ถึงแม้ว่าสิ่งทอที่มีคุณสมบัติในการแผ่รังสีอินฟราเรดข้างต้นอาจจะโฆษณาชวนเชื่อมากเกินไป แต่คอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์นี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เนื่องจากเส้นใยเหล่านี้สามารถทำประโยชน์ให้กับสุขภาพได้ไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้ทางสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอจึงได้ร่วมกับ รศ. ดร.จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และ สถาบันวิจัยชีวโมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนาเส้นใยพอลิโพรพิลีนผสมถ่านแมคคาที่ได้จากเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อเพิ่มสมบัติการแผ่รังสีฟรา-อินฟาเรด โดยงานวิจัยนี้อาจารย์จิตต์ลัดดาได้ต่อยอดจากงานวิจัยเดิมที่ได้มีโอกาสร่วมทำให้กับโครงการพัฒนาดอยตุงตามพระราชดำริของสมเด็จย่า ที่ต้องการให้ชาวเขาเผ่าต่างๆ เลิกตัดไม้ทำลายป่า เลิกการทำไร่เลื่อนลอย และเลิกการปลูกฝิ่น ได้ริเริ่มการปลูกต้นแมคคาเดเมียบนพื้นที่ของโครงการดอยตุง ซึ่งหลังจากที่ได้มีการผลิตถั่วแมคคาเดเมียออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลักของโครงการดอยตุง ทำให้ปริมาณเปลือกแมคคาเดเมียที่ไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้มีอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากลักษณะเปลือกแมคคาเดเมียเป็นเปลือกแข็งและหนา หรือคิดเป็น 70% ของผลผลิตที่เก็บได้ จึงเป็นที่มาของการนำประโยชน์จากเปลือกแมคคาเดเมียมาใช้ให้เกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์ โดยงานวิจัยที่ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ เน้นการใช้ประโยชน์จากการที่ถ่านแมคคาสามารถแผ่รังสีอินฟราเรดแบบไกล (Far infrared) โดยได้ทำการศึกษาผสมผงถ่านแมคคาลงไปกับเส้นใยเพื่อทอเป็นเสื้อผ้า แล้วทดสอบความร้อนที่เกิดขึ้นจากการสวมใส่เสื้อผ้าผสมผงถ่านแมคคา
ในงานวิจัยนี้ได้เลือกใช้เส้นใยพอลิโพรพิลีน (PP) ซึ่งเป็นเทอร์โมพลาสติกที่มีลักษณะทนต่อกรด เบส ทนสารเคมี ทนแรงกระแทกสูง ทนการขีดข่วน มีจุดอ่อนตัวสูง และเนื่องจากพอลิโพรพิลีนสามารถผสมกับผงถ่านแมคคาในลักษณะหลอมเหลว จึงทำให้ถ่านไม่หลุดออกเมื่อทำการซักล้าง และยังสามารถขึ้นรูปเป็นเส้นใยได้ง่ายกว่าเส้นใยชนิดอื่น อีกทั้งสมบัติพื้นฐานของเส้นใยพอลิโพรพิลีนที่แห้งได้เร็วเมื่อทำการซักล้างโดยไม่ต้องตากแดดก็ได้ และมีน้ำหนักเบา จึงทำให้เสื้อที่ผลิตได้มีอายุการใช้งานที่นาน สำหรับพอลิโพรพิลีนที่เลือกใช้คือเกรด PP HP-561R
ในการทดลอง ทำการเตรียมมาสเตอร์แบทของผงถ่านแมคคา 20% ไว้ก่อน แล้วจึงผสมกับ PP HP-561R ให้ได้ความเข้มข้นของถ่านในเส้นใยเป็น 1% แล้วนำไปปั่นเป็นเส้นใย Multifilament ในเครื่อง High speed spinneret จะได้เส้นใยแมคคาผสมกับพอลีโพรพิลีนออกมา แล้วนำไปถักทอเป็นเสื้อ จากนั้นทดสอบความร้อนที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการสวมเสื้อที่ถักจากเส้นใยผสมถ่านแมคคาด้วยเครื่อง Multi-purpose thermal Imager พบว่าเสื้อที่ทอจากเส้นใยผสมถ่านแมคคาจะเห็นว่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
จากการวิเคราะห์สัณฐานของผิวของเส้นใยพอลิโพรพิลีนกับเส้นใยพอลิโพรพิลีนที่ผสมผงถ่านแมคคา พบว่ามีลักษณะแทบจะเหมือนกัน เส้นใยที่ปั่นได้มีขนาด 240/24 denier แต่จากการวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพของเส้นใยทั้งสอง พบว่ามีความแข็งแรงต่ำกว่าเส้นใยพอลิโพรพิลีนประมาณครึ่งหนึ่ง แต่จากการใช้เทกนิคการถักทอผ้าเข้ามาช่วย โดยใช้ผ้าฝ้ายเป็นพื้น พบว่าสามารถถักทอเป็นเสื้อที่มีความแข็งแรง รวมถึงสมบัติอื่นเทียบเท่ากับเสื้อที่ทอจากผ้าฝ้ายผสมเส้นใยพอลิโพรพิลีน
จากการทดลองให้คนสวมเสื้อดังกล่าวในห้องซาวน่าที่ควบคุมอุณหภูมิที่ 40°C พบว่าคนที่ทำการทดลองที่สวมเสื้อที่ถักจากเส้นใยฝ้ายผสมถ่านแมคคาและที่ผสมเส้นใยพอลิโพรพิลีน มีอุณหภูมิสูงขึ้น 2.5 และ 1° C ตามลำดับ หลังจากเข้าไปอยู่ในห้องซาวน่าเพียง 5 นาทีเท่านั้น เป็นการยืนยันว่าผงถ่านแมคคามีความสามารถในการดูดซับพลังงานความร้อนจากร่างกายและถ่ายเทพลังงานความร้อนมากระตุ้นตัวมันเองให้สามารถรักษาอุณหภูมิและแผ่ความร้อนให้กับร่างกายอย่างช้าๆ นี่เป็นการยืนยันความสามารถในการแผ่รังสีอินฟราเรดแบบไกลในรูปความร้อน
จากสมบัติพิเศษของผลิตภัณฑ์ที่ทำการวิจัยได้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้มากมาย เช่น ผ้าพันข้อจากถ่านแมคคา ใช้บำบัดโรคปวดข้อ และยังอาจจะประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพต่างๆ ได้อีกหลากหลาย ที่สำคัญเป็นการพัฒนาของเสียที่เกิดจากโครงการหลวงให้เกิดมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และยังเป็นการช่วยเรื่องสังคมของโครงการสมเด็จย่าด้วย
ท้ายนี้ขอขอบคุณ รศ. ดร. จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ คุณภาวศุทธิ รอดเกิด คุณภัทรศัย ตั้งวิจิตรสกุล ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และ สถาบันวิจัยชีวโมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับงานวิจัยที่น่าสนใจ และโอกาสในการนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดเป็นสิ่งทอสร้างสรรค์ในอนาคต
เมื่อปลายปีที่แล้วได้มีกระแสผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่สามารถแผ่รังสีอินฟาเรดที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน
ชุดกระชับสัดส่วนนาโน-อินฟราเรด ซึ่งมีการโฆษณาว่าเป็นชุดที่ปล่อยรังสีอินฟาเรด มีผลทำให้ไขมันสลายตัว กระชับสัดส่วน ลดน้ำหนัก แก้ปัญหาท้องผูก บรรเทาโรคภัยต่างๆ ซึ่งในขณะนั้นผู้เขียนได้รับเชิญจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ให้เข้าร่วมเสวนาถึงข้อเท็จจริงในคุณสมบัติดังกล่าว ซึ่งก็ได้ให้แนวคิดไปว่า การผลิตด้วยการนำสารชนิดหนึ่งที่มีอนุภาคระดับนาโนมาใส่ในเส้นใย เพื่อให้มีคุณสมบัติพิเศษปล่อยรังสีอินฟราเรดนั้นเป็นหลักการที่ทำได้ แต่ประสิทธิผลของชุดชั้นในที่จะทำให้ลดน้ำหนัก สลายไขมันได้นั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก โดยหากพิจารณาจากโฆษณา เห็นว่าผู้ผลิตมีความพยายามใส่แร่หรือสารประกอบเซรามิกที่สามารถปล่อยรังสีอินฟราเรดได้ลงไปในเส้นใย แต่การที่เส้นใยจะปล่อยรังสีอินฟราเรดถึงขั้นเผาผลาญไขมันได้อาจจะต้องเติมอนุภาคนาโนในเม็ดพลาสติกในปริมาณที่มาก ซึ่งก็จะทำให้ความแข็งแรงของเส้นใยลดลง เส้นใยที่ได้จะขาดง่าย ที่สำคัญตามหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว แร่หรือสารประกอบเซรามิกจะปล่อยรังสีอินฟาเรดได้เมื่อได้รับความร้อน ซึ่งความร้อนที่จะกระตุ้นให้มีการปล่อยรังสีอินฟาเรดในระดับที่สลายไขมันได้ต้องใช้พลังงานความร้อนที่สูงมากหรือเทียบได้กับห้องซาวน่า ดังนั้นแค่อุณหภูมิร่างกายของคนเราแทบเป็นไม่ได้เลย

















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.