Switch to: uk
27 May 2017 17:59PM

ทางรอดอุตฯ สิ่งทอไทย

15 Dec 16 ,  ttistextiledigest
  • 0
ถอดบทเรียนด้านนโยบายการค้าและอุตสาหกรรมของเวียดนามและไต้หวัน:  สู่ทางรอดของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย โดยมีมูลค่าการส่งออก 6,487 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาในปี 2558 และอยู่ในอันดับที่ 8 ของสาขาที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด แต่หากเทียบกับในช่วงปี 2544-2548 อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเคยอยู่ในอันดับที่ 3 ของสาขาที่มีมูลค่าส่งออกสูงที่สุด ซึ่งสะท้อนได้ว่า ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยลดต่ำลง
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยภาครัฐสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยยกระดับอุตสาหกรรมได้ หากดำเนินนโยบายการค้าและอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม ดังเช่นในกรณีของเวียดนามซึ่งใช้นโยบายการเปิดเสรีทางการค้าและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และกรณีของไต้หวัน ซึ่งใช้นโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศและเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
• อัตราการเติบโตเฉลี่ยของมูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
หากพิจารณามูลค่าการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยใน 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า การส่งออกเครื่องนุ่งห่มมีแนวโน้มลดต่ำลง ขณะที่ การส่งออกสิ่งทอเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับสูงสุดในปี 2554 จากนั้น เริ่มมีแนวโน้มลดลง  (ดังแสดงในภาพข้างล่างนี้) ซึ่งเป็นผลให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของมูลค่าการส่งออกของทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2  ในช่วงปี 2549-2558

ถอดบทเรียนด้านนโยบายการค้าและอุตสาหกรรมของเวียดนามและไต้หวัน:  สู่ทางรอดของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย

 

 

TextileSurvival

 

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย โดยมีมูลค่าการส่งออก 6,487 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาในปี 2558 และอยู่ในอันดับที่ 8 ของสาขาที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด แต่หากเทียบกับในช่วงปี 2544-2548 อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเคยอยู่ในอันดับที่ 3 ของสาขาที่มีมูลค่าส่งออกสูงที่สุด ซึ่งสะท้อนได้ว่า ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยลดต่ำลง

 

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยภาครัฐสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยยกระดับอุตสาหกรรมได้ หากดำเนินนโยบายการค้าและอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม ดังเช่นในกรณีของเวียดนามซึ่งใช้นโยบายการเปิดเสรีทางการค้าและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และกรณีของไต้หวัน ซึ่งใช้นโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศและเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

 

• อัตราการเติบโตเฉลี่ยของมูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

 

หากพิจารณามูลค่าการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยใน 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า การส่งออกเครื่องนุ่งห่มมีแนวโน้มลดต่ำลง ขณะที่ การส่งออกสิ่งทอเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับสูงสุดในปี 2554 จากนั้น เริ่มมีแนวโน้มลดลง  (ดังแสดงในภาพข้างล่างนี้) ซึ่งเป็นผลให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของมูลค่าการส่งออกของทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2  ในช่วงปี 2549-2558

 

GraphTextile

 

 

• อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามเติบโตอย่างก้าวกระโดด

หากเปรียบเทียบกับเวียดนาม จะพบว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 19 และในปี 2558 มูลค่าการส่งออกของเวียดนามสูงกว่าของไทยมากกว่า 4 เท่าตัว (ดังแสดงในภาพข้างล่างนี้)

 

GraphVietnam

 

 

นอกเหนือจากปัจจัยด้านค่าจ้างแรงงานที่ต่ำและจำนวนแรงงานที่มีมากแล้ว ปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามคือ นโยบายด้านการค้าและการส่งเสริมการลงทุนจากชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement: TPP)  และความตกลงการค้าเสรีระหว่างเวียดนาม-สหภาพยุโรป  รวมถึง การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ จึงเป็นผลให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างมาก โดยมูลค่าเงินลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2558

 

ประสบการณ์ในการปรับตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไต้หวัน

 

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไต้หวันเคยประสบปัญหาคล้ายคลึงกับไทยที่ความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมลดลง เนื่องจากค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้นและการถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้าจากประเทศคู่ค้าหลัก แต่ในปัจจุบัน ไต้หวันกลายเป็นประเทศผู้นำในการพัฒนาเส้นใยและวัสดุใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในระดับโลกได้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐบาลไต้หวันที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกในแต่ละช่วงเวลาของระดับการพัฒนาของอุตสาหกรรม จนในที่สุด ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ไต้หวันประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมและก้าวสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเน้นกิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้น ส่วนกิจกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นนั้น ได้มีการย้ายฐานการผลิตไปยังจีนและประเทศในอาเซียนแทน

 

นโยบายอุตสาหกรรมของไต้หวันช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนมาก เช่น ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า (ก่อนปี 1960) รัฐบาลมีสโลแกนว่า “การนำเข้าฝ้ายดีกว่าการนำเข้าเส้นด้าย และการนำเข้าเส้นด้ายดีกว่านำเข้าผ้าผืน” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำซึ่งยังอ่อนแอในขณะนั้น และดำเนินนโยบายที่สำคัญ เช่น การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าส่งออก การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับสินค้าส่งออกที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ และการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าในอัตราที่สูง รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุน

 

ต่อมา ในช่วงทศวรรษ 1960 รัฐบาลออกมาตรการปฏิรูปที่สำคัญ 2 ประการคือ การปฏิรูปด้านการค้าและการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและการเงิน เช่น การส่งเสริมการลงทุน การยกเว้นภาษีสำหรับโกดังสินค้าและโรงงาน การพัฒนาและบริหารจัดการเขตอุตสาหกรรมส่งออก การคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออก และการกระจายโควต้าการส่งออกสิ่งทอ ซึ่งมาตรการต่างๆ เหล่านี้สอดคล้องกับระดับการพัฒนาของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในช่วงนั้นที่ต้องการสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการเชื่อมโยงในซัพพลายเชน กล่าวคือ ก่อนหน้านั้น ไต้หวันพึ่งพาการนำเข้าฝ้ายซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญจากสหรัฐอเมริกา แต่ต่อมาเมื่อสหรัฐอเมริกาตัดความช่วยเหลือในการให้ฝ้ายแก่ไต้หวันในปี 1968 จึงเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตสิ่งทอไต้หวันลงทุนผลิตเส้นใยสังเคราะห์เพื่อกระจายความหลากหลายของวัตถุดิบ จนในที่สุด เกิดผู้ผลิตเส้นใยสังเคราะห์จำนวนมากและเกิดซัพพลายเออร์ตามมา และกลายเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเส้นใยสังเคราะห์ที่เข้มแข็งในทศวรรษ 1980

 

นับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไต้หวันเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการยกระดับเทคโนโลยี และการมุ่งเน้นอุตสาหกรรมต้นน้ำ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันอุตสหากรรม เช่น  การตั้งสภาพัฒนาการค้าต่างประเทศ (China External Trade Development Council) เพื่อส่งเสริมการส่งออก ในปี 1970 และการตั้งสถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute)  ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู่ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (high-tech) ในปี 1980 รวมทั้ง กฎหมายส่งเสริมการยกระดับอุตสาหกรรมในปี 1991

 

SMEs มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไต้หวัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีของ SMEs ยกตัวอย่างเช่น ไต้หวันมีการปรับเปลี่ยนนิยามของ SMEs ให้เป็นไปตามโครงสร้างอุตสาหกรรมซึ่งเน้นทุนเข้มข้นมากขึ้น กล่าวคือ ในปี 1967 SMEs หมายถึง กิจการที่มีเงินทุนต่ำกว่า 5 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน และพนักงานประจำน้อยกว่า 100 คน ต่อมา ในปี 1973 SMEs หมายถึง กิจการที่มีเงินทุนต่ำกว่า 5 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ทรัพย์สินทั้งหมดไม่เกิน 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน และพนักงานประจำน้อยกว่า 300 คน โดยใช้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และอิเล็กทรอนิกส์   ต่อมาในปี 1995 ซึ่งเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมของไต้หวันใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้นแล้ว SMEs ก็ถูกปรับคำจำกัดความให้หมายถึง กิจการที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 60 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน และมีพนักงานน้อยกว่า 200 คน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ให้การสนับสนุน SMEs อย่างเต็มที่ทั้งด้านการเข้าถึงเงินกู้และวัตถุดิบ นอกจากนี้ ในปี 1991 ได้มีการออกกฎหมายเพื่อพัฒนา SMEs เพื่อมุ่งสนับสนุนให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ

 

ที่สำคัญ รัฐบาลได้จัดตั้งสถาบันที่สำคัญ 2 แห่งในการช่วยยกระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ สภาสิ่งทอไต้หวัน (Taiwan Textile Federation) ซึ่งดูแลการจัดการโควต้า และทำการตลาด ซึ่งช่วยการเติบโตระยะสั้น และสถาบันวิจัยสิ่งทอไต้หวัน (Taiwan Textile Research Institute หรือ TTRI) เพื่อมุ่งวางแผนการพัฒนาและสร้างการเติบโตระยะยาว โดย TTRI มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอของไต้หวัน ให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีความสามารถในการแข่งขัน    ในปัจจุบัน หน้าที่หลักของ TTRI คือ การจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม รวมทั้ง ทำวิจัยและพัฒนาด้านสิ่งทอ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสิ่งทอ เนื่องจาก การทำวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสิ่งทอมีต้นทุนสูง ซึ่งเป็นข้อจำกัดประการสำคัญของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ตลอดจนจัดการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสิ่งทอ ช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการออกแบบ วางแผน ประเมินผล และรับรองสินค้าสิ่งทอของประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า ตลอดจน ให้ความสำคัญในการสร้างแบรนด์สินค้าแฟชั่นของประเทศ

 

นอกจากการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มแล้ว รัฐบาลยังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน จึงส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมในการพัฒนาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งทอ  โดยมีนโยบายกระตุ้นการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมอุปกรณ์และเครื่องจักร ซึ่งส่วนหนึ่งผ่านทางนโยบายการค้าที่เน้นการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าและมุ่งเน้นการส่งออก  โดยไต้หวันเริ่มผลิตจักรเย็บผ้าเป็นครั้งแรกในปี 1960 ต่อมาได้พัฒนาการผลิตเครื่องจักรสำหรับสิ่งทอแบบง่าย และซับซ้อนมากขึ้น จนกระทั่ง ในทศวรรษ 1990 ไต้หวันกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่สำคัญในการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูง (precision machinery)

บทเรียนต่อประเทศไทย

 

จากกรณีของเวียดนามและไต้หวัน จะเห็นได้ว่า นโยบายการค้าและอุตสาหกรรมของเวียดนามและไต้หวันมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ดังนั้น หากประเทศไทยยังคงต้องการให้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเติบโตและพัฒนาได้ในสภาวะที่มีการแข่งขันสูงมากในปัจจุบัน  ภาครัฐควรมีนโยบายที่มุ่งยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและวิจัยต้นน้ำ ทั้งในด้านเส้นใยสังเคราะห์ วัสดุ เครื่องจักร รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพและระยะเวลาในการส่งมอบ นอกจากนื้ ควรมีนโยบายการค้าที่เอื้อต่อการเข้าถึงตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการ

 

*ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการวิจัยในโครงการยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุนรายประเทศอาเซียน โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์

 

เสาวรัจ รัตนคำฟู

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย