
Plied yarn หมายถึงการนำเส้นด้ายเดี่ยว (single yarn) 2 เส้น มาควบเกลียวเข้าด้วยกัน เช่นด้ายเบอร์ 10/2, 20/2, 32/2 เป็นต้น ด้ายเบอร์ 10/2 หมายถึงนำเส้นด้ายเดี่ยวเบอร์ 10 จำนวน 2 เส้น มาตีเกลียวเข้าด้วยกัน เบอร์ 20/2 หมายถึง นำเส้นด้ายเดี่ยวเบอร์ 20 จำนวน 2 เส้น มาตีเกลียวเข้าด้วยกัน
Cord yarn หมายถึงการนำเส้นด้ายเดี่ยว (plied yarn) ตั้งแต่ 2 เส้นขึ้นไปมาตีและควบเกลียวเข้าด้วยกัน เช่นด้ายเบอร์ 10/2/3, 20/2/3 เป็นต้น ด้ายเบอร์ 10/2/3 หมายถึงการนำเส้นด้ายเดี่ยวเบอร์ 10 จำนวน 2 เส้นมาควบตีเกลียวให้เป็นด้ายแบบ plied yarn เบอร์ 10/2 แล้วนำเส้นด้ายเบอร์ 10/2 จำนวน 3 เส้นมาควบตีเกลียวให้เป็นด้าย cord yarn เบอร์ 10/2/3/ หรือด้ายเบอร์ 20/2/3 หมายถึงการนำเส้นด้ายเดี่ยว เบอร์ 20 จำนวน 2 เส้น มาควบตีเกลียวให้เป็นด้ายแบบ plied yarn เบอร์ 20/2 แล้วนำเบอร์ 20/2 จำนวน 3 เส้น มาควบตีเกลียวให้เป็นด้าย cord yarn เบอร์ 20/2/3
Cable yarn หมายถึง การนำเส้นด้ายแบบ cord yarn ตั้งแต่ 2 เส้นขึ้นไปมาควบตีเกลียวให้เป็นเส้นด้ายขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเชือกนั่นเอง
Fancy yarn หมายถึงการนำเส้นด้ายที่มีสีสัน หรือมีโครงสร้างลักษณะที่แตกต่างจากเส้นด้ายทั่วไป เช่น เป็นห่วง (loop) เป็นปม (knot) ฯลฯ มาควบตีเกลียวให้เป็นเส้นด้ายลักษณะพิเศษ (novelty yarn)
สำหรับบทความในเรื่องนี้ผู้เขียนขอเน้นเฉพาะกรณีการตีเกลียวเส้นด้ายแบบ plied yarn และ cord yarn ในเครื่อง Two for one Twister เท่านั้น เพราะเครื่องจักรประเภทนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยมีหลักการทั่วไปในการตีเกลียวให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งานสูงสุดดังนี้
1. นำเส้นด้ายเดี่ยว (single yarn) เข้าเครื่องควบ (double yarn)
2. นำด้ายควบผ่านเข้าตีเกลียวในเครื่อง Two for one Twister
3. ระบบการหยุดเครื่องโดยอัตโนมัติ (stop motion) ต้องมีประสิทธิภาพ
4. รอยต่อในเส้นด้ายมีปมเล็กสุดยาวประมาณ 4-
5. ควบคุมทิศทางการเข้าเกลียวให้ถูกต้อง
6. จำนวนเกลียวต่อนิ้วหรือเกลียวต่อเมตรต้องแม่นยำ
7. เส้นด้ายที่นำมาควบเกลียวต้องใช้ขนาดที่ถูกต้อง
นำเส้นด้ายเดี่ยวเข้าเครื่องควบ หลักการทั่วไปของการตีเกลียว ต้องนำเส้นด้ายเดี่ยวจากเครื่องปั่นสาม หรือเครื่องโออี จำนวน 2 เส้นมาควบเข้าด้วยกันก่อนเข้าเครื่องควบ (doubling yarn) เพื่อช่วยให้เกิดความตึงอย่างสม่ำเสมอที่เท่ากันของด้าย 2 เส้น อีกทั้งเป็นการป้องกันและกำจัดจุดบกพร่องที่เกิดขึ้นในเส้นด้ายเดี่ยว เช่น กำจัดสิ่งสกปรกที่เจือปนมากับเส้นด้าย จุดหนาบาง (thin and thick) จุดไข่ปลา (nap) และเส้นด้ายพองฟู (slub) การกำจัดจุดบกพร่องเหล่านี้ อุปกรณ์ควบคุมอาจจะอยู่ในรูปของการใช้วงแหวนน้ำหนักถ่วงเพื่อควบคุมความตึง การใช้ plyer หรือใช้ uster อุปกรณ์ช่วยเหล่านี้สร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายผลิตเส้นด้ายเพราะเมื่อผ่านออกมาแล้วจะได้ด้ายควบที่สมบูรณ์แบบพร้อมผ่านเข้าเครื่อง Two for one ต่อไป
นำด้ายควบผ่านเข้าตีเกลียวในเครื่อง Two for one Twister การตีเกลียวจะเริ่มต้นทำงานโดยการนำเส้นด้ายควบใส่เข้าไปในหม้อตีเกลียว ผ่านเข้าสู่ระบบการทำงานของเครื่องเพื่อให้เส้นด้ายเกิดความตึงสม่ำเสมอ กำจัดจุดบกพร่องอีกขั้นตอนหนึ่ง พร้อมทั้งควบคุมจำนวนเกลียวให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า
ระบบการหยุดเครื่องโดยอัตโนมัติ (stop motion) ต้องมีประสิทธิภาพ เส้นด้ายเดี่ยวทุกชนิดมักเกิดปัญหาขึ้นเสมอ อาจอยู่ในรูปของความเหนียวต่ำกว่าเกณฑ์ ด้ายเส้นเล็กเส้นใหญ่ ด้ายสกปรก ด้ายหนาบาง เกิด slub เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้สร้างความปวดหัวเวียนเกล้าให้กับเจ้าของผู้ประกอบการ ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องจักรทุกรุ่นทุกประเภทจึงได้เพิ่มอุปกรณ์พิเศษขึ้นมาควบคุมและแก้ไข โดยใช้ระบบการหยุดเครื่องอัตโนมัติ อาจเป็นระบบที่ใช้ไฟฟ้ หรือใช้กลไกควบคุม ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะหยุดเครื่องทันทีเมื่อเส้นด้ายควบที่ผ่านเข้ามาเกิดปัญหาดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
รอยต่อในเส้นด้ายมีปมเล็กสุดยาวประมาณ 4-
ควบคุมทิศทางการเข้าเกลียวให้ถูกต้อง เส้นด้ายเดี่ยวทุกประเภทที่ปั่นออกมาจากเครื่องปั่นสาม (ring spinning) เครื่องโออี (open-end spinning) ส่วนใหญ่มักจะปั่นเกลียว Z (z-twist) ดังนั้นเมื่อนำเส้นด้ายเดี่ยวเหล่านี้ผ่านเข้าเครื่อง Two for one จะเปลี่ยนเป็นเกลียว S (s-twist) ทันที ฉะนั้นผู้รับผิดชอบต้องสังเกตและปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยปกติบริเวณด้านหน้าของเครื่องจักรหรือหัวเครื่องจะมีเครื่องหมายกำหนดทิศทางการเข้าเกลียวของเส้นด้ายติดตั้งอยู่ ฝ่ายผลิตสามารถหมุนหรือบังคับให้เกิดเกลียว S หรือ Z ได้ตามความต้องการ
จำนวนเกลียวต่อนิ้วหรือเกลียวต่อเมตรต้องแม่นยำ จำนวนเกลียวในเส้นด้ายเดี่ยวทุกเบอร์จะมีค่าเกณฑ์มาตรฐานอยู่ โดยกำหนดค่าเกลียวคงที่ (twist multiplier หรือ twist factor) ซึ่งมีค่าอยู่ประมาณ 3.0-5.0 ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นด้าย เมื่อนำเส้นด้ายเดี่ยวมาตีเกลียวที่เครื่อง Two for one เพื่อควบด้ายเดี่ยว 2 เส้นเข้าด้วยกัน ดังนั้นเพื่อเพิ่มความเหนียวให้กับด้ายควบจึงต้องตีเกลียวเข้าไปพร้อมกันในขณะที่ผ่านเข้าเครื่องจักร เกลียวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ แต่ต้องคำนึงไว้ด้วยว่า การเกิดเกลียวเป็นการเพิ่มความแข็งแรงและความเหนียวให้กับเส้นด้าย ฉะนั้นทุกๆ หน่วยความยาวต้องควบคุมจำนวนเกลียวให้คงที่อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้อุปกรณ์ควบคุมซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของจำนวนฟันเฟือง โดยมีหน่วยการวัดเป็นจำนวนเกลียวต่อนิ้ว หรือจำนวนเกลียวต่อเมตร
เส้นด้ายที่นำมาควบเกลียวต้องใช้ขนาดที่ถูกต้อง วัตถุประสงค์ของการใช้งานในเส้นด้ายตีเกลียวถูกกำหนดขึ้นโดยลูกค้าที่ซื้อเส้นด้ายจากโรงงานปั่นด้าย ว่าต้องการใช้เส้นด้ายประเภทไหน ดังนั้นผู้ผลิตต้องเอาใจใส่ต่อเรื่องการนำด้ายเดี่ยวมาใช้ในขบวนการตีเกลียวให้ถูกต้อง เช่น กรณีต้องการทำด้ายเบอร์ 20/2 จำนวน 9 เกลียวต่อนิ้ว หมายถึงการนำด้ายเดี่ยวเบอร์ 20 จำนวน 2 เส้นมาควบหรือตีเกลียวประมาณ 9 เกลียวต่อนิ้ว ผู้ผลิตห้ามนำเส้นด้ายเบอร์อื่นที่ไม่ใช่เบอร์ 20 มาใช้เด็ดขาด เพราะถ้าใช้ผิดเบอร์อาจทำให้เกลียวไม่สม่ำเสมอ และถ้ามองดูผิวเผินแล้วจะมีลักษณะคล้ายเกลียวแตก หรือ เกลียวเป็นตัวหนอน
**รศ.บุญชัย บุญธรรมติระวุฒิ อาจารย์ประจำสาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
คลิกเพื่ออ่าน การป้องกันปัญหาเกลียวแตกในเครื่อง Two for one Twister (2)
คลิกเพื่ออ่านบทความ การแก้ปัญหาตัวหนอนในเครื่อง Ring Spinning
คลิกเพื่ออ่านบทความการแก้ปัญหาเส้นด้ายขาดในเครื่อง Ring Spinning

















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.