Switch to: uk
23 February 2012 11:52AM

แนวโน้มและทิศทางเศรษฐกิจไทย หลังมหาอุทกภัย

25 Nov 11 ,  Logistics Digest
  • 0

จากผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี อ่างทอง อุทัยธานี  เสียหาย 474,750 ล้านบาท ประกอบด้วยอุตสาหกรรมในนิคมฯ 7 แห่ง 838 โรงงาน เสียหาย 237,410 ล้านบาท และนอกนิคมอุตสาหกรรมอีก 237,340 ล้านบาท ภาคเกษตรเสียหาย 11.20 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 14 ของพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อแรงงาน 6-7 แสนคน ประกอบด้วยแรงงานในภาคพาณิชยกรรม กว่า 3 แสนคน และภาคเอสเอ็มอี 8 แสนคน ซึ่งอย่างน้อยในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาท ขณะที่ยังไม่สามารถทำงานได้

 

eco_flood_001

 

สำหรับภาคโลจิสติกส์ คาดการณ์ความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท จากรายได้ที่หายไปเพราะโรงงานถูกน้ำท่วม ขณะที่ยังมีค่าซ่อมรถบรรทุก ซึ่งต้องวิ่งรับส่งสินค้าตามถนนที่น้ำท่วม

 

ภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ฉุดเศรษฐกิจไทยปี 2554 เติบโตในอัตราที่ลดลง โดยสภาพัฒน์ฯ คาดว่าในปี 2554 นี้อาจขยายตัวได้เพียงร้อยละ 1.5 จากเดิมที่ประเมินไว้ร้อยละ 3.5-4.0 ส่วนทางสายงานเศรษฐกิจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยประเมินว่า ไตรมาส 4 ปี 2554 GDP อาจโตได้ร้อยละ 0.5 ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้จะอยู่ที่ร้อยละ 1.8

 

อย่างไรก็ตามภาคส่งออกของไทยยังได้รับอานิสงค์จากการเติบโตในช่วงเดือนม.ค.ถึงต.ค. ที่การเติบโตยังขยายตัวได้ที่ร้อยละ 22.80 คิดเป็นมูลค่า 1.96 แสนล้านแหรียญสหรัฐ ซึ่งตัวเลขส่งออกเดือนต.ค. ขยายตัวต่ำสุดในรอบสองปีคือ ร้อยละ 0.3 ขณะที่ 2 เดือนสุดท้ายของปี 2554 ภาคส่งออกอาจติดลบร้อยละ 10 ทำให้การส่งออกทั้งปี 2554 จะขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 15.78 หรือคิดเป็นมูลค่า 2.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

 

eco_flood_004

ข้อมูลจาก CIMB THAI

 

สำหรับปี 2555 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยดร. ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลังน้ำท่วมว่า ปัจจัยหลักจะมาจากงบประมาณรายจ่ายของภาครัฐทั้งค่าใช้จ่ายในการบูรณะประเทศ เฉพาะเงินกู้ที่รัฐอุดหนุนด้านดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม บสย. เป็นเงิน 100,000 ล้านบาท ให้กับภาคธุรกิจในการฟื้นฟูธุรกิจ และจากปัจจัยการเพิ่มค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน จะทำให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น 10%

 

ด้านสภาพัฒน์ฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2555 จะเติบโตที่ร้อยละ 4.5-5.5 โดยจะสามารถฟื้นตัวได้ชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 1 ต่อไปจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 จากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม ภาคก่อสร้าง ภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนของมาตรการต่างๆ ทั้งด้านงบประมาณ ด้านการเงิน การคลังที่สามารถขับเคลื่อนได้จริง โดยเฉพาะมาตรการเร่งปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ

 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่ต้องนำมาประเมิน เพราะเศรษฐกิจไทยผูกพันอยู่กับภาคการส่งออกที่ร้อยละ 65 ของจีดีพี ซึ่งยังมีความเปราะบางจากสภาวะทางการเงินของสถาบันการเงินต่างๆ ของสหภาพยุโรป ซึ่งเชื่อว่าจะฉุดเศรษฐกิจโลกไปจนถึงกลางปี 2555 ส่วนปัจจัยเสี่ยงด้านราคาน้ำมันคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 105-110 เหรียญต่อบาร์เรล

 

eco_flood_003

ที่มา รวบรวมโดย สำนักวัจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)

 

หมายเหตุ เป็นการประเมินเบื้องต้นขององค์กรต่างๆ ในขณะที่ปัญหาน้ำท่วมยังคงขยายวงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเมื่อวิกฤตคลี่คลายความเสียหายจะมีมากกว่านี้

 

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.