด้าย Garabo ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ จำกัด โดยนำเส้นใย sliver มาบรรจุในกระบอกของเครื่องปั่นด้าย เส้นด้ายที่ผลิตได้จะมีลักษณะเป็นเส้นด้ายแฟนซี ให้ผิวสัมผัสที่นุ่ม จากนั้นนำเส้นด้ายใยสับปะรดผสมฝ้ายไปตีเกลียวควบกับเส้นด้ายฝ้ายด้วยเครื่อง twisting เป็นเกลียว Z จำนวน 6.8 เกลียว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เส้นด้าย
กระบวนการผลิตผ้าทอจากเส้นด้ายใยสับปะรดผสมฝ้าย
ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติควรมีความโดดเด่น จากการออกแบบให้มีผิวสัมผัสและความไม่สม่ำเสมอในพื้นผิว เพื่อสร้างความแปลกตาแนวแฟนซี ในการผลิตผ้าทอจึงใช้เครื่องทอเรเพียร์ (rapier) โดยเริ่มจากการสืบเส้นด้ายยืนเข้ากับแกน ม้วนด้ายยืน ร้อยด้ายเข้าตะกอและฟันหวีแต่ละชุด โดยใช้เส้นด้ายฝ้ายเบอร์ C 20 และใช้หวีเบอร์ 56 แซก 3 หน้าหวี 69.5 นิ้ว ความกว้างหน้าผ้า 68 นิ้ว ใช้เส้นด้ายพุ่งสองชนิดในการทอ คือ เส้นด้ายฝ้ายสีน้ำตาลเบอร์ C 32 และเส้นด้ายใยสับปะรดผสมฝ้ายเบอร์ C 8
ผ้าทอที่ได้เหมาะที่จะนำไปตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เช่น ผ้าม่าน ผ้าคลุมเตียง หมอนอิง เสื้อคลุมอาบน้ำ เสื้อสูท ผ้าคลุมไหล่ เป็นต้น

ผ้าทอที่ได้จากเส้นใยสับปะรดเหมาะนำไปตัดเย็บเป็นเคหะสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมเตียง
จากผลการวิจัยพัฒนา พบว่าสามารถที่จะผลิตเส้นใยสับปะรดในเชิงอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากได้ และยังสามารถนำไปผสมกับเส้นใยชนิดอื่นได้อีกด้วย เช่น ฝ้าย เรยอน พอลิเอสเทอร์
นอกจากมูลค่าเพิ่มจากการนำใยสับปะรดมาผลิตเป็นผืนผ้าแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำเส้นใยธรรมชาติชนิดต่างๆ เช่น ใยปอ ใยกล้วย ใยมะพร้าว มาพัฒนาเพื่อใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอเทคนิค (technical textiles) และจากสมบัติที่น่าสนใจของเส้นใยสับปะรด คือ มีองค์ประกอบที่เป็นเซลลูโลสสูง ทำให้มีมอดูลัสและความแข็งแรงสูง จึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาวิจัยพัฒนาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น แผ่นฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันเสียง เป็นส่วนเสริมแรงในพลาสติกใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ แผ่น nonwoven สำหรับเพาะปลูกพืช
งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือในการพัฒนาเส้นใยธรรมชาติ เพื่อหาแนวทางการผลิตในระดับอุตสาหกรรมของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมกับ บริษัท ไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์ โดยการสนับสนุนภายใต้โครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างครบวงจร และขอขอบคุณนายประจักษ์ แอกทอง ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำในการวิจัยพัฒนาโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นใยสับปะรดในเชิงอุตสาหกรรม
**ดร. ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
คลิกเพื่ออ่านนวัตกรรมเส้นใยรักษ์โลก : เส้นใย Polylactic Acid (PLA)
คลิกเพื่ออ่านนวัตกรรมเส้นใยรักษ์โลก: เส้นใยบัวหลวง (Lotus fibers)

















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.