Switch to: uk
27 May 2017 17:58PM

วิชันเอ็มดีใหม่ รี้ด เทรดเด็กซ์

23 Mar 11 ,  thanonline.com
  • 0

ทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจการจัดการแสดงสินค้า ของบิ๊กเอ็กซิบิเตอร์ อย่าง รี้ด เทรดเด็กซ์ ภายใต้วิชันเอ็มดีใหม่ จะมีทิศทางอย่างไร และการเปิดเสรี ภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ในปี2558 จะส่งผลอย่างไรต่อธุรกิจแสดงสินค้า นายชัยณรงค์ ลิมป์กิตติสินธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ฯ ผู้นำในธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและการประชุมอันดับหนึ่งในไทยและเวียดนาม  ให้คำตอบชัดเจนต่อไปนี้

 โฟกัส 3 นโยบาย


ผมทำงานอยู่ที่รี้ด เทรดเด็กซ์ มากว่า 6 ปี 4 เดือน แล้วมาออกไปราว 2 ปี ก่อนจะถูกทามทามให้เข้ามานั่งในตำแหน่งเอ็มดีของรี้ด ซึ่งถือเป็นปีที่ 26 ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งทิศทางที่ผมจะทำงานร่วมกับทีมงาน จะเน้นนโยบายใน 3 ประเด็น ประเด็นที่ 1 ต้องรักษาจุดเด่นที่มีอยู่แล้วคือการจัดงานแสดงสินค้าต่างๆของรี้ดเป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน และพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก โดยจะเน้นขยายฐานกลุ่มผู้เข้าชมงานหรือวิสิตเตอร์ จากภูมิภาคนี้ให้เพิ่มขึ้นและโฟกัสไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทได้มีการตั้งทีมงานขึ้นมา เพื่อไปเชิญชวนให้วิสิตเตอร์จากภูมิภาคนี้เดินทางเข้ามาชมงานเพิ่มขึ้น


 ประเด็นที่ 2 จะเน้นหาเซ็กเตอร์ใหม่ๆในการสร้างสรรค์ให้เกิดการจัดงานเอ็กซิบิชันใหม่ๆ เช่น งานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมด้านอาหาร,ท่องเที่ยว,ของตกแต่งบ้าน เป็นต้น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ซึ่งการจัดงานจะเน้นรูปแบบงานในแบบธุรกิจต่อธุรกิจหรือบีทูบี เป็นหลัก เพราะเป็นงานที่รี้ดมีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานที่โดดเด่น อย่าง รี้ด เอ็กซิบิชันที่ประเทศอังกฤษ ก็เป็นผู้จัดงานเวิลด์ ทราเวล มาร์ท หรือWTM  อยู่แล้วทุกปี หรือการจัดงานลักชัวรี มาร์ท ของรี้ด ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น

ประเด็นที่ 3 จะเน้นการสร้างเครือข่ายร่วมกับงานโชว์ในต่างประเทศของรี้ด สำนักงานต่างๆทั่วโลก ที่มีการจัดงานกว่า 460 โชว์ต่อปีใน 36 ประเทศ ซึ่งปัจจุบันรี้ด ประเทศไทยเป็นตัวแทนอยู่ราว 20 ราย เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยไปหาช่องทางไปเจรจาธุรกิจในโชว์เหล่านั้นเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของผู้ส่งออกในกลุ่มอาหาร ของขวัญ การเกษตร การโรงแรม และไลฟ์สไตล์ อัญมณี และการรับเหมาช่วงการผลิต โดยนำผู้ส่งออกเข้าร่วมแสดงสินค้าในงานต่างๆในกลุ่มของรี้ด เอ็กซิบิชันในประเทศต่างๆ
ชัยณรงค์ ลิมป์กิตติสินธ์ เป้าธุรกิจโต20% อัพ 
 

ส่วนเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของรี้ดในปีนี้ ซึ่งบริษัทดูแลพื้นที่การจัดงานในไทยและเวียดนาม เชื่อว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% และยังคงรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจเอ็กซิบิเตอร์ของไทย เนื่องจากการจัดงานของรี้ดได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี โดยในปีนี้เรามีการจัดงานแสดงสินค้าในไทยจำนวน 11 งานและในเวียดนาม 6 งาน ซึ่งปีนี้ธุรกิจแสดงสินค้าน่าจะไปได้ดี สังเกตได้จากการจองพื้นที่การจัดงานต่างๆที่เพิ่มขึ้น อย่างการจัดงานในไทยของรี้ดที่ครอบคลุมงานด้านเครื่องจักรกลและโลหะการ,อุตสาหกรรมการผลิตต่างๆและงานด้านการศึกษา (ตารางประกอบ) 

 

ทั้งนี้การจัดงานในปีนี้ได้รับการตอบรับที่ดี อย่างงานเวิลด์ไดแด็ค เอเชีย ที่ถือเป็นงานแสดงสื่อ วัสดุ-อุปกรณ์และเทคโนโลยีการเรียนการสอนและการฝึกอบรมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็มีผู้บริหารการศึกษาจากต่างประเทศเช่น เยอรมนี อังกฤษ จีน อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เดินทางมาร่วมงาน เพื่อหวังเปิดตลาดในไทยและเอเชีย ซึ่งปกติจะเดินทางมาราว 600-700 คน แต่ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นใกล้ 1,000 คน และปีนี้ก็คาดว่าจะมีประเทศใกล้ๆเช่นเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ บินมาดูงานด้วย ขณะที่งานเมทัลเล็กซ์ ซึ่งเป็นงานมหกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีโลหะการนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ก็มีจำนวนเอ็กซิบิเตอร์เข้าร่วมงานจนเกินที่ตั้งเป้าและมีWaiting List รออยู่เช่นกัน
 

อีกทั้งในขณะนี้ทางต่างประเทศ ก็มีการเลือกไทยเป็นที่เปิดตัวสินค้าเพิ่มขึ้น เพราะตลาดใหญ่ อย่างในงานเมทัลเล็กซ์ ก็มีการนำเทคโนโลยีนาโน มาใช้ในการช่วยเปลี่ยนแปลงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ทั้งยังจะมีงานแสดงสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจัดงานในไทยเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ล่าสุดรี้ด เอ็กซิบิชันของอังกฤษ ก็เตรียมเข้ามาจัดงานที่เกี่ยวกับส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางเป็นครั้งแรกในไทย ในเดือนกันยายนนี้  เป็นต้น

ส่วนงานแสดงสินค้าที่รี้ดจัดในเวียดนาม ก็มีการขยายตัวเช่นกัน ซึ่งรูปแบบงานจะคล้ายกับงานที่จัดในไทย แต่ขนาดของการจัดงานจะเล็กกว่า แต่มีความโดดเด่นตรงที่เป็นการจัดงานที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามหรือเป็นงานเดียวในเวียดนาม เป็นต้น อาทิ งานเมทัลเล็กซ์ เวียดนาม วันที่ 6-8 ตุลาคมนี้ ที่โฮจิมินห์ ก็เป็นงานแสดงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีโลหะการที่ครบครันที่สุดในเวียดนาม หรืองานเวียดนาม แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป วันที่ 24-26 พฤษภาคมนี้ ที่กรุงฮานอย ก็เป็นงานมหกรรมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและกระบวนการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ที่จะมีงานด้านอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกและยาง การผลิตแม่พิมพ์และการขึ้นรูป การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีกระบวนการผลิต งานเนปคอน เวียดนาม วันที่ 6-8 ตุลาคมนี้ ก็เป็นงานแสดงเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์งานเดียวในเวียดนาม ซึ่งจัดที่เมืองโฮจิมินห์ และมีแผนจะขยายการจัดงานดังกล่าวเมืองฮานอยด้วย

เออีซีหนุนเอ็กซิบิชันไทย
อย่างไรก็ตามความแตกต่างระหว่างการจัดงานแสดงสินค้าในไทยและเวียดนาม คือ การจัดงานแสดงสินค้าในเวียดนาม ต้องยอมรับว่าผู้จัดงานจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการจัดงานไทย เนื่องจากศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าในเวียดนามมีน้อย ทำให้ต้องจ่ายในราคาสูงและอาจจะได้รับบริการที่ยังไม่ดีเท่าไทยด้วย 

 

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจการจัดแสดงสินค้าของไทยนับจากนี้ไปจนถึงการเปิดเสรีท่องเที่ยว ตามกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีนั้น ผมเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อธุรกิจการจัดแสดงสินค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่  เพราะเออีซี จะเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้เกิดการจัดแสดงสินค้าเพิ่มขึ้น เพราะจะมีกระบวนการผลิตสินค้าเพื่อป้อนตลาดมากขึ้น ทั้งหลังการรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2558 ก็จะเปิดตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน ก่อให้เกิดการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจให้แก่ไทยอย่างมหาศาล โดยอาศัยอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าเป็นสำคัญ

ดังนั้นเพื่อรองรับแนวโน้มการจัดแสดงสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น ทางรี้ดก็ต้องมีการเตรียมพร้อมในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร โดยต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารระดับกลางและสูง  ควบคู่ไปกับการรองรับการจัดงานที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดเสรีด้วย