Switch to: uk
06 February 2012 00:42AM

จีนก้าวขึ้นเป็นประเทศที่บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยมากที่สุดในโลก

10 Aug 10 ,  Thaibizchina.com*
  • 0

แม้ว่าในปี 2552 ที่ผ่านมา ตัวเลขการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมทั่วโลกจะมีปริมาณลดลง แต่พฤติกรรมการบริโภคของคนจีนต่อสินค้าฟุ่มเฟือยนี้กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดขายมากกว่าครึ่งหนึ่งของสินค้าฟุ่มเฟือยที่ขายทั่วโลกมาจากการบริโภคของชาวจีน

 

31_td_th4_001


เพราะเหตุใดพฤติกรรมการบริโภคของคนจีนต่อสินค้าฟุ่มเฟือยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เพราะชาวจีนมีรายรับเพิ่มขึ้นอย่างนั้นหรือ?


จากข้อมูลตัวเลขสถิติพบว่า รายรับของประชาชนภายในประเทศจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 3,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งแม้จะเป็นปริมาณที่ไม่มากนัก รวมถึงเป็นการยากที่จะใช้ตัวเลขรายรับมาตัดสินปริมาณตัวเลขของสินค้าฟุ่มเฟือย แต่เมื่อพิจารณาดูตลาดแบรนด์เนมของสินค้าแต่ละประเภทแล้วจะพบว่า การใช้ตัวเลขของเงินเดือนในการคาดการณ์ประมาณยอดซื้อสินค้าแบรนด์เนมนั้น ไม่ค่อยจะถูกต้องสักเท่าไหร่ เพราะจากการเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนได้ผลออกมาว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ปริมาณตัวเลขของสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากนิสัยของคนจีนเองมากกว่าปัจจัยอื่น


Radha Chadha (Managing Director of Chadha Strategy Consultant หนึ่งในที่ปรึกษาด้านการตลาดชั้นแนวหน้าของเอเชีย) กล่าวว่า ประชาชนชาวจีนมีนิสัยที่เรียกได้ว่าชอบโชว์ออฟ สินค้าใดๆ ที่บ่งบอกได้ถึงรสนิยมที่สะท้อนจากแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียง รวมถึงความมีชื่อเสียงของแบรนด์เนมนั้นๆ จะเป็นตัวตัดสินความร่ำรวย ความสำเร็จทางหน้าที่การงานของบุคคลนั้นๆ ถือเป็นสื่อที่แสดงออกถึงฐานะของคนอย่างชัดเจน


ผู้บริโภคในเอเชียจะซื้อสินค้าโดยใช้ "แบรนด์” ในการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ชาวตะวันตกจะเลือกสินค้าที่มี “คุณภาพ” และไม่ยึดติดกับแบรนด์ ยี่ห้อหรือโลโก้ของสินค้า


เคยมีการกล่าวถึงการทำการตลาดในเอเชีย พบว่า ยิ่งสินค้าใดมีการพิมพ์ชื่อแบรนด์ให้ชัดเจนมากก็จะยิ่งเพิ่มราคาของสินค้านั้นๆ ได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นนักการตลาดจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจึงใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ในการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อเป็นจุดขายของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาการออกแบบสินค้า รวมไปถึงการตั้งราคาสินค้าให้สอดรับกับมูลค่าของแบรนด์


ทั้งนี้รายงานจาก Hurun (Hurun’s report สื่อสิ่งพิมพ์ที่จัดอันดับเศรษฐีของจีนและจัดอันดับแบรนด์เด่นต่างๆ) ระบุถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของชาวจีนว่า ส่วนใหญ่จะเลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก เช่น Louis Vuitton, Gucci และ Chanel แบรนด์สำหรับกลุ่มลูกค้าชายก็ไม่น้อยหน้า มี accessories ของใช้ต่างๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าตระกูลแอปเปิ้ลที่ขนกันมาตั้งแต่ iPhone, iPod และ iPad เสื้อผ้า เช่น Hugo Boss, Giorgio Armani, Paul Smith เหล่านี้ล้วนเป็น “ตัวชี้วัด” ที่จะช่วยยกระดับฐานะทางสังคมของตนเองให้ดูดีขึ้น
 

31_td_th4_002

สินค้าแบรนด์เนมที่ผู้บริโภคเลือกซื้อ ไล่จากซ้ายไปขวาได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกา


ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่ทำให้ปริมาณการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยของคนจีนมีสูงกว่าประเทศอื่นๆ และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ การซื้อสินค้าแบรนด์เนมเพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ เนื่องจากจีนเป็นชนชาติที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความสัมพันธ์ต่อบุคคลอื่นหรือที่เรียกว่า “กวานซี่” อย่างมาก ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะรักษา “กวานซี่” ได้เป็นอย่างดีก็คือการซื้อของขวัญหรือสิ่งของติดไม้ติดมือไปในการเยี่ยมคารวะ


ด้วยวัฒนธรรมของการมอบของขวัญให้แก่กัน โดยเฉพาะในเขตตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น นครเซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่ง ทำให้ผู้นำแฟชั่นหลายแห่งอาทิ Salvatore Ferragamo, Prada, Chanel, Zara, Longchamp, LANCEL, Tiffany & Co, Coach, Cartier และErmenegildo เลือกที่จะเข้ามาเปิดตลาดโดยไม่ลังเล


ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่ถือว่ามีมูลค่าสูง และสามารถแลกเป็นเงินสดได้ทันทีคือ นาฬิกา


กลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นใคร
จากการสำรวจของ Mckinsey พบว่า ชาวจีนที่ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเหล่านี้ส่วนใหญ่อายุยังน้อย อยู่ในวัยทำงาน โดยร้อยละ 80 อายุต่ำกว่า 45 ปี ซึ่งเมื่อเทียบกับชาวอเมริกาและญี่ปุ่นแล้วมีเพียงร้อยละ 30 และ 19 ตามลำดับทั้งนี้แม้ว่ารายได้โดยเฉลี่ยของผู้ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยชาวจีนจะน้อยกว่า คือประมาณ 5,000 หยวนต่อเดือน แต่ชาวจีนก็ยังมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย


มีการคาดการณ์ว่า ในอีกสองปีข้างหน้านั้น จำนวนเงินหมุนเวียนเกี่ยวกับสินค้าฟุ่มเฟือยในจีนจะเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยสถิติระหว่างปี 2552-2553 พบว่า การบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยในจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 9,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 27.5 ของยอดรวมทั่วโลก แซงหน้าสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก และยังมีการคาดการณ์ว่าในห้าปีข้างหน้า ตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยในจีนจะครอบครองปริมาณรายจ่ายของสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นอันดับหนึ่งในโลก


*เขียนโดย : น.ส.สากิยา ลิ่มปิยะกรณ์

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.