นาทีนี้พื้นที่แข่งขันในอุตสาหกรรมสิ่งทอมีหลายประเทศทยอยเข้ามาแบ่งเค้ก ยิ่งเจอวิกฤติเศรษฐกิจ หลายบริษัทอาจต้องปิดกิจการ หลายรายที่อยู่ก็พยายามปรับปรุงทั้งสินค้า การตลาด และก็นาทีนี้เช่นกันที่การผลิตสินค้าแบบเดิมๆ ไม่เพียงพอกับลูกค้าที่มีความต้องการสูงขึ้น การคิดพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้น่าจะช่วยเป็นทางออก ซึ่งหลายคนมักกลัวกับการเริ่มต้น แต่ถ้าลองได้เริ่มสร้างสิ่งใหม่ที่ถูกต้องตรงกับตลาด ทำในสิ่งที่ยาก จะช่วยลดคู่แข่งให้น้อยลง และมีโอกาสเติบโตมั่นคง เหมือน บริษัท กรีนวิลล์ ที่รับออร์เดอร์จากบริษัท YM Fashion ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง และกำลังได้รับความสนใจจาก Muji หรือ แสนทวี อินเตอร์กรุ๊ป ที่เน้นสร้างนวัตกรรมออกมาปีละ 1 ผลงาน เพื่อยกระดับสินค้า ก่อนที่การผลิตสิ่งทอจะถูกย้ายฐานจากประเทศไทยไปตามระบบ
ยิ่งยากคู่แข่งยิ่งน้อย
นอกจากจะเป็นผู้ที่ได้รับฉลาก EU Flower ในการผลิตไหมไทยเป็นรายแรกของโลกแล้ว คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนวิลล์ จำกัด ยังให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมเสมอ “อย่างน้อยเป็นการยกระดับบริษัท เมื่อตอบโจทย์ได้ความสำเร็จไม่ใช่แค่ความภูมิใจ ยังได้ตลาดที่มั่นคงแข็งแรง ถ้านวัตกรรมยิ่งสร้างยาก ในเชิงการแข่งขันคู่แข่งก็ยิ่งน้อยลงไป”
คุณปิลันธน์ กล่าวต่อว่า นวัตกรรมทำออกมาได้หลายรูปแบบ อาจเป็นการสร้างวัสดุใหม่ หรือใช้วัสดุที่มีอยู่ต่อยอด แต่สิ่งสำคัญคือในการคิดนวัตกรรมแต่ละครั้งต้องสอดคล้องกับตลาด ตอบสนองความต้องการลูกค้า หรือสอดคล้องกับเทรนด์ กับคอนเซปต์ที่ลูกค้าต้องการ จึงต้องทำงานร่วมกับลูกค้า ซึ่งในเมืองไทยยังไม่ค่อยมีการร่วมมือแบบนี้ ส่วนใหญ่จึงเป็นลูกค้าต่างประเทศ โดยสามปีที่แล้วบริษัทได้ร่วมมือกับ YM Fashion บริษัทของญี่ปุ่นที่ผลิตเสื้อผ้าสตรีเจาะตลาดไฮเอนด์ มีร้านในญี่ปุ่น 15 แห่ง ในไทย 9 แห่ง นอกจากนี้ยังมีร้านค้าในยุโรปและอังกฤษ ซึ่งบริษัทได้เข้าไปช่วยเรื่องการผลิตผ้าไหมและทำให้ได้รับออร์เดอร์ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งยังได้รับความสนใจจากแบรนด์ Muji ของญี่ปุ่นให้ทดลองทำตัวอย่างสินค้าอยู่ในขณะนี้ด้วย

คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล บริษัท กรีนวิลล์ เผยการสร้างนวัตกรรมต้องตอบโจทย์ทางการตลาดได้จึงจะประสบความสำเร็จ
“ญี่ปุ่นมีสเปคสูงมาก ส่วนใหญ่ซัพพลายเออร์เมืองไทยไม่เข้าใจเขา แต่เราไม่ได้กลัว เริ่มแรกก็ทำผิดพลาดบ้าง ต้องไปแก้ปัญหาทีละตัว เพราะญี่ปุ่นเขาต้องการผ้าไหมที่มี feel เป็น dry touch ต้องวิจัยเยอะ เช่น วิธีการลอกผ้าไหม การออกแบบการทอผ้าจำนวนเป็นพันเมตร ต้องทำอย่างไรให้สม่ำเสมอ”
คุณปิลันธน์ยังฝากไปถึงเพื่อนๆ ในวงการสิ่งทอว่า อย่ากลัวหรือกังวลว่าไม่สามารถทำได้ และพยายามคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พร้อมกับยอมรับว่าการทำวิจัยหรือการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ 100% อาจมีการสูญเสียถึง 90% เป็นเรื่องปกติ แต่ประเด็นสำคัญต้องรับฟังความต้องการของลูกค้าแล้วไปตอบโจทย์เขาให้ได้ เป็นการเติมเต็มความต้องการของลูกค้า
“สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอในระยะยาว ผมคิดว่าจะออกไปทางการคิดเรื่องแฟชั่น การออกแบบรูปทรงใหม่ การนำสิ่งทอไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่น เพราะสิ่งทออยู่รอบตัวเรา จึงเป็นโจทย์ให้พวกเรานำไปคิดค้นคว้าเพื่อสร้างสิ่งทอใหม่ๆ ออกมาได้ตลอดเวลา มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เสื้อผ้า ฉะนั้นอนาคตมันจะอยู่ใน key words คำว่า ‘ดีไซน์’ และ ‘R&D’” คุณปิลันธน์ กล่าว

แสนทวี อินเตอร์กรุ๊ป ยึดแนวทางการสร้างนวัตกรรมเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด
นวัตกรรมช่วยสร้างตลาด
อีกหนึ่งบริษัทที่ให้ความสนใจเรื่องนวัตกรรมคือ บริษัท แสนทวี อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่เพิ่งสร้างผลงาน “ชุดตำรวจนาโนวา” และเคยได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติอันดับที่ 2 ในการผลิตกระเป๋าผ้าฝ้ายเพื่อช่วยลดโลกร้อน รวมทั้งยังมีการวิจัย silver complex แอนตี้แบคทีเรีย ผลจากการสร้างนวัตกรรมนั้น คุณจิรศักดิ์ โรจนวงศ์ Research & Development Manager เปิดเผยว่า นอกจากทำให้บริษัทเป็นที่รู้จัก ยังช่วยเรื่องออร์เดอร์ ล่าสุดหลังจากงานแถลงข่าวเสื้อตำรวจนาโนวา มีหลายบริษัทสนใจโทรมาให้ช่วยผลิตผ้า อาทิ การบินไทย ธนาคารต่างๆ หรือกระเป๋าผ้าเป็นตัวอย่างที่เห็นผลชัดเจน คือได้รับออร์เดอร์จาก นารายา เดือนหนึ่งหลายหมื่นหลา ปัจจุบันแสนทวียังได้แตกไลน์สินค้า ทำเสื้อผ้าสำเร็จรูป H- brand และ แบรนด์ นาโนวา เป็น cousumer product เช่น เจลล้างมือ
“เราไม่ได้มองว่ามันเป็นการสร้างนวัตกรรมอย่างเดียว มองเป็นการตลาดก็ได้ ยิ่งถ้ามีแบรนด์ยิ่งช่วยสร้างจุดขาย สร้างความสนใจให้กับผู้บริโภค เราต้องเพิ่มเติมความคิดสร้างสรรค์ลงไปในผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมอาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ creativity มันอาจมี ดีไซน์ นวัตกรรม สถาปัตยกรรม ซึ่งผมมองว่าผ้าเป็นสถาปัตยกรรมอย่างหนึ่ง ผมชำนาญด้านวิทยาศาสตร์ก็นำผ้ามาออกแบบเพิ่มเติม นอกจากนี้บริษัทยังได้เรียนรู้กระบวนการทำงานใหม่ๆ เมื่อก่อนไม่เคยทำ end product ไม่เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร พอมาผลิตเสื้อผ้าทำให้เข้าใจการผลิตมากขึ้น อันนี้เป็นการเปลี่ยนความคิด ถือว่าเป็นนวัตกรรมได้” คุณจิรศักดิ์ อธิบาย
อุปสรรคในการสร้างนวัตกรรม
คงไม่ง่ายนักกับการที่บริษัทหรือคนคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาสร้างนวัตกรรม เวลากว่า 5 ปีที่คุณจิรศักดิ์ต้องพิสูจน์ผลงานของตนเองให้ผู้ใหญ่ในองค์กรยอมรับ
“ความยากของผมคือผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ สอง องค์กรตามไม่ทัน ผมใช้วิธีพิสูจน์ให้เขาเห็น แล้วตั้งแผนก R&D ขึ้นมาดูแลเอง คือเราต้องมั่นใจว่าทำได้ และต้องรักมัน ผมว่านวัตกรรมคือความรัก ถ้าคุณรักผู้หญิงคนหนึ่ง ปีนี้คุณให้ของขวัญเป็นแหวน ปีหน้าคุณต้องหาวิธีใหม่ๆ ผมให้พนักงาน R&D ไปเรียนศิลปะ เช่น วาดรูป เพื่อฝึกให้เขาได้รู้จักใช้ความคิด เป็นการคิดนอกกรอบ ทำให้ผมสามารถแตกไลน์สินค้าไปทำ accessories ชุดคลุมอาบน้ำ เครื่องเขียน ปกสมุด คือเอาผ้าไปแปลงเป็นสินค้าอีกหลากหลาย ผมว่าทุกองค์กรน่าจะสร้างบรรยากาศองค์กรของความรัก (รักความรู้) พอรักก็เกิดความอยากเรียนรู้ในงาน”
ส่วนเรื่องเงินลงทุนนั้น คุณวิโรจน์กล่าวว่า เมื่อตัดสินใจที่จะสร้างนวัตกรรม การลงทุนเงินเป็นล้านบาทอาจไม่ได้การยอมรับจากผู้ใหญ่ จึงใช้ช่องทางเข้าหาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสร้างงานวิจัย เช่นการผลิตผ้าสำหรับตัดชุดตำรวจได้เงินช่วยเหลือมาประมาณ 1.4 ล้านบาท
“นวัตกรรมคือของใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน การสร้างนวัตกรรมอาจไม่ต้องลงทุนสูง อาจนำสิ่งที่มีอยู่ในโรงงานมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ต่อยอดด้วยการตลาด สื่อให้ชาวบ้านเข้าใจ สุดท้ายอุตสาหกรรมสิ่งทอบ้านเราคงจะหายไปแต่ไม่รู้ว่าภายในกี่ปี เพราะมันพิสูจน์มาแล้วทั่วโลกว่าสิ่งทอจะย้ายฐานการผลิตไปเรื่อยๆ ฉะนั้นหันมาสร้างความคิดใหม่ๆ ที่เป็นมูลค่าเพิ่ม หรือสร้างแบรนด์ได้เร็วยิ่งดี ตอนนี้บริษัทผมไม่ลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม อันไหนทำไม่ได้ก็ให้คนอื่นทำ แล้วเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนสร้างแบรนด์” คุณวิโรจน์บอกด้วยว่าบริษัทมีเป้าหมายจะสร้างนวัตกรรมอย่างน้อยปีละ 1 ผลงาน คาดว่าปี 2553 บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท

ผ้าไหมจากกรีนวิลล์ที่บริษัทนำไปต่อยอดเป็นสินค้าอื่นๆ เช่น ปลอกหมอน หมวก ผ้าพันคอ
ใส่ไอเดียสร้างจุดขาย
เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่พยายามคิดนอกกรอบและสร้างสรรค์ผลงานออกมาเรื่อยๆ ล่าสุดเกาะกระแสที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเรื่องพลังงาน ทำให้คุณชเล วุทธานันท์ ดีไซน์ไดเรกเตอร์แห่ง บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลอรี่ จำกัด ภายใต้แบรนด์ PASAYA จึงผุดไอเดียพัฒนาผ้าม่านประหยัดพลังงาน ที่ช่วยป้องกันความร้อนและรังสียูวี โดยใช้หลักการสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่อินฟาเรดถึงยูวี ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 2-4 องศาเซลเซียส
คุณชเล กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ทุก 1 องศาเซลเซียสที่อุณหภูมิลดลง จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้ถึงร้อยละ 10 ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบและรับรองจากสถาบัน SGS ว่า ผ้าม่านดังกล่าวป้องกันรังสียูวีได้เทียบเท่า SPF 50+ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่ปราศจากสารระเหยและสารก่อมะเร็ง (Formaldehyde Free) ทั้งยังสามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ เพราะไม่กักเก็บฝุ่น
“เราต้องคิดค้นและทดลองเป็นปี ต้องยอมเสียผ้าไปเป็นหมื่นเมตรกว่าจะได้มาตรฐานและคุณภาพที่ต้องการ แต่เมื่อสำเร็จก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะลดอุณหภูมิห้องได้ถึง 2 องศา ซึ่งทุกๆ 1 องศา จะช่วยประหยัดการใช้ไฟได้ถึง 10% ถือเป็นนวัตกรรมของแวดวงสิ่งทอในเมืองไทย ซึ่ง PASAYA เป็นรายที่สองของโลกที่สามารถนำนวัตกรรมนี้มาใช้ในธุรกิจสิ่งทอต่อจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นลูกเล่นที่แปลกใหม่ ผมเชื่อว่าคุณสมบัตินี้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ในระยะยาวจะประหยัดพลังงานไฟฟ้าและช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ โดยเฉพาะคนเมืองที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในตึกสูง ทุกห้องต้องมีผ้าม่านไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว กันสายตา กันแสงแดด และจากนี้ไปผ้าม่านเพียงชั้นเดียวที่ผลิตขึ้นด้วยขั้นตอนพิเศษก็จะช่วยลดรังสีที่เป็นอันตรายและช่วยลดอุณหภูมิของห้องได้อีกทางหนึ่ง” คุณชเล อธิบาย
การหยุดนิ่งก็เท่ากับถดถอย ลองคิด เริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ อย่างน้อยก็ได้พัฒนาความคิด และไม่แน่ว่าสิ่งที่คุณคิดอาจเปลี่ยนโฉมหน้าวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยให้สะเทือนโลกใบนี้ก็เป็นได้

















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.