Switch to: uk
24 April 2017 17:32PM

นวัตกรรมการย้อมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

18 Dec 16 ,  ttistextiledigest
  • 0
อัพเดทเทคโนโลยีทางด้านย้อมและการตกแต่งสำเร็จสิ่งทอที่นำมาลงตีพิมพ์ในฉบับนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาทางด้านเทคโนโลยีการย้อมแบบกรีน สารทำนุ่มที่ชอบน้ำเพื่อการตกแต่งสำเร็จสิ่งทอ แนวทางการตกแต่งสำเร็จและการทดสอบเพื่อจัดการกับละอองเรณูบนพื้นผิวสิ่งทอ และสุดท้าย แนวความคิดแบบ CadiraTM เพื่อช่วยประหยัดแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับกระบวนการสิ่งทอ
เทคโนโลยีการย้อมแบบกรีนด้วยการใช้เส้นใยนาโนเซลลูโลส Pix2
เทคโนโลยีการย้อมแบบกรีนเป็นการใช้นาโนเซลลูโลสในการย้อมวัสดุสิ่งทอ เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า กระบวนการย้อมที่ใช้กันทั่วไป ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการย้อม ส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำเสียที่ประกอบไปด้วยสีย้อมสังเคราะห์และสารเคมีต่างๆ ที่เป็นพิษออกมาจำนวนมากภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการย้อม ซึ่งสร้างภาระที่ตามมาในการบำบัดน้ำเสียเหล่านี้ให้เข้าเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฏหมายกำหนดเอาไว้ก่อนปล่อยทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยจอร์เจียน (Georgia) คณะ Family and Consumer Science ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ Green and Sustainable Chemistry Conference ที่กรุงเบอร์ลิน และชนะเลิศรางวัลที่หนึ่งในด้าน Green and Sustainable Chemistry Challenge สำหรับเทคโนโลยีการย้อมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เส้นใยนาโนเซลลูโลส ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยจอร์เจียนได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการผลิตนาโนเซลลูโลส ซึ่งเซลลูโลสเป็นพอลิเมอร์ ธรรมชาติที่พบได้ในผนังเซลชั้นแรกในพืชสีเขียวทั่วไป สามารถนำมาปรับเปลี่ยนเป็นวัสดุไฮโดรเจล (hydrogel) ที่ประกอบด้วยเส้นใยนาโนเซลลูโลสจำนวนมากได้ในระหว่างกระบวนการ Homogenization เมื่อนำเส้นใยนาโนเซลลูโลสมาเปรียบเทียบกับเส้นใยฝ้ายทั่วไป จะพบว่าเส้นใยนาโนเซลลูโลสมีพื้นที่ผิวที่มากกว่าถึง 70 เท่า ซึ่งจะมีความว่องไวต่อปฏิกิริยาที่สูงสามารถยึดจับโมเลกุลของสีย้อมได้ดี ส่งผลให้การดูดซับสีย้อมมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก หลังจากนั้น นำเอาไฮโดรเจลนาโนเซลลูโลสที่ย้อมมาแล้วถ่ายโอนไปที่สิ่งทอด้วยกระบวนการพิมพ์ที่ใช้กันทั่วไป แนวทางการย้อมด้วยการใช้นาโนเซลลูโลสนี้ ช่วยลดปริมาณน้ำและสารช่วยย้อม อาทิเช่น เกลืออนินทรีย์และด่างลงได้ นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยดังกล่าวยังได้ดำเนินการทำวิจัยเพิ่มเติมมากขึ้น โดยการใช้นาโนเซลลูโลสเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพื่อประโยชน์อื่นๆ ให้กับสิ่งทอในอนาคต (ข้อมูล: www.fibre2fashion.com)
สารทำนุ่มที่ชอบน้ำสำหรับการตกแต่งสำเร็จสิ่งทอจาก Wacker Pix3
Wacker ได้เปิดตัวสารทำนุ่มที่ชอบน้ำตัวใหม่สำหรับผ้า ที่มีชื่อว่า “WETSOFT NE 750” ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ช่วยปรับปรุงความนุ่มเพิ่มมากขึ้นให้กับผ้าสิ่งทอ และยังคงเก็บรักษาความสามารถในการดูดซับน้ำของผ้าสิ่งทอนั้นเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผ้าเช็ดตัวหรือวัสดุอื่นที่จำเป็นต้องรักษาความสามารถในการดูดซับให้คงอยู่หลังจากผ่านกระบวนการการตกแต่งสำเร็จ ส่วนประกอบหลักของ “WETSOFT NE 750” คือ block copolymers ซึ่งมีพื้นฐานทางเคมีประเภท aminofunctional silicones และ polyglycol ซึ่งในส่วนของเหลวซิลิโคนจะจัดเรียงตัวของมันเองในรูปห่วงที่มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระบนด้านนอกของผ้า เพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างเส้นใย ซึ่งจะทำให้ผ้ามีผิวสัมผัสที่นุ่มและยังมีความคงทนต่อการซักล้าง สำหรับส่วนของ polyglycol นั้นช่วยรักษาการซึมผ่านของน้ำให้คงอยู่เอาไว้
มีรายงานจากทางผู้ผลิตว่า สิ่งทอที่ตกแต่งด้วย “WETSOFT NE 750” มีผิวสัมผัสที่นุ่มและฟูเป็นที่น่าพึงพอใจ และในเวลาเดียวกันก็ยังคงรักษาการดูดซับน้ำได้ดี ส่งผลให้สิ่งทอที่ตกแต่งด้วยสารดังกล่าวดูดซับความชื้นจากผิวหนังและเส้นผมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสารละลายอิมัลชันที่สามารถแทรกซึมเข้าไปใจกลางของผ้าได้อย่างรวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับสารทำนุ่มทั่วไป การจัดโครงสร้างที่พิเศษของโมเลกุลของ “WETSOFT NE 750” ช่วยทำให้การดูดซับน้ำทำได้ง่ายและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับได้เพิ่มขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน จากมุมมองของผู้ผลิตสิ่งทอ อาทิเช่น การย้อมซ้ำของสิ่งทอเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งสิ่งทอที่ตกแต่งด้วย “WETSOFT NE 750” สามารถทำการย้อมซ้ำได้เช่นกัน การทำตลาดของผลิตภัณฑ์นี้ ได้ทำเป็นสารที่มีความเข้มข้นสูงปราศจากน้ำมีปริมาณของแข็ง (solid content) ที่สูง ทำให้สามารถทำเป็นอิมัลชันได้ด้วยตัวเองโดยการละลายให้เจือจางด้วยน้ำที่อัตราส่วน 1:1 ถึง 1:5 เพื่อให้ได้อิมัลชันที่เสถียรทำให้การออกสูตรผลิตภัณฑ์ทำได้ง่าย สารทำนุ่มผ้าที่ชอบน้ำตัวใหม่นี้สามารถนำมาใช้ได้กับผ้าขนหนู ผ้าทอหรือผ้านิต ได้โดยผ่านกระบวนการดูดซับและกระบวนการบีบอัดในการการตกแต่งสำเร็จ และใช้ได้ทั้งกับผ้าฝ้ายและผ้าฝ้ายผสมพอลิเอสเทอร์ (ข้อมูล: www.innovationintextiles.com และ www.fibre2fashion.com)
แนวทางการตกแต่งสำเร็จและการทดสอบเพื่อจัดการละอองเรณูบนพื้นผิวสิ่งทอ
ณ ตอนนี้ ยังไม่มีการป้องกันสิ่งทออย่างมีประสิทธิภาพให้สำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ต่อละอองเรณู ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่แพ้ไรฝุ่นซึ่งพบวิธีป้องกันไรฝุ่นได้แล้ว ประมาณหนึ่งในหกของจำนวนประชากรในประเทศเยอรมัน ต้องทุกข์ทรมานจากไข้จามที่เกิดจากการหายใจเอาละอองเรณูดอกไม้เข้าไป ซึ่งความทรมานจากไข้จามนี้จะเริ่มต้นทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาของตาแดง คัดจมูก และอาการจามอย่างฉับพลัน อาการเหล่านี้เกิดจากละอองเรณูที่มาจากต้นไม้ ไม้พุ่ม หญ้า และพืชผลต่างๆ ละอองเรณูยึดติดลงไปที่เสื้อผ้าหรือเคหะสิ่งทอได้ง่าย และก็จะผ่านเข้าไปทางระบบการหายใจในร่างกายของคนเรา ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ในคนที่มีความว่องไวต่อละอองเรณู ละอองเรณูที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหรือที่ติดบนเสื้อผ้าแล้วมาจบลงที่เคหะสิ่งทอ อย่างเช่น ผ้าม่าน โซฟา พรม และเครื่องนอน จะเป็นละอองเรณูที่ติดอยู่ได้อย่างยาวนาน
นักวิจัยที่ CHT R. Beitlich GmbH ได้พัฒนาวิธีการตกแต่งสำเร็จสิ่งทอที่ต้านทานต่อละอองเรณูขึ้นมา 2 วิธีด้วยกัน สารตกแต่งที่เป็นชีวฟังก์ชัน (biofunctional finishes) ทั้ง 2 แบบทำงานในแนวทางที่ตรงกันข้ามกัน ซึ่งจะเป็นแนวทางการขับไล่หรือการยึดติดละอองเรณู ซึ่งจะอยู่บนพื้นฐานการปรับเปลี่ยนคุณลักษณะทางกายภาพของพื้นผิว ที่จะทำให้เกิดแนวโน้มมากที่สุดหรือน้อยที่สุดในการยึดติดละอองเรณูที่ตกลงบนพื้นผิวของสิ่งทอผ่านการพาหรือการแพร่ ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าที่อาจจะมีสมบัติการขับไล่ละอองเรณู ก็จะช่วยลดปริมาณละอองเรณูที่จะถูกนำเข้าไปในบ้านได้ ในขณะที่เคหะสิ่งทออย่างเช่น พรม ผ้าม่าน และโซฟา ควรที่จะมีผลการยึดเหนี่ยวละอองเรณูเข้าด้วยกันจะดีกว่า เพื่อที่จะได้เก็บตัวปัญหาของอาการแพ้ให้ห่างออกจากผู้แพ้ละอองเรณูเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับการประเมินความเสี่ยงของอาการแพ้ของสิ่งทอจากอาการไข้จาม นักวิทยาศาสตร์จาก Hohenstein ได้พัฒนาการจัดเตรียมการทดสอบการยึดติด/การขับไล่ละอองเรณูในห้องทดลอง ซึ่งจะเป็นการลอกเลียนแบบการลอยของละอองเรณู และช่วยให้นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาการยึดติดของละอองเรณูลงบนสิ่งทอว่าทำได้อย่างไร วิธีของการทดสอบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ประเมินความสามารถของสารตกแต่งสิ่งทอในการดูดซับละอองเรณู การยึดเหนียวหรือการปลดปล่อยละอองเรณูได้อย่างถูกต้องแม่นยำ การทดสอบที่พัฒนาขึ้นนี้ยังนำเสนอโอกาสให้กับผู้ผลิตสิ่งทอในการพัฒนาเสื้อผ้าและเคหะสิ่งทอในทางที่ดีขึ้นในอนาคตเพื่อให้บุคคลซึ่งมีอาการแพ้ละอองเรณูจะได้บรรเทาอาการไข้จามน้อยลง (ข้อมูล: www.hohenstein.de และ www. innovationintextiles.com)

อัพเดทเทคโนโลยีทางด้านย้อมแบบกรีน สารทำนุ่มที่ชอบน้ำเพื่อการตกแต่งสำเร็จสิ่งทอ แนวทางการตกแต่งสำเร็จและการทดสอบเพื่อจัดการกับละอองเรณูบนพื้นผิวสิ่งทอ

 

เทคโนโลยีการย้อมแบบกรีนด้วยการใช้เส้นใยนาโนเซลลูโลส

 

GreenandSustainable

 

เทคโนโลยีการย้อมแบบกรีนเป็นการใช้นาโนเซลลูโลสในการย้อมวัสดุสิ่งทอ เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า กระบวนการย้อมที่ใช้กันทั่วไป ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการย้อม ส่งผลให้เกิดปริมาณน้ำเสียที่ประกอบไปด้วยสีย้อมสังเคราะห์และสารเคมีต่างๆ ที่เป็นพิษออกมาจำนวนมากภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการย้อม ซึ่งสร้างภาระที่ตามมาในการบำบัดน้ำเสียเหล่านี้ให้เข้าเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฏหมายกำหนดเอาไว้ก่อนปล่อยทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยจอร์เจียน (Georgia) คณะ Family and Consumer Science ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ Green and Sustainable Chemistry Conference ที่กรุงเบอร์ลิน และชนะเลิศรางวัลที่หนึ่งในด้าน Green and Sustainable Chemistry Challenge สำหรับเทคโนโลยีการย้อมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เส้นใยนาโนเซลลูโลส ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยจอร์เจียนได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการผลิตนาโนเซลลูโลส ซึ่งเซลลูโลสเป็นพอลิเมอร์ ธรรมชาติที่พบได้ในผนังเซลชั้นแรกในพืชสีเขียวทั่วไป สามารถนำมาปรับเปลี่ยนเป็นวัสดุไฮโดรเจล (hydrogel) ที่ประกอบด้วยเส้นใยนาโนเซลลูโลสจำนวนมากได้ในระหว่างกระบวนการ Homogenization เมื่อนำเส้นใยนาโนเซลลูโลสมาเปรียบเทียบกับเส้นใยฝ้ายทั่วไป จะพบว่าเส้นใยนาโนเซลลูโลสมีพื้นที่ผิวที่มากกว่าถึง 70 เท่า ซึ่งจะมีความว่องไวต่อปฏิกิริยาที่สูงสามารถยึดจับโมเลกุลของสีย้อมได้ดี ส่งผลให้การดูดซับสีย้อมมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก หลังจากนั้น นำเอาไฮโดรเจลนาโนเซลลูโลสที่ย้อมมาแล้วถ่ายโอนไปที่สิ่งทอด้วยกระบวนการพิมพ์ที่ใช้กันทั่วไป แนวทางการย้อมด้วยการใช้นาโนเซลลูโลสนี้ ช่วยลดปริมาณน้ำและสารช่วยย้อม อาทิเช่น เกลืออนินทรีย์และด่างลงได้ นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยดังกล่าวยังได้ดำเนินการทำวิจัยเพิ่มเติมมากขึ้น โดยการใช้นาโนเซลลูโลสเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพื่อประโยชน์อื่นๆ ให้กับสิ่งทอในอนาคต (ข้อมูล: www.fibre2fashion.com)

 

สารทำนุ่มที่ชอบน้ำสำหรับการตกแต่งสำเร็จสิ่งทอจาก Wacker

 

WETSOFT

 

Wacker ได้เปิดตัวสารทำนุ่มที่ชอบน้ำตัวใหม่สำหรับผ้า ที่มีชื่อว่า “WETSOFT NE 750” ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ช่วยปรับปรุงความนุ่มเพิ่มมากขึ้นให้กับผ้าสิ่งทอ และยังคงเก็บรักษาความสามารถในการดูดซับน้ำของผ้าสิ่งทอนั้นเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผ้าเช็ดตัวหรือวัสดุอื่นที่จำเป็นต้องรักษาความสามารถในการดูดซับให้คงอยู่หลังจากผ่านกระบวนการการตกแต่งสำเร็จ ส่วนประกอบหลักของ “WETSOFT NE 750” คือ block copolymers ซึ่งมีพื้นฐานทางเคมีประเภท aminofunctional silicones และ polyglycol ซึ่งในส่วนของเหลวซิลิโคนจะจัดเรียงตัวของมันเองในรูปห่วงที่มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระบนด้านนอกของผ้า เพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างเส้นใย ซึ่งจะทำให้ผ้ามีผิวสัมผัสที่นุ่มและยังมีความคงทนต่อการซักล้าง สำหรับส่วนของ polyglycol นั้นช่วยรักษาการซึมผ่านของน้ำให้คงอยู่เอาไว้

 

มีรายงานจากทางผู้ผลิตว่า สิ่งทอที่ตกแต่งด้วย “WETSOFT NE 750” มีผิวสัมผัสที่นุ่มและฟูเป็นที่น่าพึงพอใจ และในเวลาเดียวกันก็ยังคงรักษาการดูดซับน้ำได้ดี ส่งผลให้สิ่งทอที่ตกแต่งด้วยสารดังกล่าวดูดซับความชื้นจากผิวหนังและเส้นผมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสารละลายอิมัลชันที่สามารถแทรกซึมเข้าไปใจกลางของผ้าได้อย่างรวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับสารทำนุ่มทั่วไป การจัดโครงสร้างที่พิเศษของโมเลกุลของ “WETSOFT NE 750” ช่วยทำให้การดูดซับน้ำทำได้ง่ายและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับได้เพิ่มขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน จากมุมมองของผู้ผลิตสิ่งทอ อาทิเช่น การย้อมซ้ำของสิ่งทอเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งสิ่งทอที่ตกแต่งด้วย “WETSOFT NE 750” สามารถทำการย้อมซ้ำได้เช่นกัน การทำตลาดของผลิตภัณฑ์นี้ ได้ทำเป็นสารที่มีความเข้มข้นสูงปราศจากน้ำมีปริมาณของแข็ง (solid content) ที่สูง ทำให้สามารถทำเป็นอิมัลชันได้ด้วยตัวเองโดยการละลายให้เจือจางด้วยน้ำที่อัตราส่วน 1:1 ถึง 1:5 เพื่อให้ได้อิมัลชันที่เสถียรทำให้การออกสูตรผลิตภัณฑ์ทำได้ง่าย สารทำนุ่มผ้าที่ชอบน้ำตัวใหม่นี้สามารถนำมาใช้ได้กับผ้าขนหนู ผ้าทอหรือผ้านิต ได้โดยผ่านกระบวนการดูดซับและกระบวนการบีบอัดในการการตกแต่งสำเร็จ และใช้ได้ทั้งกับผ้าฝ้ายและผ้าฝ้ายผสมพอลิเอสเทอร์ (ข้อมูล: www.innovationintextiles.com และ www.fibre2fashion.com)

 

แนวทางการตกแต่งสำเร็จและการทดสอบเพื่อจัดการละอองเรณูบนพื้นผิวสิ่งทอ

 

ณ ตอนนี้ ยังไม่มีการป้องกันสิ่งทออย่างมีประสิทธิภาพให้สำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ต่อละอองเรณู ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่แพ้ไรฝุ่นซึ่งพบวิธีป้องกันไรฝุ่นได้แล้ว ประมาณหนึ่งในหกของจำนวนประชากรในประเทศเยอรมัน ต้องทุกข์ทรมานจากไข้จามที่เกิดจากการหายใจเอาละอองเรณูดอกไม้เข้าไป ซึ่งความทรมานจากไข้จามนี้จะเริ่มต้นทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาของตาแดง คัดจมูก และอาการจามอย่างฉับพลัน อาการเหล่านี้เกิดจากละอองเรณูที่มาจากต้นไม้ ไม้พุ่ม หญ้า และพืชผลต่างๆ ละอองเรณูยึดติดลงไปที่เสื้อผ้าหรือเคหะสิ่งทอได้ง่าย และก็จะผ่านเข้าไปทางระบบการหายใจในร่างกายของคนเรา ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ในคนที่มีความว่องไวต่อละอองเรณู ละอองเรณูที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหรือที่ติดบนเสื้อผ้าแล้วมาจบลงที่เคหะสิ่งทอ อย่างเช่น ผ้าม่าน โซฟา พรม และเครื่องนอน จะเป็นละอองเรณูที่ติดอยู่ได้อย่างยาวนาน

 

นักวิจัยที่ CHT R. Beitlich GmbH ได้พัฒนาวิธีการตกแต่งสำเร็จสิ่งทอที่ต้านทานต่อละอองเรณูขึ้นมา 2 วิธีด้วยกัน สารตกแต่งที่เป็นชีวฟังก์ชัน (biofunctional finishes) ทั้ง 2 แบบทำงานในแนวทางที่ตรงกันข้ามกัน ซึ่งจะเป็นแนวทางการขับไล่หรือการยึดติดละอองเรณู ซึ่งจะอยู่บนพื้นฐานการปรับเปลี่ยนคุณลักษณะทางกายภาพของพื้นผิว ที่จะทำให้เกิดแนวโน้มมากที่สุดหรือน้อยที่สุดในการยึดติดละอองเรณูที่ตกลงบนพื้นผิวของสิ่งทอผ่านการพาหรือการแพร่ ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าที่อาจจะมีสมบัติการขับไล่ละอองเรณู ก็จะช่วยลดปริมาณละอองเรณูที่จะถูกนำเข้าไปในบ้านได้ ในขณะที่เคหะสิ่งทออย่างเช่น พรม ผ้าม่าน และโซฟา ควรที่จะมีผลการยึดเหนี่ยวละอองเรณูเข้าด้วยกันจะดีกว่า เพื่อที่จะได้เก็บตัวปัญหาของอาการแพ้ให้ห่างออกจากผู้แพ้ละอองเรณูเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับการประเมินความเสี่ยงของอาการแพ้ของสิ่งทอจากอาการไข้จาม นักวิทยาศาสตร์จาก Hohenstein ได้พัฒนาการจัดเตรียมการทดสอบการยึดติด/การขับไล่ละอองเรณูในห้องทดลอง ซึ่งจะเป็นการลอกเลียนแบบการลอยของละอองเรณู และช่วยให้นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาการยึดติดของละอองเรณูลงบนสิ่งทอว่าทำได้อย่างไร วิธีของการทดสอบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ประเมินความสามารถของสารตกแต่งสิ่งทอในการดูดซับละอองเรณู การยึดเหนียวหรือการปลดปล่อยละอองเรณูได้อย่างถูกต้องแม่นยำ การทดสอบที่พัฒนาขึ้นนี้ยังนำเสนอโอกาสให้กับผู้ผลิตสิ่งทอในการพัฒนาเสื้อผ้าและเคหะสิ่งทอในทางที่ดีขึ้นในอนาคตเพื่อให้บุคคลซึ่งมีอาการแพ้ละอองเรณูจะได้บรรเทาอาการไข้จามน้อยลง (ข้อมูล: www.hohenstein.de และ www. innovationintextiles.com)

 

สิริวรรณ กิตติเนาวรัตน์